
ข้าวโพด เงิน ความโลภ ตัวการทำลายล้างป่าภาคเหนือให้พินาศ (1)
ระหว่างเส้นทางไปเยือน จ.แม่ฮ่องสอน ของพวกเรา เที่ยวนี้อยู่ในช่วงฤดูฝนก็จริง แต่ดูเหมือนปีนี้ฝนตกลงมาห่าง ปริมาณฝนก็น้อยลงอย่างผิดสังเกต อุณหภูมิในตัวเมืองเชียงใหม่แม้จะสูงมากแล้ว แต่เมื่อเราผ่านอำเภอต่างๆ ของเชียงใหม่ไป สภาพการณ์ก็ยิ่งรุนแรงและสิ้นหวังยิ่งขึ้น
ภูมิประเทศสองฟากถนนเต็มไปด้วยเขาหัวโล้น ซึ่งต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นเผาทำลายจนเห็นแผ่นดินไหม้เกรียมเป็นตอตะโกสีดำ ชาวบ้านในบริเวณนั้นกำลังเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวโพดกันเป็นการใหญ่ เพื่อให้มีผลผลิตเข้าบรรจุในไซโลขนาดมหึมาซึ่งบริษัทรับซื้อเมล็ดข้าวโพดที่ตั้งขึ้นได้ปีสองปีแล้ว
มันจึงเป็นเสมือนยักษ์ใหญ่ที่ทำลายป่าไม้รอบบริเวณลงจนหมด เพื่อสร้างอาหารเมล็ดข้าวโพดมาบรรจุลงในโรงเก็บยุ้งฉางไซโลดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ข้าวโพดคือเครื่องมือ นำมาซึ่งการทำลายป่าของผู้ซื้อเมล็ดพืชไร่เช่นนี้ ไม่เฉพาะป่าไม้ในภาคเหนือเท่านั้น หากเราดูภาพถ่ายดาวเทียมในภาคอีสานช่วงฤดูแล้งและฤดูฝนนี้ เราเห็นได้ชัดเจนว่าพื้นที่ป่าไม้เขียวขจีถูกบุกรุกทำลายกลายเป็นพืชไร่ เช่น ข้าวโพดและมันสำปะหลัง เพื่อนำผลผลิตไปป้อนแก่โรงงาน วัตถุดิบเหล่านี้เพิ่มความร่ำรวยแก่เกษตรกรจริงหรือ?
บริเวณต้นน้ำบนยอดเขาซึ่งเป็นเขตสงวนหลายแห่งถูกทำลาย ไม้ใหญ่ถูกโค่นจนเหลือแต่โขดหิน ปราศจากต้นไม้ ความต้องการอย่างเดียวของชาวเขา คือ การปลูกพืชอะไรก็ได้ที่เติบโตเก็บเกี่ยวได้เร็ว ราคาดี แลกเปลี่ยนเป็นเงินสดมาตอบสนองต่อความต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำปลีข้าวโพด ล้วนแต่เป็นพืชเงินพืชทองทั้งสิ้น เมื่อข้าวโพดมีตลาด มีนายทุนใหญ่ตั้งตัวรับซื้อ พ่อค้ามาลงทุนตั้งไซโลตั้งบริษัทรับซื้อไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดหรือมันสำปะหลัง
การปลูกมันสำปะหลังมักมีผลทำให้ดินบนยอดเขาเสื่อมโทรมลงรวดเร็วมากเพียงไม่กี่ปี หากไม่มีการปลูกพืชหมุนเวียน หรือไม่มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงชดเชย ปริมาณอินทรียวัตถุและธาตุอาหาร ซึ่งถูกเก็บเกี่ยวเอาไปในรูปหัวมัน ดูในเรื่องรายได้ของเกษตรกรก็น่าจะดีใจแทน เพราะเมื่อชาวเขาชาวเราปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลังได้เงิน เมื่อถูกนำไปเปลี่ยนเป็นรูปอาหารสัตว์ และส่งออกไปขายต่างประเทศ รัฐบาลก็น่าจะได้เงินต่างประเทศเข้ามา บริษัทที่ทำการค้าเมล็ดข้าวโพด มันอัดเม็ด ก็ร่ำรวยได้หน้าได้ตาอยู่ในสังคมจนดูเป็นบริษัทเทวดาอยู่ในแผ่นดินไทย
แต่ถ้าดูให้ดีแล้วการกระทำเช่นที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน เป็นการทำลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทย เพียงเพื่อจะให้เกิดรายได้เพิ่มในเวลาสั้น แต่อัตราการทำลายป่าไม้นั้นรวดเร็วมาก เกิดสอดคล้องกับภาวะโลกร้อน ทำให้ป่าไม้ในภาคเหนือ ภาคอีสานลดลงจาก 27% เหลือไม่ถึง 20% แล้วก็เป็นไปได้สูง
สิ่งที่ผู้เขียนขอเตือนด้วยความหวังดี คือ การตัดต้นไม้เผาป่าทำไร่เช่นนี้ ทำให้คุณภาพดินเสื่อมลงเกิดภาวะอากาศแปรปรวนซ้ำเติม ความแห้งแล้งเกิดขึ้นทุกแหล่ง ฝนตกน้อย น้ำในเขื่อนไม่มี หากเกิดพายุฤดูร้อนและพายุไต้ฝุ่นพัดผ่านเข้ามาทั้งทางเวียดนาม ลาวสู่ไทย หรือพายุจากมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเข้ามาทางอ่าวเบงกอล พม่า (เมียนมาร์) สู่ไทยก็ตาม น้ำฝนปริมาณมหาศาลจะทำให้ดินยอดเขาพังทลาย น้ำหลาก ดินโคลนถล่ม โคลนเลนและซุงเคลื่อนไหลมาทำลายหมู่บ้าน ผู้คนจะล้มตายกันมากมาย ผลคือการอพยพของชาวบ้านไปแสวงหางานในเมืองใหญ่
สภาพพื้นที่ทางภาคอีสานซึ่งนิยมปลูกมันสำปะหลังนั้น ต่างจากพื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำลำธารในภาคเหนือ เพราะภาคอีสานนั้นพื้นที่ไม่สามารถจะเป็นแหล่งต้นน้ำที่ดีได้ เนื่องจากขาดภูเขาสูง ดังนั้นเมื่อมีการทำลายป่าจะทำให้เกิดสภาพดินเซาะกร่อนพังทลายได้ง่าย ภาวะน้ำท่วมหลากในฤดูฝน แต่แห้งผากในช่วงฤดูแล้งเป็นอุปสรรคสำหรับการเพาะปลูก การขาดน้ำและขาดปุ๋ยในดินตามธรรมชาติ ซึ่งไม่ต่างจากหลายประเทศในทวีปแอฟริกา (มีต่อ)







