
หลักธรรมเพื่อการสร้างความสำนึกในวิถีพุทธ (ตอน ๔)
ปุจฉา : ในช่วงก่อนเข้าพรรษา ได้ฟังธรรมของพระอาจารย์ที่อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ปุจฉา : ในช่วงก่อนเข้าพรรษา ได้ฟังธรรมของพระอาจารย์ที่อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : ในช่วงก่อนเข้าพรรษา ได้ฟังธรรมของพระอาจารย์ที่อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ ๑๐ ก.ค. ๒๕๕๔ มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของจิต ที่ควรหมั่นตรวจสอบ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เข้มแข็ง มั่นคง ในวิถีสังคมที่วุ่นวายอย่างนี้
กราบนมัสการพระอาจารย์
นายฤทธิวุฒิ
วิสัชนา : อย่าลืมนะ บนความจริงของวิถีชีวิตสัตว์ในวัฏฏสงสารนั้น พวกเราเดินทางมาด้วยกรรมชั่ว แต่มันมีกรรมดีหนุนอยู่บ้าง จึงมีฐานะมาเป็นมนุษย์ แต่ไม่ใช่ดีพร้อม เรามีความชั่วมากกว่าดี เราจึงต้องพยายามรู้ สังวรระวังเป็นตัวแรกก่อน ระวังความชั่วอย่าให้มี ไม่มีอย่าให้มี ต้องปหานะ ทำไมพระพุทธเจ้าสอนทุกข้อต้องปหานะหมด เพราะต้องเอาชั่วออกก่อน ทำไมพระพุทธเจ้าทุกพระองค์สอนว่า อย่าทำชั่วทั้งปวงเป็นข้อแรก ทำไม? ก็เพราะเรามาจากแดนความชั่ว อย่าให้ค่านิยมว่าเราเป็นคนดีนะ
พระพุทธศาสนาสอนให้คิดในเบื้องต้นเป็นอย่างนี้ ให้สำนึกว่าเรามาจากสิ่งที่ไม่ดี จึงไม่ต้องมาดูถูกกัน ไม่ต้องไปกล่าวว่ากัน ไปว่ากันทำไม เป็นสัตว์ทุกข์เหมือนกัน ควรเกื้อกูลช่วยเหลือกัน หากใครได้ดีกว่า ใครก้าวเร็วกว่า เราก็ควรอนุโมทนาสาธุการ เหมือนนาคที่จะบวช สาธุการ เขาไปเร็วกว่าเราแล้ว เรายังเป็นฆราวาสอยู่ เขาเข้าสู่ความเป็นพระแล้ว เขารักษาศีล ๘ แล้ว เรายังรักษาศีล ๕ อยู่ นั่นคือความควรคิด เพราะอะไร ก็เพราะจะได้ไม่ประมาท ด้วยสำนึกว่าเราทั้งหลายมีอวิชชาครอบหัวอยู่ทุกคน โลภะ โทสะ โมหะ ครบถ้วน จะหนัก-เบา ก็แล้วแต่สภาพความจริง จึงรับรองได้ว่าหากอยู่กันสองคน คำว่าไม่ทะเลาะกันไม่มีทาง กินอยู่ด้วยกัน เดี๋ยวก็ทะเลาะกัน
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







