
คนนี้แหละ...นายพลต้องก้มหัวให้
เป็นที่รู้กันว่า “ศีรษะ” ถือเป็นของสูง
โดย...วัสยศ งามขำ
เป็นที่รู้กันว่า “ศีรษะ” ถือเป็นของสูง ไม่ใช่ของเล่นที่ใครต่อใครจะ “เล่นหัว” ให้จับกันแบบง่ายๆ ยิ่งเป็นศีรษะของตำรวจมือปราบหรือนักสืบตัวฉกาจด้วยแล้ว คงไม่มีใครกล้าอาจเอื้อมไปสัมผัสหรือแม้แต่แอบมองไรเส้นผม
แต่สำหรับ จำรัส คำแสงดี หนุ่มใหญ่เมืองชาละวันวัย 46 ปี เขาไม่เป็นเช่นนั้น เพราะด้วยความเป็นมืออาชีพด้านการตัดผม ทำให้ทุกวันนี้เขาจับหัวคนเป็นว่าเล่น ที่สำคัญนายพลตำรวจอย่างน้อย 25 นาย เท่าที่เขาจำได้ ถูกจับหัวเพื่อดีไซน์ทรงผมมาแล้ว ไม่เว้นแม่แต่มือปราบรุ่นใหญ่อย่าง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ.10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังใช้บริการอยู่
หากเปิดเข้าไปในร้านตัดผมสวัสดิการกองปราบปราม จะพบว่ามีตำรวจหลายนายเข้าแถวรอคิวตัดผมจาก จำรัส มากหน้าหลายตาในแต่ละวัน นับเป็นบรรยากาศที่คุ้นจนชินสายตา
และหากมองไปยังผนังด้านหนึ่งของร้านแล้ว จะมีรูปภาพบรรดา “นายพล” ที่เคยมาใช้บริการให้ จำรัส คลำหัว เรียงรายอยู่เกือบ 20 ภาพ ซึ่งนั่นก็นับเป็นภาพแห่งความทรงจำของบาร์เบอร์หนุ่มที่ได้ถ่ายไว้เป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่งเคยได้สัมผัสหัวผู้หลักผู้ใหญ่มาแล้ว
จำรัส เล่าให้ฟังว่า เริ่มเข้ามาเปิดร้านตัดผมในร้านสวัสดิการกองปราบปรามมา ตั้งแต่ปี 2541 หลังจากเป็นลูกจ้างของร้านตัดผมแห่งหนึ่งย่านถนนเกษตรนวมินทร์มานาน เมื่อมาอยู่ในร้านสวัสดิการฯ ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่เกือบ 100% เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจรุ่นเล็กอย่างชั้นประทวนหรือตำรวจรุ่นใหญ่ระดับ พ.ต.ต. ไล่ขึ้นไปกระทั่ง พล.ต.อ. ก็เคยตัดผมให้ และปัจจุบันนายพลตำรวจเหล่านั้นก็ยังใช้บริการเขาอยู่
ทุกวันนี้แม้แต่ พล.ต.อ.อัศวิน ที่ปราบโจรร้ายมาทั่วราชอาณาจักร ก็ยอมให้ จำรัส คนเดียวเท่านั้นที่จับหัวของเขาได้ หากย้อนไปในอดีต พล.ต.อ.อัศวิน ตัดผมกับเขาครั้งแรก เมื่อครั้งเป็น ผู้บังคับการกองปราบปราม และตัดมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะมั่นใจในฝีมือ
เพียงแต่ระยะหลัง มือปราบอัศวิน จะไม่เดินทางมาใช้บริการที่ร้าน แต่จะโทรศัพท์เรียกให้ จำรัส ไป สระ ซอย เซตที่บ้านพัก อาจจะเป็นไปได้ว่านายตำรวจใหญ่มีเวลาไม่พอ จะต้องมานั่งเข้าแถวรอคิวตัดผมที่ร้านของจำรัส เนื่องมาจากงานชุกนั่นเอง
ทั้งนี้ นอกเหนือจากนักสืบรุ่นเดอะอย่างมือปราบอัศวินแล้ว นายพลตำรวจหลายนายก็ยังวนเวียนมาใช้บริการของ จำรัส อยู่ทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.ก.
พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บังคับการ กองอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.อคฝ.บช.น.) และ พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ ผู้บังคับการ กองบังคับการสนับสนุน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบก.สส.ตชด.)
