
ทีรดา ดำพัฒน์ ใช้หลักธรรมดำเนินชีวิต
แฟนหนังสือแนวจิตหยั่งรู้ ปาฏิหาริย์ แก้กรรม ที่กำลังฮอตฮิตติดตลาดเมื่อปีที่ผ่านมา
โดย...อณุศรา ทองอุไร
แฟนหนังสือแนวจิตหยั่งรู้ ปาฏิหาริย์ แก้กรรม ที่กำลังฮอตฮิตติดตลาดเมื่อปีที่ผ่านมา เธอคนนี้ถือว่าเป็นน้องใหม่ในวงการหนังสือประเภทที่บอกว่า เวรกรรมมีจริง
ทีรดา ดำพัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Samui Travel Sone และมีอีกหนึ่งธุรกิจก็คือบริษัทเหมืองแร่ที่ร่วมหุ้นกับชาวออสเตรเลียเพื่อไปทำเหมืองแร่ ที่ประเทศลาว ควบคู่กับการทำหน้าที่คุณแม่ของลูก 2 คน ส่วนอีกบทบาทหนึ่งก็คือเธอเป็นเจ้าของหนังสือ “นารีจิตหนึ่งซึ่งหยั่งรู้” แต่ที่ต่างออกไปก็คือ เธอไม่ใช่หมอดูที่รับพยากรณ์ทั่วไป และไม่ได้มีอาชีพเป็นนักพยากรณ์ เพราะเธอมีธุรกิจทำเป็นหลัก หากจะรับดูให้ใครบ้างนั้นก็เพราะว่าเขาเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือจริงๆ หรือในหมู่เพื่อนฝูงญาติมิตรเท่านั้น
ด้วยเพราะมีพรสวรรค์ด้านจิตสัมผัสมาตั้งแต่เด็ก และมาชัดเจนเอาเมื่อตอนเป็นวัยรุ่นนี่เองที่เรียกกันว่า กษิณไฟ ตอนอายุ 23 เธอเริ่มเห็นเป็นภาพชัดเจน และทักทายใครๆ ได้ถูกต้องแม่นยำ แต่เธอขออธิษฐานจิตไว้ว่าขอเห็นในสิ่งที่ต้องการเห็นเท่านั้น ที่สำคัญก็ไม่อยากจะเปิดเผยตัวมากนัก เพราะเกรงว่าชีวิตจะไม่เหมือนเดิม หากจะรับดูก็เพื่อเป็นการกุศลหรือบรรยายธรรม แนะนำให้คนใช้สติปัญญา ไม่งมงาย เอาหลักธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต ฝึกสมาธิปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ทำบุญไหว้พระ แผ่บุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เพราะอยากให้คนใช้ปัญญาของตัวเอง ใช้ธรรมะพึ่งตัวเอง
เหตุที่ออกมาเขียนหนังสือและเปิดเผยเรื่องราวชีวิต ก็เพื่อจะนำรายได้จากการขายหนังสือไปสร้างสำนักสงฆ์วัดป่าทุเรียน ที่เป็นวัดป่า ที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เท่านั้น ซึ่งเป็นวัดสายปฏิบัติที่ไม่มีอะไรเลย ยังขาดปัจจัยและสิ่งปลูกสร้างหลายอย่างที่จำเป็น เพราะเธอรู้สึกผูกพันกับวัดแห่งนี้เป็นพิเศษ จึงอยากไปช่วยสร้างวัด สร้างที่พักเพื่อปฏิบัติธรรม สร้างโบสถ์ สร้างเจดีย์เพื่อบรรจุพระธาตุ ที่สมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศประทานให้มา และสร้างพระเมียองมุณี เหมือนที่ประเทศพม่า ที่เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปมีชีวิตที่ต้องมีพิธีล้างหน้าตอนเช้ามืดทุกวัน
“ลำพังเราคนเดียวคงทำอะไรไม่ได้มาก การมาทำหนังสือเพื่อเป็นการบอกบุญเชิญชวนให้คนที่ศรัทธามาร่วมบุญช่วยกันสร้างวัด แล้วมีคนแนะนำให้เขียนหนังสือซึ่งก็ลงทุนเอง เพื่อนำเงินที่ได้มาทำบุญสร้างวัดน่าจะเป็นช่องทางที่เปิดกว้างมากกว่าบ้านกับวัดเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เราคนไทยไม่ควรห่างไกลวัด ที่สังคมทุกวันนี้มีแต่เรื่องน่าปวดใจก็เพราะลูกหลานเราห่างวัด ไม่ศรัทธาต่อความดีงาม ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ห่างความดีกันเหลือเกินอย่างน้อยวัดและศาสนาก็พอจะช่วยขัดเกลาจิตใจกันได้บ้าง”







