posttoday
การศึกษาเศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ (ตอน ๑๕)

การศึกษาเศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ (ตอน ๑๕)

16 กันยายน 2554

ปุจฉา : จะทำอย่างไรจึงจะสังเคราะห์เศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ

ปุจฉา : จะทำอย่างไรจึงจะสังเคราะห์เศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ

โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส 

ว่าพระพุทธศาสนามีโครงสร้างหลักธรรมอย่างไร และจะชี้ให้เห็นโครงสร้างความสัมพันธ์ของพุทธศาสน์กับปรัชญาการดำเนินชีวิต เพื่อความพรั่งพร้อมแห่งสุขภาวะของมนุษย์ได้อย่างไร เพื่อให้เราสามารถนำเศรษฐศาสตร์ไปสู่เศรษฐธรรม สำหรับสรรค์สร้างสังคมให้ได้มีความสุขอย่างยั่งยืน

ขออาราธนาหลวงพ่อได้วิสัชนาให้สาธุชนทั้งหลายได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ

ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร

รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิสัชนา : พระพุทธศาสนาดูเหมือนว่าออกจากโลก แต่จริงๆ แล้วสอนให้เกื้อกูลต่อกัน เพื่อถนอมทรัพยากรนี้ให้ใช้ได้อย่างมีประโยชน์ที่สุด ไม่ใช่ใช้อย่างมีประโยชน์สุดอย่างเดียว แต่ต้องรักษาไว้ และชดเชยกลับมา สำคัญคือ เข้าใจวิชาชีพของสังคม และสามารถแปรเป็นตัวธรรมะที่สามารถนำกลับมาอบรมให้อยู่ได้อย่างมีดุลยภาพ...ดุลยภาพสังคมเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ ถือว่าการเข้าสู่สัมฤทธิผลนี้สามารถเป็นไปได้สูงมาก

การเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพการเคลื่อนไหว...ของโลก

การพัฒนาทางเศรษฐศาสตร์ที่ส่งผ่าน ๓ ยุคของสังคมโลก เป็นการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จากยุคเกษตรพึ่งพาตัวเอง ไปสู่ยุคอุตสาหกรรมและยุคอิเล็กทรอนิกส์และการสื่อสาร การเคลื่อนไหวในพัฒนาการต่างๆ ที่ปรากฏเป็นเศรษฐศาสตร์ยุคต่างๆ ตั้งแต่ ยุคคลาสสิกและอื่นๆ ที่เกิดขึ้น เป็นไปเพื่อออกแบบกระบวนการกระจายทรัพยากรสู่ผู้บริโภค โดยมีกระบวนการผลิตเป็นกลจักรสำคัญและมีความประณีตมากขึ้น เพื่อให้กระบวนการผลิตนี้มีคุณภาพสูงพอที่จะจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่น้อยสำหรับตอบสนองความต้องการที่มีมากได้ หากแต่ว่า กระบวนการผลิตนี้ช่วยได้ขณะหนึ่งเท่านั้น เพราะความต้องการของผู้บริโภคนี้ไม่เคยมีความสมดุลพอดี

และต้องยอมรับว่า ปัจจัยผลผลิตที่ดีมีคุณภาพย่อมมีจำกัด อันเป็นไปตามเหตุปัจจัยของโลก สภาพของต้นทุนของการแสวงหาสู่กระบวนการผลิตจึงสูง เมื่อต้นทุนของวัตถุดิบสูง ก็ทำให้ช่องว่างระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคมีมาก แม้ว่าในบางครั้งผลผลิตจะมีมาก แต่ก็เป็นไปตามสภาพกลไกการตลาดที่กำหนดราคาให้สูงกว่าปกติ ซึ่งสวนกระแสกับรายได้ของผู้บริโภค จึงต้องมีการกระจายรายได้ กระจายโอกาส เพื่อให้ผู้บริโภคมีกำลังพอที่จะซื้อหาผลิตภัณฑ์ปัจจัยทั้งหลายที่จำเป็น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมรายได้ให้กับผู้บริโภคให้มีโอกาสสร้างรายได้ขั้นพื้นฐาน

เพื่อการดำเนินชีวิตในสังคม การสร้างรายได้ขั้นพื้นฐานจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างสรรค์ให้ผู้บริโภคมีความพร้อมที่จะแสวงหา ทั้งวัตถุดิบและผลผลิตทั้งหลายให้ได้ตามความต้องการ โดยต้องปรับสภาพรายได้ให้สอดคล้องกับรายจ่าย ที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขของสังคม ไม่ว่าต้นทุนทางสังคม การผลิตจะเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวไปอย่างไรก็ตาม การคิดหาแผนงานช่วยเหลือผู้บริโภคให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมมหัพภาคที่มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากต้นทุนสังคมที่เกิดขึ้นมาก

เพราะอำนาจการแสวงหาที่ต้องแข่งขันบนข้อจำกัดของทรัพยากรและผลผลิต และในขณะที่กระบวนการผลิตมีต้นทุนการผลิตสูง จึงทำให้ช่องว่างของผู้บริโภคกับผู้ผลิตจึงมีมากขึ้น ในขณะเดียวกัน การมุ่งแก้ปัญหาด้านเศรษฐศาสตร์ที่มุ่งสนับสนุนให้มีรายได้เพื่อมีกำลังซื้อเพียงอย่างเดียว โดยขาดการจัดระเบียบด้านจริยธรรมของผู้บริโภค จึงทำให้เป็นปัญหาทางสังคมที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ด้วยการมุ่งสนองตอบความต้องการเพียงอย่างเดียว จึงกลายเป็นช่องว่างระหว่างกลุ่มบุคคลในสังคมที่นำไปสู่การทำลายโครงสร้างสังคมเชิงศีลธรรม ในที่สุด เมื่อศีลธรรมสลายไป ภาวะทางสังคมที่เคยมีความสุขสงบ โดยการพึ่งธรรมและอยู่กับธรรมชาติ จึงเข้าสู่ความล่มสลายขององค์กรชุมชน ประชาคม และของโลก

อ่านต่อฉบับวันจันทร์

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก