
ดีทอกซ์พิษจากชีวิตแม่
วันนี้ใกล้วันแม่ หนูดีเลยจะขอถือโอกาสชวนคุยในฐานะลูกกันบ้างนะคะ
วันนี้ใกล้วันแม่ หนูดีเลยจะขอถือโอกาสชวนคุยในฐานะลูกกันบ้างนะคะ
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
วันนี้ใกล้วันแม่ หนูดีเลยจะขอถือโอกาสชวนคุยในฐานะลูกกันบ้างนะคะ เพราะแค่ปีละหนเท่านั้นที่มีวันแม่ และเป็นวันเดียวในรอบปีที่แม่จะแซวเสมอว่า “ดอกมะลิไม่อยากได้ อยากให้ลูกกราบเท้าแม่มากกว่า” แล้วลูกสาวสองคนก็จะแกล้งทำต้วมเตี้ยมเข้าไปกราบเท้าแม่บ้าง หรือกอดแม่บ้างแล้วแต่อารมณ์ของแต่ละปี และแม่จะมีโจ๊กเด็ดประจำวันแม่ คือ เรื่องของแม่คนหนึ่งที่ลูกสาวเอามะลิมากราบแม่แล้วแม่ก็ซึ้งมาก แต่ก็ให้โอวาทว่า “จริงๆ แล้วลูกไม่ต้องไปลำบากซื้อดอกมะลิมาหรอกนะ แค่ทำตัวเป็นคนดี ทำการบ้านด้วยตัวเองโดยแม่ไม่ต้องเตือน เก็บห้องนอนให้สะอาด ช่วยแม่ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ ไม่คุยโทรศัพท์นานๆ ไม่ออนไลน์เป็นชั่วโมงๆ แค่นี้แม่ก็พอใจแล้วจ้ะ” ซึ่งลูกสาวตอบแบบรวดเร็วว่า “แม่จ๋า หนูว่าหนูซื้อมะลิให้ในวันแม่ง่ายกว่าเยอะเลย” มุขนี้แม่เล่าครั้งแรก หนูดีขำแทบตาย พูดเหมือนเข้ามานั่งในหัวใจบรรดาลูกๆ เลยทีเดียว
ที่โรงเรียนวนิษาของเราไม่จัดงานวันแม่ค่ะ ทั้งๆ ที่ผ่านมาเราจัดงานวันแม่อย่างซาบซึ้งทุกปี คือให้แม่มานั่งเก้าอี้เรียงกันเป็นแถวแล้วให้ลูกๆ คลานเข่าเข้ามากราบแม่ด้วยดอกมะลิ หรือพวงมาลัย ระหว่างนั้นก็เปิดเพลงแม่ๆ ลูกๆ คลอไปด้วย ซึ่งท็อปฮิตก็ไม่พ้น “ค่าน้ำนม” ซึ่งเปิดครั้งไหนรับรอง น้ำตาท่วมจอ แต่ครั้งหนึ่งเมื่อประมาณเกือบยี่สิบปีมาแล้ว เกิดมีคุณแม่นักเรียนคนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตใกล้ๆ วันแม่พอดี แล้วเมื่อเราจัดงาน ก็ปรากฏว่าเมื่อแม่ทุกคนนั่งประจำที่ บรรดาลูกๆ เวียนกันเข้าไปกราบแม่ตัวเอง มันคงกดดันนักเรียนคนนั้นมาก เขาจึงหลบมุมไปร้องไห้อยู่คนเดียว ตอนนั้นหนูดีก็เป็นเด็กประถมเหมือนกัน เห็นแล้วสงสารเขามาก และจากปีนั้นเป็นต้นมา คุณแม่หนูดีซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ ก็ประกาศเลิกจัดงานวันแม่ไปเลย โดยสิ้นเชิง เพราะแม่บอกว่า จริงๆ แล้วเด็กอีกตั้งหลายคนก็ไม่มีแม่ เช่น กรณีพ่อเลี้ยงเดี่ยว แม่อยู่ต่างประเทศ แม่เป็นโรคตาย แม่เกิดอุบัติเหตุตาย ซึ่งเด็กกลุ่มนี้คงไม่อยากให้มีใครมาตอกย้ำ “ความไม่มีแม่” ของเขาแน่ๆ โรงเรียนของเราก็เลยเป็นโรงเรียนปลอดวันแม่มาจนทุกวันนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่เฉลิมฉลองเลยนะคะ แน่นอนว่า เราพูดถึงวันแม่ การกตัญญู การไหว้แม่ด้วยดอกมะลิ ฯลฯ แต่เรียกว่า ให้เด็กไปฉลองบ้านใครบ้านคนนั้นดีกว่าค่ะ เลี่ยงอาการปวดใจของครอบครัวที่ไม่มีแม่ โดยแม่หนูดียังเปรยเสมอๆ เวลาเห็นใครจัดงานวันแม่ประเภทกระชากน้ำตาว่า “จัดแบบนี้แล้วเด็กที่ไม่มีแม่เขาจะรู้สึกอย่างไร ถึงให้ครูมานั่งแทนแม่มันก็แทนกันไม่ได้หรอก ครูไม่ใช่แม่” ซึ่งก็จริงค่ะ หนูดียังคิดเล่นๆ ว่า ถ้าเป็นเรา สงสัยโดดเรียนแหงๆ เลยวันนั้น
