
กรรมตัดกรรม
เรื่องกรรมตัดกรรมมีตัวอย่างให้เห็นบ่อย อย่างเรื่องของพระองคุลิมาลก็เป็นเรื่องของกรรมตัดกรรม
เรื่องกรรมตัดกรรมมีตัวอย่างให้เห็นบ่อย อย่างเรื่องของพระองคุลิมาลก็เป็นเรื่องของกรรมตัดกรรม
โดย..อ.ตุ้ย วรธรรม
เรื่องกรรมตัดกรรมมีตัวอย่างให้เห็นบ่อย อย่างเรื่องของพระองคุลิมาลก็เป็นเรื่องของกรรมตัดกรรม กล่าวคือแม้ท่านจะฆ่าคนมาเกือบพันคน ซึ่งผลกรรมจะต้องส่งท่านไปสู่อบายอย่างแน่นอน
แต่เมื่อท่านได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ก็ถือเป็นการตัดกรรมชั่วที่ท่านได้เคยกระทำมาแล้วไม่ให้ท่านต้องตกอบายได้อย่างสิ้นเชิง
เรื่องที่จะเล่านี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในลักษณะของกรรมตัดกรรม เป็นเรื่องของพระหนุ่มรูปหนึ่งที่เป็นสัทธิวิหาริกของพระมหากัสสปเถระ (พระมหากัสสปะเป็นอุปัชฌาย์)
พอบวชมาแล้วก็ได้ฌาน 4 แต่ต่อมาเกิดไปหลงรักลูกสาวของช่างทองผู้เป็นลุงของตน ไม่สามารถระงับความต้องการของตัวเองได้จึงตัดสินใจลาสึกออกมา
ปรากฏว่าพอมาใช้ชีวิตอย่างชาวบ้านแล้วก็เกิดความเบื่อหน่าย ท้อแท้ ไม่อยากทำมาหาเลี้ยงชีพเอาดื้อๆ ต้องอาศัยบ้านลุงกินไปวันๆ
กลายเป็นไอ้ทิดสันหลังยาว...งานการไม่ทำ ไม่ช่วย จนทุกคนในบ้านลุง แม้กระทั่งลูกสาวของลุงก็ไม่พอใจด้วย ต่างก็ขับออกจากบ้าน
เมื่อไอ้ทิดไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่กิน ไม่มีที่นอน จึงได้กระเสือกกระสนไปคบหาสมาคมกับพวกโจร เลี้ยงชีวิตด้วยการปล้นเขากินไปวันๆ
จากพระกลายไปโจรอย่างไม่น่าเชื่อ
ต่อมาวันหนึ่งเขาถูกทางการจับตัวได้ ถูกมัดแขนไพล่หลัง เฆี่ยนด้วยหวายครั้งละ 4 เส้น ได้รับความเจ็บปวดทรมานมาก แล้วถูกนำตัวไปสู่ตะแลงแกงที่ประหาร
และบังเอิญวันนั้น พระมหากัสสปะกำลังบิณฑบาตอยู่ได้เห็นตำรวจกำลังนำไอ้ทิดลูกศิษย์ออกไปทางประตูเมืองด้านทิศใต้เพื่อประหารชีวิต
พระเถระจึงเดินเข้าไปหาตำรวจขอบิณฑบาตให้คลายเชือกที่มัดสัทธิวิหาริกของท่านออกก่อน แล้วก็พูดกับอดีตลูกศิษย์ว่า เธอเคยฝึกกรรมฐานมาแล้วมิใช่หรือ จงพยายามน้อมนึกกรรมฐานอีกดูซิ
โจรหนุ่มกลับได้สติได้ทำตามที่พระเถระบอก ทำฌาน 4 ให้เกิดขึ้นมาอีกครั้งและทำได้สำเร็จ ขณะนั้นตำรวจก็ได้จับเขาไปนอนหงายบนหลาวปลายแหลม ด้วยหมายว่าจะให้หลาวแหลมเสียบทะลุตาย
แต่ภาพที่ทุกคนในที่นั้นต้องแปลกใจ คือโจรหนุ่มไม่รู้สึกหวาดกลัวคมหลาวเลยแม้แต่น้อย และหลาวอันแหลมคมก็ไม่อาจระคายเคืองผิวหนังของเขาได้
มือเพชฌฆาตเห็นอย่างนั้นก็เงื้อมีดดาบและหอกเป็นการข่มขวัญ แต่ก็ไม่เห็นโจรหนุ่มสะทกสะท้านหวาดสะดุ้งแม้แต่อย่างใด สร้างความฮือฮาเป็นการใหญ่
และความนี้ทราบถึงพระเจ้าพิมพิสารจึงได้มีรับสั่งให้ปลดเครื่องจองจำออก ด้วยทรงคิดว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา จากนั้นได้เสด็จไปเข้าเฝ้าและกราบทูลพระพุทธเจ้าให้ทรงทราบ
สำหรับพระพุทธองค์ทรงทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้นแก่โจรหนุ่ม จึงได้ฉายพระรัศมีไปยังโจรหนุ่มซึ่งนอนอยู่บนปลายหลาวได้เห็น
ทันทีที่เขาได้สัมผัสพระรัศมีโจรหนุ่มก็ลุกขึ้นนั่งบนหลาวพร้อมกับได้ฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้า เจริญวิปัสสนา พิจารณาสังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา ในที่สุดก็ได้สำเร็จโสดาบัน จากนั้นได้เข้าไปทูลขอบวชกับพระพุทธเจ้า
นี่แหละคือลักษณะกรรมตัดกรรม







