
แม่เสือสอนลูก ทุ่มเทเลี้ยงลูกให้เป็นอัจฉริยะ
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
ในปีที่ผ่านมา คงไม่มีหนังสือเล่มใดที่สร้างความระส่ำระสายให้กับบรรดาคุณพ่อคุณแม่ “ฝรั่ง” หรือผู้ที่เลี้ยงลูกแบบฝรั่งได้มากไปกว่า The Battle Hymn of the Tiger Mother หนังสือที่เล่าเรื่องการเลี้ยงลูกอย่างสุดขั้วของ เอมี ฉั่ว ศาสตราจารย์แห่งวิทยาลัยกฎหมายเยล สุดยอดแม่จีนผู้ทุ่มเทเลี้ยงลูกให้เป็นอัจฉริยะ ที่เปิดเผยวิธีการเลี้ยงลูกในหลักสูตรอันเข้มข้นแบบวัฒนธรรมจีนที่เข้มงวดกดดัน จนนำมาสู่ความสำเร็จของลูกสาวทั้งสอง
เอมี ฉั่ว และการเลี้ยงลูกของเธอ ได้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมอเมริกัน ถึงขนาดที่นิตยสารไทมส์จัดอันดับให้ผู้เขียนเป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก (2011) อะไรที่ทำให้พ่อแม่ฝรั่งสนใจเธอและการเลี้ยงลูกแบบ “จีนๆ” ของเธอนัก ในฐานะพ่อแม่แบบ “ไทยๆ” เราเองก็อยากจะรู้!
เอมี ฉั่ว แต่งงานกับชาวอเมริกันเชื้อสายยิว เมื่อให้กำเนิดลูกสาว โซเฟียและลูลู เธอตัดสินใจจะอบรมเลี้ยงดูลูกแบบวัฒนธรรมจีน กำหนดทางเดินทุกอย่างให้ลูกของเธอต้องเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน ต้องเรียนภาษาจีน ต้องได้เกรด A ทุกวิชา ขณะที่ทักษะด้านดนตรีต้องนำหน้าเพื่อนร่วมชั้น ลูกสาวของเธอต้องฝึกซ้อมอย่างหนักวันละหลายชั่วโมงหลังกลับจากโรงเรียน
โซเฟียผู้เรียบร้อยอ่อนหวาน ยอมรับในสิ่งที่เธอวางแผนไว้ด้วยดี แต่ลูลูผู้ถอดแบบความดื้อดึงและใจร้อนของเอมีผู้แม่ กลับท้าทายอำนาจด้วยการต่อต้าน หลายครั้งที่ต้องใช้วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน ยิ่งใช้ไม้แข็ง ลูลูก็ยิ่งดึงดัน ในสังคมจีนลูกต้องเคารพเชื่อฟังพ่อแม่ เธอสอนลูกในท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมตะวันตกที่เน้นความเป็นปัจเจกชนสูงมาก
เอมี่ ฉั่ว กล่าวในหนังสือว่า “หลายคนสงสัยว่า ทำไมพ่อแม่คนจีนโดยทั่วไป ถึงเลี้ยงลูกได้ประสบความสำเร็จนัก สงสัยว่าทำไมพ่อแม่เหล่านี้จึงสามารถผลิตอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์และดนตรีได้มากมาย ชีวิตในบ้านของคนพวกนี้เป็นอย่างไร เรื่องนี้ดิฉันคิดว่าดิฉันบอกได้ เพราะดิฉันทำมาแล้ว”
“แรกสุด สิ่งที่เอมีไม่อนุญาตให้โซเฟียและหลุยซา ลูกสาวสองคนทำเป็นอันขาดคือ ค้างคืนบ้านเพื่อน มีนัดเล่นกับเพื่อน เล่นละครโรงเรียน บ่นกระเง้ากระงอดที่ไม่ได้เล่นละครโรงเรียน ดูโทรทัศน์ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือเลือกกิจกรรมพิเศษตามใจชอบ สอบได้เกรดต่ำกว่า A ไม่ได้ที่ 1 ในทุกวิชา ยกเว้นพละและละคร เล่นเครื่องดนตรีอื่น ยกเว้นเปียโนและไวโอลิน ไม่เล่นเปียโนหรือไวโอลิน”
ฟังแล้วไม่ง่ายเลยใช่ไหม โดยเฉพาะกับการเคี่ยวเข็ญลูกๆ ในสังคมที่ทุกคน (ส่วนใหญ่) ไม่บังคับลูก ไม่เคี่ยวเข็ญเด็ก สังคมที่เคารพความเป็นปัจเจกและการตัดสินใจของลูก ท้ายที่สุดแล้วการเลี้ยงลูกไม่น่ามีวิธีที่ตายตัว หากนี่คืออีกมุมหนึ่งของการเลี้ยงลูกแบบเข้มงวด (ที่มีด้านหลังฉากเป็นสองวัฒนธรรมที่แตกต่าง) รายละเอียดในชีวิตของแม่คนหนึ่ง ลูกสาว 2 คน (หมาอีก 2 ตัว) กับเส้นทางที่ไปสู่คาร์เนกีฮอลล์ ท่ามกลางเสียงปรบมือที่กึกก้อง
เอมี ฉั่ว ให้ความเห็นที่คมคายไว้ตอนหนึ่งว่า ความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงสุนัขและเด็กก็คือ การเลี้ยงสุนัขเป็นเรื่องง่าย แค่ความอดทน ความรัก และอาจจะเสียเวลาฝึกในตอนแรกเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม การเลี้ยงเด็กแบบจีนเป็นหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดเท่าที่คุณจะนึกออก บางครั้งคุณจะต้องถูกเกลียดโดยคนที่คุณรักและหวังว่าเขาจะรักตอบ และก็ไม่มีการล้มเลิก ไม่เคยมีการมาถึงจุดที่ทุกอย่างกลายเป็นง่ายดาย ในทางตรงกันข้าม การเลี้ยงเด็กแบบจีน (โดยเฉพาะในอเมริกาที่ทุกคนเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับคุณ) เป็นเหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขาตลอดเวลา ต้องทุ่มเทตลอด 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน ต้องถึก ต้องทน และต้องมีเล่ห์เหลี่ยมสารพัด
“ที่สำคัญคุณจะต้องลืมความภาคภูมิใจและสามารถพลิกวิธีได้ทุกขณะ และต้องมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย รวมทั้งที่สำคัญกว่าอื่นใดก็คือความรัก ไม่ว่าจะเลี้ยงลูกแบบไหน นี่คือสิ่งที่ไม่จางหายไปจากใจของแม่ทุกคน”







