posttoday
Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์!!

Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์!!

21 เมษายน 2564

เปิดรูปแบบงานในฝัน 3 องค์กรในไทย “THiNKNET–Builk–SCB” ปรับรูปแบบการทำงานใหม่ ประกาศให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ไปตลอด

Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์!!

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทรนด์การทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ถูกพูดถึงว่าเป็นอนาคตของโลกการทำงาน (Future of Work) ซึ่งพนักงานออฟฟิศหลายคนต่างใฝ่ฝันที่จะได้ทำงานรูปแบบนี้ ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้องค์กรต่าง ๆ ในไทยทดลองให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้น และ หลายองค์กรก็มีผลลัพธ์ในด้านประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น จึงได้เริ่มปรับนโยบายให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ไปตลอด ซึ่งรูปแบบการทำงานนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องปกติของการทำงาน และจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงานกับองค์กรด้วย

ด้วยเหตุนี้จ๊อบไทย (JobThai) ในฐานะผู้นำบริการแพลตฟอร์มหางานและสมัครงานออนไลน์ของประเทศไทย จึงพาไปเจาะลึก 3 บริษัทในไทยที่ให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ไปตลอด

Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์!!

THiNKNET - บริษัท ทิงค์เน็ต จำกัด

ทิงค์เน็ต เป็นบริษัทไอทีด้านการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นประโยชน์กับสังคมไทยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้มีการปรับให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) โดยปรับรูปแบบการทำงาน (Workflow) ให้พร้อมกับวิธีการทำงานแบบใหม่ และจัดสรรเครื่องมือและเทคโนโลยีให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม 

พัฒนาแอปฯ จัดการงานทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีครบครันเพื่อความสะดวกในการทำงาน

การทำงานแบบเดิมที่ต้องทำงานออฟฟิศ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นไม่มีอีกต่อไป เพราะทิงค์เน็ตให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการทำงานมากกว่า พนักงานสามารถจัดเวลาการทำงานของตัวเองได้ โดยทิงค์เน็ตได้พัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ในการบริหารจัดการพนักงานสำหรับการทำงานจากระยะไกล (Remote Working) โดยแอปพลิเคชันนี้มีหน้าที่ในการจัดการเรื่องเข้า-ออกงาน และการแจ้งลา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังยืดหยุ่นเวลาทำงานมากขึ้นจากเดิมที่ให้พนักงานเข้างาน 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ปรับเป็นการเก็บชั่วโมงทำงานให้ครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งช่วยให้การทำงานคล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรเครื่องมือทำงาน ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมสำหรับการสื่อสาร โปรแกรมจัดการเอกสารออนไลน์ และโปรแกรมเฉพาะสำหรับงานของแต่ละทีม รวมถึงคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์สำนักงานอย่างโต๊ะทำงาน เก้าอี้ และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกด้วย

ปรับออฟฟิศรับวิถีการทำงานแบบ New Normal

ออฟฟิศของทิงค์เน็ตได้มีการปรับสถานที่ทำงานให้รองรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยจากเดิมที่มีโต๊ะประจำถูกเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานแบบ Open-plan Office และจัดตู้ล็อกเกอร์เพื่อให้พนักงานสามารถเก็บของส่วนตัว และยังมีการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนรวมตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์การประชุมที่ทันสมัยสามารถเชื่อมต่อกับการทำงานออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์!!

พนักงานมีความสุขในการทำงานจากที่ไหนก็ได้

การทำงานที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) มีผลตอบรับที่ดีจากพนักงานทิงค์เน็ต ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำให้พวกเขามีเวลาไปทำกิจกรรมที่ต้องการมากขึ้น พนักงานที่มีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดก็สามารถไปทำงานที่บ้านต่างจังหวัดและมีเวลาดูแลครอบครัว ส่วนพนักงานที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานได้ตามต้องการ และพนักงานหลายคนก็มีเวลาไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หรือทำงานอดิเรกได้

Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์!!

Builk - บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป 

บิลค์ วัน กรุ๊ป บริษัทเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีนโยบายให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) จากความเชื่อเดิมที่ว่าการนำคนมารวมกันอยู่ในสถานที่เดียวกันเป็นสิ่งที่ดี จึงมองหาพื้นที่สำหรับขยายออฟฟิศให้ใหญ่ขึ้นอยู่เสมอ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้บิลค์ได้ทดลองให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ซึ่งพบว่าองค์กรและพนักงานต่างได้ประโยชน์จากการทำงานแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายเรื่องสถานที่ ค่าเดินทาง และยังสามารถจัดสรรเวลาของตัวเองได้มากขึ้น

นโยบาย Work from Anywhere มาจากการรับฟังพนักงาน และออกแบบโมเดลการทำงานของตัวเอง

บิลค์ ให้พนักงานเลือกทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นทำงานจากที่บ้าน หรือออฟฟิศสำนักงานใหญ่ และบิลค์ยังได้หาพื้นที่ Co-working Office กระจายในย่านต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานที่พักอยู่ในย่านนั้นไปทำงานร่วมกันได้ โดยบิลค์มีไอเดียที่จะต่อยอดโมเดลนี้ไปใช้ในต่างจังหวัดด้วย เพราะมองว่าโมเดลนี้จะช่วยหาคนเก่งมาร่วมงานได้ และคนเก่งเหล่านั้นก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามที่พวกเขาต้องการได้

Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์!!

