
ฟื้นฟูปะการัง เกาะสีชัง
จากธรรมชาติที่งดงามและอากาศที่บริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีระยะทางที่ไม่ไกลจากฝั่งและการเดินทางที่สะดวกของเกาะสีชัง
จากธรรมชาติที่งดงามและอากาศที่บริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีระยะทางที่ไม่ไกลจากฝั่งและการเดินทางที่สะดวกของเกาะสีชัง
จึงเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างหนึ่ง ที่ทำให้นักเดินทางแวะเวียนมาชมความสวยงามของเกาะสีชังแห่งนี้
เกาะสีชังเป็นเกาะขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 7.9 ตารางกิโลเมตร ห่างจากแผ่นดินประมาณ 12 กิโลเมตร และมีชุมชนตั้งถิ่นฐานมานานนับร้อยปี เกาะสีชังมีเสน่ห์ความงามทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อ จนกลายเป็นประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของเมืองไทย เพราะมีพระมหากษัตริย์ถึง 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 เสด็จฯ มาประพาสพักผ่อน โดยเฉพาะรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานขึ้นเป็นพระราชวังฤดูร้อน โดยพระราชทานนามว่า พระจุฑาธุชราชฐาน ตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสีชัง
นอกจากธรรมชาติบนบกแล้ว เกาะสีชังยังมีแหล่งปะการังที่น่าสนใจให้ผู้ที่ชื่นชอบดูปะการังน้ำตื้นได้สัมผัสกับความสวยงามอีกด้วย โดยเฉพาะที่บริเวณท่ายายทิม ที่อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ซึ่งเชื่อมอยู่กับเกาะยายท้าว เวลาที่น้ำทะเลลดลงจะสามารถเดินจากเกาะสีชังข้ามไปยังเกาะยายท้าวได้ ซึ่งบนเกาะจะมีหาดเล็กๆ เป็นจุดดำน้ำดูปะการังและตกปลาได้ด้วย
แต่จากปัญหาสภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ทำให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว นอกจากนี้ยังเกิดความเสียหายและเสื่อมโทรมจากสาเหตุทางธรรมชาติ เช่น การแตกหัก และการพลิกคว่ำจากคลื่นลมในช่วงฤดูมรสุม ที่สำคัญเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ที่มีผลจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งในบริเวณดังกล่าวได้ขยายตัวออกไป ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณเกาะสีชัง ทำให้แนวปะการังเกิดความเสียหาย ถ้าปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อเรื้อรังออกไปโดยไม่มีใครเข้ามาดูแล ไม่มีมาตรการใดๆ เข้ามาแก้วิกฤต ไม่มีผู้เข้ามาบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ นั่นย่อมหมายความว่า มหันตภัยที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยบริษัท ไทยออยล์ ให้การสนับสนุนงบประมาณในด้านการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ปะการัง ซึ่งนายสมชัย วงศ์วัฒนศานต์ ผู้ช่วยกรรมการอำนวยการ ด้านบริหารองค์กร กล่าวว่า เป็นนโยบายที่บริษัทให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งบนฝั่งและในทะเล การฟื้นฟูแนวปะการังให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ โดยมีระยะเวลา 5 ปี ขณะนี้อยู่ในขั้นการเพาะพันธุ์ปะการังในโรงเพาะ อย่างน้อยต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ก่อนนำลงสู่ธรรมชาติได้ ซึ่งถ้าสิ้นสุดโครงการก็จะสามารถฟื้นฟูแนวปะการังได้ถึง 250 ไร่ รอบชายฝั่งของเกาะสีชังก็จะกลับมามีสภาพที่สวยงามได้ดังเดิม
นอกจากความงามทางธรรมชาติแล้ว นักท่องเที่ยวยังนิยมไปสักการะ คือ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ที่ทั้งชาวจีน ชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความเคารพนับถือ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย และวิหารพระสังกัจจายน์ ส่วนวัดไทยก็จะเป็นวัดอัษฎางคนิมิตร ซึ่งมีความงดงามมาก
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะข้ามไปยังเกาะสีชัง ข้ามได้ที่เกาะลอยและที่ท่าเรือจรินทร์ ซึ่งมีที่รับฝากรถชั่วคราว 50 บาท และจอดค้างคืน 100 บาท อัตราค่าโดยสารเรือไปยังเกาะคนละ 40 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เรือออกจากฝั่งศรีราชาเวลา 06.00-20.00 น. ส่วนเรือออกจากเกาะสีชังเวลา 06.00-18.00 น. โดยมีเรือออกทุกๆ ชั่วโมง







