หอภาพยนตร์จัดรำลึก"รัตน์ เปสตันยี"
หอภาพยนตร์ฯ จัดงานรำลึกผู้กำกับระดับตำนาน "รัตน์ เปสตันยี" เนื่องในโอกาสครบรอบ 41 ปีการเสียชีวิต
หอภาพยนตร์ฯ จัดงานรำลึกผู้กำกับระดับตำนาน "รัตน์ เปสตันยี" เนื่องในโอกาสครบรอบ 41 ปีการเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. เป็นวัน ครบรอบ 103 ปีและ ครบรอบการเสียชีวิตปีที่ 41 ของ "รัตน์ เปสตันยี" ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงกับผลงานด้านภาพยนตร์ และความพยายามที่จะยกระดับภาพยนตร์ไทยให้ได้มาตรฐานโลก ซึ่งตลอดเดือนส.ค.นี้ หอภาพยนตร์ได้นำฟิล์มภาพยนตร์ขนาด 35 มม. ผลงานของรัตน์ เปสตันยี ที่ได้อนุรักษ์ไว้ทั้งหมด มาจัดเป็นโปรแกรมพิเศษเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้กำกับภาพยนตน์ไทยที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล
สัณห์ชัย โชติรสเศรณี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ หอภาพยนตร์ไทย กล่าวว่า ผลงานของรัตน์มีความโดดเด่นที่บทภาพยนตร์ ถือเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ปราณีตในการเขียนบทภาพยนตร์อย่างมาก รวมทั้งความพยายามในการยกระดับมาตรฐานภาพยนตร์ไทยในยุค 16 ม.ม. ให้เทียบเท่าสากล ด้วยการยืนยันจัดสร้างภาพยนตร์ในระบบ 35 ม.ม. และอัดเสียงในฟิล์ม
“ผมชอบภาพยนตร์เรื่องแพรดำของรัตน์ เปสตันยีเป็นพิเศษ นื่องจากรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับภาพ และความพยายามที่จะสร้างหนังแนวฟิล์มนัวร์ รวมทั้งการเขียนบทที่มีจุดหักมุมชนิดคาดไม่ถึง”สัณห์ชัยกล่าว ผู้กำกับรุ่นใหม่ยุคปัจจุบัน ที่กำกับภาพยนตร์ที่ให้รสและอารมณ์ความรู้สึกในลักษณะเดียวกับภาพยนตร์ของรัตน์ เปสตันยี อาจมีหนังยุคแรก ๆ ของเป็นเอก รัตนเรือง ที่คล้ายและมีองค์ประกอบบางอย่างเหมือนกัน ได้แก่ บทที่คมคาย จุดหักมุมและอารมณ์ขันที่ลึกซึ้ง อย่างไรก็ตาม คงหาผู้กำกับที่มีความสามารถ และความละเมียดละมัยทางอารมณ์ เทียบชั้นกับรัตน์ เปสตันยีไม่ได้อีกแล้วในยุคปัจจุบัน
สำหรับรัตน์ เปสตันยี เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2451 เรียนจบชั้นมัธยมปีที่สามจากโรงเรียนอัสสัมชัญ จากนั้นได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียจนจบชั้นมัธยมปลาย ด้วยความเป็นคนรักและฝักใฝ่การถ่ายภาพตั้งแต่วัยเด็ก ได้ส่งผลงานเข้าประกวดการถ่ายภาพระดับประเทศของอินเดียและคว้ารางวัลที่ 1 มาครองได้ขณะมีวัยเพียง 12 ปี ต่อมาเมื่อไปศึกษาต่อวิชาวิศวกรรมเครื่องกลที่ประเทศอังกฤษ ก็ไม่ละทิ้งความสนใจและยังมีผลงานการถ่ายภาพส่งเข้าประกวดจนได้รางวัลอยู่เสมอๆ
นอกจากการถ่ายภาพนิ่งแล้ว การถ่ายภาพยนตร์ก็เป็นสิ่งที่รัตน์ เปสตันยี หลงใหลและทุ่มเทศึกษา ในปี พ.ศ. 2480 เขาได้ส่งภาพยนตร์สั้นเรื่อง แตง เข้าประกวดใน Empire Amateur Film Festival ที่เมืองกลาสโกลว์ ประเทศสก็อตแลนด์ และได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขาหนังสมัครเล่นจากคนในบังคับอังกฤษ นับเป็นครั้งแรกที่นักสร้างภาพยนตร์ไทยได้รับรางวัลระดับนานาชาติ