พูดถึงแม่ ก็เลยมานั่งคิดค่ะว่า เมื่อพวกเราเป็นผู้ใหญ่กันแบบนี้แล้ว ของขวัญอะไรที่เราจะมอบให้แม่ได้ในวันแม่แบบที่ดูครีเอตขึ้นมาอีกหน่อย เพราะดอกมะลินี่ให้กันมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว เช่น พาแม่ไปรับประทานอาหารบ้าง ไปเที่ยวในประเทศ ไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง
หนูดีมานั่งเปรียบเทียบชีวิตแม่กับชีวิตลูกดู เรามีตำราเลี้ยงลูกกันเยอะนะคะ แต่ไม่เห็นมี “ตำราเลี้ยงแม่” กันสักเท่าไร ล่าสุดหนูดีเพิ่งอ่านหนังสือชื่อ “โรคแม่ทำ” แปลจากภาษาญี่ปุ่นชื่อ “โบะเกมเบียว” เขียนโดยแพทย์เสียด้วยค่ะ หนังสือดี หนูดีเลยมาคิดเล่นๆ ว่า น่าจะมีหนังสือชื่อ “โรคลูกทำ” บ้างนะคะ เพราะลูกๆ อย่างพวกเรานี่ จริงๆ แล้วบางครั้งก็เป็นตัวร้ายสุดๆ เหมือนกันโดยไม่รู้ตัว ทำตัวให้แม่ห่วง ให้แม่ปวดหัว กังวล รำคาญ หงุดหงิด โมโห และอีกสารพัดอารมณ์ที่เป็นพิษกัดกร่อนจิตใจแม่ แม้แต่พวกเราที่คิดว่าเราเป็น “ลูกที่ดี” นี่ ก็ยังก่อสร้างอารมณ์ลบๆ ให้แม่ได้เลยนะคะ หลักๆ ก็อารมณ์ห่วงปนกังวลนั่นเอง
ล่าสุด ที่ห้องเรียนพ่อแม่วันศุกร์ที่ผ่านมานี้ โรงเรียนเราโชคดีมีคุณหมอบัญชา แดงเนียม ให้เกียรติมาบรรยายเรื่อง “รู้ทัน ไม่ป่วย ด้วยนาฬิกาชีวิต” ให้คุณพ่อ คุณแม่ คุณน้า คุณลุง คุณตา คุณยาย ของเด็กๆ ฟัง (หนนี้หนูดีส่งเทียบเชิญทุกเจเนอเรชันของเด็กๆ เลยค่ะ เพราะหัวข้อสุขภาพสำคัญมากกับรุ่นตายาย) ก็มีคนมาฟังกันเต็มห้องเป็นที่ครึกครื้น คุณหมอบัญชาเลกเชอร์เรื่องสุขภาพได้ประหนึ่งโน้ส อุดม เรียกเสียงฮาเป็นระยะๆ แต่ที่สำคัญคือ เนื้อหาละเอียดและจำง่ายค่ะ มีคำคมๆ ขำๆ หลุดออกมาตลอด เช่น เปรียบเทียบการกินของพวกเราว่า “กินเหมือนปล้น แต่ออกกำลังเหมือนย่องเบา” ทำเอาพวกเราหัวเราะไม่หยุด หรือบอกว่าถ้าไม่รักษาสุขภาพ “อายุจะอ่อนกว่าหน้า” ถอดรหัสอยู่นานกว่าจะขำค่ะ แต่เมื่อฟังแล้ว ก็เลยชวนแม่ไปล้างพิษ ซึ่งจริงๆ หนูดีกับแม่ไปกันตลอดอยู่แล้ว แต่ปีนี้ว่าจะชวนแม่ไปล้างพิษโลหะหนักออกจากเลือด ซึ่งกล้าๆ กลัวๆ มาหลายปี หนูดีไม่ชอบเรื่องเจาะเลือด แต่ปีนี้ว่าจะลองค่ะ มันมีหลายวิธีมาก ล่าสุดพี่สาวหนูดีคนหนึ่งก็ไปใช้วิธีเจาะจากเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอ ฟังแล้วเสียว เลยว่าจะลองเบาะๆ ด้วยการเจาะแขนปกติก่อน คุณหมอเล่าถึงผลว่า ทำให้หน้าเด็กลงด้วย เพราะโลหะหนักนับเป็นสารพิษที่อันตรายในระบบร่างกายเรา หนูดีเลยว่าจะร่วมขบวนล้างเลือดด้วยหนนี้
พอพูดถึงเรื่องล้างพิษที่เราจ่ายเงินให้คนอื่นทำให้แม่เราได้ หนูดีก็เลยนึกถึง “พิษ” ต่างๆ ที่มาจากนิสัยของบรรดาลูกๆ อย่างพวกเรานี่ด้วยล่ะค่ะ เรามีนิสัยไม่น่ารักหลายอย่างที่เป็นพิษสำหรับคนเป็นแม่เยอะแยะ เช่น ชอบเถียงแม่ ไม่ โทร.รายงานตัวสม่ำเสมอ พูดจาห้วนๆ ไม่หวาน (ลูกบางบ้านพูดกับลูกค้าบางทีเพราะกว่าพูดกับแม่ตัวเอง) และอีก ฯลฯ หนูดีว่ามันจะดีมากเลยค่ะ ถ้าเราถือโอกาสวันแม่นี้ล้างพิษต่างๆ เหล่านี้ออกไปจากนิสัยเราบ้าง ชีวิตของแม่จะได้ “ปลอดสารพิษ” ขึ้นอีกระดับหนึ่ง และแม่เราจะได้ “หน้าอ่อนกว่าอายุ” บ้าง ได้บุญเยอะนะคะแบบนี้







