
รติวัลคุ์ ศรีมงคลกุล จริยธรรมคือสิ่งพร่ำยึดมาตลอด
สาวเก่ง สวย ร่าเริงคนนี้ “รติวัลคุ์ ศรีมงคลกุล”
โดย...วรธาร ทัดแก้ว
สาวเก่ง สวย ร่าเริงคนนี้ “รติวัลคุ์ ศรีมงคลกุล” หนึ่งในทายาทเจเอสแอล โกลบอล มีเดีย บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์และละครน้ำดีของเมืองไทย อาทิ รายการ เจาะใจ กิ๊กดู๋ สุริวิภา จันทร์พันดาว โจ๊ะพรึมๆ หรือแม้แต่ละครคุณภาพเช่น เรื่อง อมตะ ซึ่งออนแอร์ช่องโมเดิร์นไนน์เมื่อปีที่แล้ว เป็นต้น
ปัจจุบัน รติวัลคุ์ หรือ แพร นั่งตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและสื่อสารองค์กรของเจเอสแอล ซึ่งก่อนนี้เคยทำอยู่ที่บริษัท โมโด ซึ่งเป็นบริษัทเอเยนซีในเครือเจอเอสแอลอยู่หลายปี ก่อนจะโยกมาทำที่เจเอสแอลเมื่อปีที่แล้ว ในตำแหน่งดังกล่าว
“เพิ่งเข้ามาทำที่เจเอสแอลเมื่อปีที่แล้ว ช่วงนี้อยู่ในช่วงของการวางแผนปีหน้า โดยแพรดูในส่วนของการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่เจเอสแอลจะดำเนินต่อไป ในเรื่องของการวิเคราะห์ธุรกิจ ในส่วนของตัวเราเองด้วยว่าที่ทำอยู่ มันมีที่จะต้องลดอันเก่าหรือเพิ่มอันใหม่อย่างไร เช่น สมมติรายการทีวีมีอยู่ 6 รายการ ปีหน้าจะเพิ่มอีกกี่รายการ ถ้าเพิ่มสองรายการจะต้องมีกิจกรรมที่มาโอบอุ้มตัวรายการอย่างไร อันนี้ต้องคิด เพราะเราต้องแพลนเพื่อเอามาขายปีหน้ากับสปอนเซอร์ อีกธุรกิจใหม่ที่คิดไว้แต่ยังไม่ได้ลงมือทำคือ ธุรกิจโพสต์โปรดักชัน คือ เป็นการวางแผนในเรื่องตัวเลข เช่น ถ้าจะทำปีแรกต้องดูกำไร ขาดทุน และเติบโตกี่เปอร์เซ็นต์ หรือถ้ามีใครมานำเสนอธุรกิจกับเรา ก็ต้องดูตัวเลขคุ้มที่จะไปพาสเนอร์กับเขาไหม เป็นต้น” ทายาทสาวเจเอสแอล เล่าความรับผิดชอบในสายงานพัฒนาธุรกิจคร่าวๆ
สำหรับงานสื่อสารองค์กรถือเป็นส่วนสำคัญที่จะบอกให้รู้ว่า องค์กรนั้นๆ ทำอะไรและอยู่เพื่ออะไร และการที่เธอมารับหน้าที่ดูแลสื่อสารองค์กรนั้น เพื่อต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้เจเอสแอลได้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และรับใช้สังคมอย่างมีความรับผิดชอบโดยธุรกิจและจริยธรรมต้องไปด้วยกันได้
“ตอนนี้ดูทั้งสื่อสารภายในและภายนอก ภายในจะเน้นกิจกรรมและการสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันโดยจะมีสื่อสารองค์กรเป็นเจ้าภาพ ซึ่งที่ผ่านมาวัฒนธรรมที่เราอยู่มีการเลือนหายไปในเจเนอเรชันของคนทำงานรุ่นใหม่ๆ เข้ามา แต่ดีเอ็นเอยังอยู่ ทว่าไม่ได้ถูกถ่ายทอดถึงคนทำงานได้ทุกคน ฉะนั้นเราต้องปรับ ต้องรีบทำ และถ่ายทอดไปสู่คนทำงานโดยเร็ว เพราะในตลาดมีผู้ร่วมแข่งขันมากมาย และถ้าเราไม่แตกต่าง เสียงของเราก็จะไม่ดังกว่าคนอื่น”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เธอยึดมั่นเสมอในการทำงาน ก็คือธุรกิจกับจริยธรรมต้องไปด้วยกันเสมอและไม่อาจแยกจากกันได้ เพราะเธอเชื่อว่าทั้งสองสิ่งนี้จะนำพาองค์กรไปเป้าหมายทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
“คุณแม่พูดบ่อยๆ ว่า ลูกเราทำโทรทัศน์ก็จริง แต่สิ่งที่เราทำคือการปรับเปลี่ยนมุมมองทัศนคติของสังคมให้เป็นบวก นั่นเป็นงานของเรา ไม่ใช่แค่ผลิตรายการทีวี แต่เราต้องเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่สวยงามและสร้างสรรค์ให้กับผู้ชมและสังคมเพื่อให้เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมี แล้วปรับเปลี่ยนชีวิตตนให้ได้ และถ้าพูดถึงรายการเราล้วนมีสาระและเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ความคิดบวก เช่น รายการเจาะใจ คนที่เราเชิญมาอาจไม่เป็นที่รู้จักในสังคม แต่พอเขาได้มาอยู่บนเวทีข้ามคืน ชีวิตเขาเปลี่ยน ทัศนคติเปลี่ยน คนที่อยากฆ่าตัวตาย พอได้ฟีดแบ็กกำลังใจจากทางบ้านก็ทำให้มีกำลังใจสู้ อันนี้เป็นสิ่งที่รู้สึกว่าเราไม่ได้ทำรายการทีวีนะ แต่เราสร้างคอนเทนต์ที่ดี แล้วจุดประกายให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเอง ได้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิต อันนี้คือเป้าหมายที่เราทำมาตลอด 32 ปี และยังคงยึดถือต่อไป แต่ถ้าวันใดเราลุกขึ้นมาทำรายการไร้สาระภาพ 32 ปีจะจบลงทันที”
ผู้บริหารสาวทิ้งท้ายว่า ถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ที่ได้มาทำงานในจุดของการทำสื่อ เพราะการทำสื่อ เวลาส่งออกไปแต่ละครั้งคนเป็นล้านที่ดูอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เจเอสแอลไม่เคยหลงลืมตลอด 32 ปี คือ จริยธรรมที่ยึดถือมาตลอดและถ่ายทอดให้กับคนทำงานทุกรุ่น ควบคู่ไปกับความเจริญเติบโตของธุรกิจ