รัตน์ เปสตันยี ทำงานอยู่กับบริษัทนายเลิศและบริษัทดีทแฮล์มกว่าสิบปี ก่อนที่จะได้รับการชักชวนจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล แห่งอัศวินภาพยนตร์ ให้มาเป็นช่างถ่ายภาพยนตร์ในหนัง 16 มิลลิเมตร เรื่อง พันท้ายนรสิงห์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2494 ได้สร้างภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของตนเอง ถ่ายด้วยฟิล์ม 16 มิลลิเมตร เรื่อง ตุ๊กตาจ๋า โดยใช้บริเวณบ้านที่ถนนวิทยุในการถ่ายทำ ปี พ.ศ. 2496 จึงตั้งโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงมาตรฐาน 35 มิลลิเมตร ในนามบริษัท หนุมานภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่องแรกในนามของหนุมานภาพยนตร์คือ สันติ-วีณา ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้า 3 รางวัล ในการประกวดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งเอเชียครั้งที่ 1 ที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2497 นับเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลจากการประกวดระดับนานาชาติ
ผลงานเรื่องต่อมาคือ ชั่วฟ้าดินสลาย ออกฉายในปี พ.ศ. 2498 โดยรัตน์ เปสตันยี ทำหน้าที่กำกับภาพ ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยมจากการประกวดภาพยนตร์ไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2500 และในปีนี้เอง เขาได้สร้าง กำกับ และเขียนบทภาพยนตร์ที่นับว่ามีความโดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยคือ โรงแรมนรก
ด้วยความมุ่งมั่นมาโดยตลอดที่จะเผยแพร่ภาพยนตร์ไทยให้ทั่วโลกรู้จัก ในปี พ.ศ. 2504 ภาพยนตร์เรื่อง แพรดำ ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนองตอบความตั้งใจนี้ โดยได้เข้าร่วมในงานเทศกาลภาพยนตร์ที่กรุงเบอร์ลิน แม้จะไม่ได้รางวัลใดๆ แต่ก็ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนในงานเป็นอย่างดี และหนังเรื่องสุดท้ายในชีวิตการสร้างภาพยนตร์ของเขาคือ น้ำตาลไม่หวาน ปี พ.ศ. 2507
หลังยุติบทบาทการสร้างภาพยนตร์ รัตน์ เปสตันยี ได้มีส่วนร่วมในการก่อตั้งสมาคมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์แห่งประเทศไทย และมีบทบาทสำคัญในการเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาสนับสนุนอุตสาหกรรมหนังไทย วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2513 ที่โรงแรมมณเฑียร ในงานประชุมสมาคมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ไทย ซึ่งมีทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเข้าร่วม รัตน์ เปสตันยี ได้ลุกขึ้นพูดเป็นคนสุดท้ายในที่ประชุม เพียงไม่กี่ประโยคเขาก็หัวใจวายล้มลงและเสียชีวิตเมื่อเวลา 22.18 น. ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ
สำหรับโปรแกรมพิเศษรำลึก รัตน์ เปสตันยี ทั้งหมดเป็นภาพยนตร์ของรัตน์ เปสตันยี ซึ่งมีการบรรยายภาษาอังกฤษทุกเรื่อง และทุกเรื่องล้วนเป็นผลงานที่สร้างแรงดลใจให้กับผู้กำกับรุ่นหลังอีกหลายต่อหลายคน สนใจเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย วันพุธที่ 17 ส.ค.เวลา 17.30 น. โรงแรมนรก (2500 – ศิรินทิพย์ ศิริวรรณ และ ชนะ ศรีอุบล) วันพุธที่ 24 ส.ค.เวลา 17.30 น. น้ำตาลไม่หวาน (2507 – เมตตา รุ่งรัตน์ และ สมบัติ เมทะนี) และวันจันทร์ที่ 29 ส.ค.เวลา 17.30 น. นิ้วเพชร (2501) และสารคดีชีวประวัติรัตน์ เปสตันยี ที่จัดขึ้นในวาระครบรอบ 100 ปี รัตน์ เปสตันยี
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-482-2013 ต่อ 111