นอกจากนี้ ยังมีตำรวจใหญ่ระดับนายพลอีกหลายนายที่เคยมาตัดผมกับเขา แต่อาจจะหายตัว ขาดช่วงไปบ้างจนกลายสภาพจากลูกค้าขาประจำเป็นขาจร เนื่องจากภารกิจที่แตกต่างกันออกไป อาทิ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา จเรตำรวจ
พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ กลิ่นพงษา รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ รองจเรตำรวจ พล.ต.ต.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่) พล.ต.ต.ฉลองชัย บุรีรัตน์ ผบก.ภ.จ.น่าน เป็นต้น
“ผมก็ภูมิใจครับ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ในชีวิตการเป็นช่างตัดผมจะต้องมาตัดผมให้กับคนระดับนายพล” จำรัส กล่าวอย่างภูมิใจ นอกจากตำรวจระดับนายพลแล้ว ยังมีตำรวจใหญ่ที่คั่วตำแหน่งนายพลอีกหลายคนเป็นลูกค้าของเขา นั่นแสดงให้เห็นว่าในแต่ละปีจะมีลูกค้าที่เป็นนายพลเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าไม่ได้ทำให้รายได้ของเขาเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้น จำรัสบอกเป็นความภูมิใจที่เด็กบ้านนอกจาก จ.พิจิตร อย่างเขาได้ทำอาชีพที่สุจริตและได้ใกล้ชิดผู้ใหญ่
การที่ จำรัส ถูกขนานนามว่า เป็นช่างตัดผมนายพลนั้น อาจจะทำให้หลายคนคิดว่า เขาจบการเรียนตัดผมมาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ นายตำรวจน้อยใหญ่ถึงให้ความเชื่อถือในฝีมือ แต่เปล่าเลย ในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเลย
“ผมเป็นพวกครูพักรักจำนะครับ ไม่ได้เรียน ไม่เคยเรียนตัดผมมาก่อนเลย เมื่อก่อนสมัยเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่ที่บ้านนอก เห็นว่าช่างตัดผมมักจะแต่งตัวหล่อ สะอาด ก็เลยอยากเป็นบ้าง เลยรวบรวมเงินไปซื้ออุปกรณ์มา และดูจากช่างตัดผมในหมู่บ้าน จากนั้นก็เริ่มตัดให้ญาติๆ ก่อน พอเข้ากรุงเทพฯ ก็ไปสมัครเป็นลูกจ้างเขา พอเก็บเงินได้ก็มาเปิดร้านที่กองปราบฯ นี่แหละ” จำรัส เล่าถึงประสบการณ์ที่ตัดผมมาแล้ว 22 ปี
ช่างตัดผมคนดังแห่งกองปราบปราม บอกว่า เขาไม่รู้สึกกลัวหรือกังวลใจ ประหม่า เมื่อต้องตัดผมให้กับบรรดานายพลที่เต็มไปด้วยพาวเวอร์ หรือบางคนก็วิสามัญฯ โจรร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน เพราะลูกค้าทุกคนจะได้รับการบริการเหมือนกันหมด ตามลำดับขั้นตอนไม่มีการแบ่งแยก ใครยศใหญ่ยศเล็ก
ตามขั้นตอนคือ ตัดผม กันหน้า โกนหนวด ตัดขนจมูก เช็ดหน้า จัดทรง ซึ่งบรรดานายพลเองก็ไม่ได้จู้จี้ หรืออ้างสิทธิพิเศษ แม้กระทั่งขอแซงคิวก็ไม่เคยทำ จะแตกต่างกันอย่างเดียวก็คือ พวกนายพลบางคนจะมีทิปให้หลังตัดผมเสร็จหรือบางคนก็เอ่ยคำว่า “ไม่ต้องทอน” เมื่อยื่นธนบัตรใบใหญ่ให้ สิ่งหลังเป็นสิ่งที่เขาค่อนข้างจะแฮปปี้ที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า จำรัส จะตัดผมผู้หลักผู้ใหญ่มามากมายหลายหัว แต่เขาก็ยังมีความฝัน “ผมฝันอยากตัดผมให้นายกฯ ครับ” จำรัส พูดถึงความฝันของเขา ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นนายกฯ คนไหน เอาเป็นว่าคนไหนก็ได้ อยากตัดให้หมด แม้ว่าจะเป็นนายกฯ ผู้หญิง อย่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็อยากจะตัดให้
จำรัส บอกว่า ทรงผมของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ นั้น ตัดง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นทรงซอยสไลด์ธรรมดา หากมีโอกาสก็อยากจะตัดผมให้นายกฯ ปู สักครั้ง เพื่อเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของครอบครัว
ต้องรอดูกันต่อไป ฝันของกัลบกหนุ่มจากต่างจังหวัด เมืองชาละวัน ที่มีความมุ่งมั่น เป็นความจริงขึ้นมาเมื่อใด