การสื่อสารและเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานแบบ Work from Anywhere

การทำงานจากระยะไกล (Remote Working) นั้นคนไม่จำเป็นต้องมาอยู่ร่วมกันในที่เดียวกัน การสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานแบบนี้ โดยผู้บริหารมีการสื่อสารกับพนักงานมากขึ้นเพื่อให้มองเป้าหมายเดียวกันชัดเจน และในการทำงานต้องมีการประสานงานกันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องมีความพร้อมในเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือในการบริหารจัดการงานด้านต่าง ๆ ซึ่งบิลค์เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีระบบซอฟต์แวร์รองรับการทำงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์สำหรับจัดการอนุมัติเอกสาร การจองสถานที่ที่ออฟฟิศ รวมถึงงานด้านบัญชี ดังนั้นการปรับให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) จึงทำได้อย่างรวดเร็ว

เลือกคนให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร

คนที่จะทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ต้องเป็นคนที่สร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ด้วยตัวเอง (Self-Motivated) เนื่องจากการทำงานจากที่ไหนก็ได้จะผสานเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวเข้าด้วยกัน (Work-Life Harmony) มากขึ้น นอกจากนี้จะต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซี่งเป็นปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกคนมาร่วมงานกับบิลค์

เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป การสร้างวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงการสร้างประสบการณ์การทำงานของพนักงานให้เกิดความประทับใจ (Employee Experience) เป็นสิ่งที่บิลค์ให้ความสำคัญ โดยบิลค์มีทีม People Communication ที่รวมคนจากหลายแผนกมาสร้างกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ

Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์!!

SCB - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

หลังจากที่ SCB มีนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้านเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แล้วพบว่าพนักงานสามารถทำงานได้โดยมีประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity) มากขึ้น SCB จึงได้นำคอนเซปต์การทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) มาปรับใช้เพื่อตอบโจทย์วิถีการทำงานใหม่

การทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น

การทำงานในองค์กรขนาดใหญ่มักมีกระบวนการพิจารณา และอนุมัติเอกสารหลายขั้นตอน ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องความเร็วในการทำงาน การทำงานจากระยะไกล (Remote Working) ทำให้ SCB ทลายกรอบการทำงานแบบเดิม ๆ เช่น กระบวนการรับพนักงานใหม่ ซึ่งต้องมีการอนุมัติเอกสารหลายขั้นตอน ยิ่งในองค์กรใหญ่แล้ว การจัดเก็บและแสดงข้อมูลอย่างทั่วถึงทำได้ยาก แต่เมื่อปรับรูปแบบการทำงานมาเป็นออนไลน์ ทำให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูล และจัดการแสดงผลข้อมูลได้ตรงกันทั้งหมด รวมถึงสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ปรับปรุงกระบวนการได้สะดวกยิ่งขึ้น

มองที่เป้าหมายมากกว่าเวลาเข้า-ออกงาน การสื่อสารและ Collaboration คือสิ่งสำคัญ

เวลาเข้า-ออกงาน ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) เพราะปัจจัยสำคัญของการทำงานแบบนี้อยู่ที่เป้าหมายและผลลัพธ์ของงาน โดยในแต่ละแผนกสามารถวางแผนงานและบริหารจัดการวิธีการทำงานของตัวเองได้โดยยึดถือวัฒนธรรมการทำงานเดียวกัน และอาศัยสิ่งที่สำคัญในการทำงานคือการสื่อสารมากขึ้น

การเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ของ SCB สามารถบริหารจัดการให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีในการทำงานร่วมกัน (Collaboration) และพร้อมที่จะปรับตัวตามสถานการณ์อยู่เสมอ

Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์!!

ความสุขของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ

พนักงาน SCB ต่างมีความสุขกับการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) เพราะทำให้จัดการบริหารเวลาได้มากขึ้น ไม่ต้องเผชิญปัญหารถติด ซึ่ง SCB ก็มองถึงความสุขของพนักงานในหลายมิติ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดย SCB ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเพื่อดูแลเรื่องสุขภาพให้กับพนักงานแบบออนไลน์ สามารถพบหมอเพื่อปรึกษาอาการเจ็บป่วยจากที่ไหนก็ได้ พร้อมทั้งส่งยาไปให้ที่บ้าน และยังมีนักจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการความเครียดให้กับพนักงานด้วย 

ปัจจุบันทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยยังคงเจอกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้โลกของการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การทำงานต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยองค์กรต่างๆ มีการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Working) ด้วยการทำงานระยะไกล (Remote Working) ทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ผสมกับการทำงานที่ออฟฟิศ ด้านการจ้างงานเองความยืดหยุ่นนี้ก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถสรรหาคนเก่งได้จากทั่วประเทศหรือจากที่ไหนก็ได้ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลจะต้องมีการปรับวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่กระบวนการสรรหา (Recruitment) การดูแลพนักงานใหม่ (Onboarding) เพื่อให้พนักงานปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบใหม่ รวมทั้งวิธีการที่จะรักษาความสัมพันธ์ของพนักงานให้ดียิ่งขึ้นแม้ต้องเจอหน้ากันน้อยลง เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการรักษาวัฒนธรรมองค์กรด้วย ด้านคนทำงานต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์อยู่เสมอและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Resilience & Adaptability) และต้องไม่หยุดเรียนรู้พัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคตอยู่เสมอ

สำหรับผู้ที่ต้องการหางาน สมัครงาน ทั้งสามบริษัทยังมีตำแหน่งที่เปิดรับ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.jobthai.com หรือดาวน์โหลด JobThai Application ทั้งในระบบ iOS, Android และ HUAWEI AppGallery

ข่าวล่าสุด

เปิดคำร้อง"พรรคประชาชน" ยื่น ม.236 สอบ ป.ป.ช. ปมยกร้องคดี "ศักดิ์สยาม" มิชอบ 

เปิดคำร้อง"พรรคประชาชน" ยื่น ม.236 สอบ ป.ป.ช. ปมยกร้องคดี "ศักดิ์สยาม" มิชอบ