
ออสโลควงลอนดอนซิวแชมป์ค่าจอดรถย่านธุรกิจแพงหูฉี่
ในยุคที่เศรษฐกิจโลกติดๆ ขัดๆ รายได้ไม่ลื่นไหลเข้ากระเป๋าเหมือนติดสเกตแบบนี้
ในยุคที่เศรษฐกิจโลกติดๆ ขัดๆ รายได้ไม่ลื่นไหลเข้ากระเป๋าเหมือนติดสเกตแบบนี้
หันไปทางไหนก็เจอแต่เสียงบ่นอุบว่า “ของแพง” โดยเฉพาะสินค้าหมวดอาหารที่พุ่งติดจรวดตามสภาพอากาศที่ปรวนแปร
แต่ทว่านอกจากสินค้าในหมวดปัจจัย 4 จะแพงหูฉี่แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าในยุคราคาสินค้าขาขึ้นนี้ จะรวมถึงราคาค่าที่จอดรถในประเทศต่างๆ จะไต่ระดับขึ้นไปแบบไม่แคร์สื่อเช่นกัน
จากผลการสำรวจของคอลเลียร์ส อินเตอร์เนชันแนล ปาร์กกิง เรต เซอร์เวย์ บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ยกให้กรุงลอนดอนของอังกฤษ เป็นเมืองที่พื้นดินเป็นเงินเป็นทองมากที่สุด ในฐานะที่เรียกเก็บค่าจอดรถรายเดือนสูงที่สุดในโลก
ในรายงานระบุว่า บรรดานายธนาคาร ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นย่านการเงินของอังกฤษ ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าจอดรถราวเดือนละ 1,084 เหรียญสหรัฐ (ราว 32,172 บาท) ซึ่งถือว่าแพงที่สุดในบรรดา 156 ย่านธุรกิจทั่วโลก
ขณะที่กรุงออสโล ของนอร์เวย์ เมืองแห่งสันติภาพ ที่เพิ่งเกิดเหตุกราดยิงและระเบิดไปหมาดๆ ก็ไม่น้อยหน้า ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าค่าจอดรถรายวันแพงที่สุดในโลกเช่นกัน โดยสนนราคาค่าจอดรถรายวันในย่านธุรกิจของนอร์เวย์ อยู่ที่วันละ 89.04 เหรียญสหรัฐ (ราว 2,642 บาท)
รองลงมา คือ กรุงโคเปนเฮเกน ของเดนมาร์ก มีอัตราค่าที่จอดรถ 73.11 เหรียญสหรัฐ (ราว 2,200 บาท) และนครเมลเบิร์น เมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของออสเตรเลีย ซึ่งมีอัตราค่าที่จอดรถ 69.53 เหรียญสหรัฐ (ราว 2,064 บาท) ตามมาด้วยนครซิดนีย์ ซึ่งมีอัตราค่าที่จอดรถ 67.42 เหรียญสหรัฐ (ราว 2,000 บาท)
นอกจากนี้ ในการสำรวจดังกล่าวยังพบด้วยว่าอัตราค่าจอดรถตามเมืองต่างๆ ในปัจจุบันทะยานขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่เหมือนกันทั้งโลก ยกเว้นเพียงเมืองลุงแซมประเทศเดียว ที่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สวนกระแสขาขึ้นดังกล่าวมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ส่วนประเทศที่มีค่าจอดรถถูกที่สุดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของไทยแลนด์นี่เอง เพราะสนนราคาค่าจอดรถอยู่ที่เพียง 92 เซนต์ต่อวัน (ราว 27 บาท) เท่านั้น
เห็นทีถ้าค่าจอดรถแพงแข่งกับค่าน้ำมันแบบนี้ หันมาจอดรถไว้บ้าน แล้วใช้บริการรถสาธารณะมาทำงานให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลยดีมั้ย ถึงจะมีดีกรีผู้บริหารค้ำคอก็เถอะ...







