
พักความคิดหยุดจิตไว้ที่ธรรม (ตอน ๕)
ปุจฉา : เมื่อเข้าพรรษาปีที่แล้ว ๒๕๕๓ โยมมีความตั้งใจว่าจะทำวัตรเย็นตลอดพรรษา
ปุจฉา : เมื่อเข้าพรรษาปีที่แล้ว ๒๕๕๓ โยมมีความตั้งใจว่าจะทำวัตรเย็นตลอดพรรษา
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : เมื่อเข้าพรรษาปีที่แล้ว ๒๕๕๓ โยมมีความตั้งใจว่าจะทำวัตรเย็นตลอดพรรษา ปรากฏว่าตั้งแต่เข้าพรรษาเป็นต้นไป ทุกๆ ตี ๒ ของทุกคืน โยมจะได้ยินเสียงสวดมนต์เวลาตี ๒-ตี ๔ เสียงนั้นจะดังก็ไม่ดัง จะเบาก็ไม่เบา ทำให้นอนหลับไม่ลงตลอด ๓ เดือน จึงน้อมกราบพระอาจารย์ช่วยชี้แจงธรรมตามควรด้วยเถิด
กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่ง
(ขอไม่เอ่ยนาม)/เจริญนคร คลองสาน กรุงเทพฯ
วิสัชนา : จึงขอให้อุบาสิกาลองใคร่ครวญพิจารณา เพื่อการนำไปสู่การรู้จักละผัสสะโง่ให้ทันทุกขณะที่นึกคิดกระทบกับธรรมารมณ์ อย่าเติมความคิด อย่าคิดปรุงลงไป และพึงรู้เห็นให้ทันความคิด พึงรู้เท่าทันความปรุงแต่ง มันจะคิดก็เพียงสักแต่ว่าคิด แต่อย่าไปเติมแต่งปรุงความคิดนั้น เดี๋ยวมันก็จะดับไปและค่อยสิ้นไปเป็นธรรมดา เพราะธรรมทั้งหลายนั้นเป็นสุญญโต คือ ว่างเปล่า... ว่างจากความหมายความเป็นตัวตน!!
หากรู้จักการพิจารณา เพื่อการรู้เท่าทันสังขารธรรมทั้งหลาย ว่าเป็นเช่นนี้เอง!! ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น มองให้เห็นความเกิด-ความดับว่าเป็นธรรมดา ก็จะให้เบื่อหน่าย ด้วยเห็นโทษทุกข์ภัยแห่งสังขาร จนอยากหลีกหนี...เพิกถอนจากสังขารนั้น อันนำไปสู่การเพิกสังขารด้วยจิตที่มีตัวปัญญารู้เกิดขึ้น จนเกิดความรู้แจ้งในอริยสัจที่พระพุทธองค์ทรงประกาศไว้ดีแล้ว ก็จะได้ประโยชน์สูงสุด จากกรณีโรคเสียดแทงใจที่เกิดจากสังขารเป็นเหตุ จนให้มีความทุกข์ ความมึนเมา ดังที่กล่าวมา
อย่างไรก็ตาม การจะเข้าถึงความจริงตามที่กล่าวมานั้น มิได้สำเร็จด้วยการนึกคิด แต่จะสัมฤทธิผลเมื่อปฏิบัติอย่างถูกต้อง และต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยขอให้ยึดหลักเจริญสติด้วยวิชาอานาปานสติ ๑๖ ขั้น เมื่อเข้าถึงขั้น จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน โดยเฉพาะในขั้นที่ ๑๒ คือ การเปลื้องอารมณ์ออกจากจิตทุกลมหายใจเข้าทุกลมหายใจออก ก็ย่อมสามารถกำจัดซึ่งอาการปรุงแต่งดังกล่าวที่จิตเข้าไปยึดถือได้อย่างไม่ยาก และพึงเพียรเฝ้าดูจิตในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน ทำความรู้ตัวเต็มที่ รู้อยู่กับที่ และให้รักษาอาการรู้ที่เป็นกลางๆ ไว้ ไม่เติมความคิดนึกเข้าไปในสภาพธรรมนั้นๆ
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







