How to ดูแลผิวให้สุขภาพดีไม่มีโทรม พร้อมอวดผิวสวยทุกทริป

วันที่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 11:05 น.
How to ดูแลผิวให้สุขภาพดีไม่มีโทรม พร้อมอวดผิวสวยทุกทริป
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะ 3 เคล็ดลับการดูแลผิวพรรณให้สุขภาพดีไม่มีโทรม พร้อมอวดผิวสวยทุกทริปอย่างมั่นใจ

“วันหยุดนี้เที่ยวไหนดี” คำคุ้นชินติดหูใครหลายคนที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศดีๆ เพื่อออกไปพักผ่อน สูดอากาศสดชื่น รีเฟรชร่างกายจากความเหนื่อยล้า แน่นอนว่าหากมีเวลาพักผ่อนทั้งทีทุกคนก็ย่อมอยากมีรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งการเตรียมผิวพรรณและรูปร่างก่อนไปทริปท่องเที่ยวนั้น ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้รูปถ่ายออกมาสวยงามได้

ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปแนะนำ ‘เคล็ด (ไม่) ลับการดูแลผิวสวยแบบไม่มีโทรม’ สำหรับสายท่องเที่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาทิ Body Butter, Purifying Face Wash,  Hydrating Emulsion, Astrigent Toner, Revitalizing face mask และ Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA+++ โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมทำกิจกรรม

พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณให้สุขภาพดีไม่มีโทรม อวดผิวสวยทุกทริปอย่างมั่นใจ ว่า ‘สำหรับสาวๆ แล้ว สุขภาพผิวพรรณและความงามเป็นของคู่กันเสมอ ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดๆ แม้ในวันที่ต้องทำงาน วันพักผ่อนสบายๆ หรือแม้แต่ในวันที่มีทริป ท่องเที่ยว ก็ต้องใส่ใจดูแลผิวโดยมีหลักการง่ายๆ 3 ประการ ได้แก่

ประการแรก การป้องกัน (Prevent) ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดที่มีค่า SPF50 PA++++ เพื่อเป็นเกราะป้องกันรังสีต่างๆ ไม่ให้ไปทำลายดีเอ็นเอ (DNA) ของผิว เนื่องจากแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาผิว อาทิ ความหมองคล้ำ จุดด่างดำ ซึ่งอันตรายที่คาดไม่ถึงของแสงแดดประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

  1. รังสีที่มองไม่เห็น (Invisible Light) เป็นแสงที่มีพลังงานสูงอย่าง รังสี UVA และ UVB ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวแดงไหม้, คล้ำเสีย, ผิวแก่ก่อนวัย รวมถึงมะเร็งผิวหนัง
  2. แสงที่มองเห็น (visible light) มีปริมาณ 45 %ของแสงแดดทั้งหมด มีพลังงานต่ำกว่าแสงยูวีหลายพันเท่า แต่หากได้รับเป็นเวลานานก็สามารถทำให้ผิวอักเสบ กระตุ้นการสร้างเม็ดสีคล้ำ กระ ฝ้า รวมถึงกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ผิวเกิดการเสื่อมสภาพได้
  3. แสงอินฟราเรด (Infrared) มีปริมาณ 50% ของแสงแดดทั้งหมด เป็นรังสีความร้อนทำให้เกิดอาการผิวแก่ก่อนวัย (Photoaging) ริ้วรอย สูญเสียความยืดหยุ่น ผิวเหี่ยวย่น และผิวหมองคล้ำ หากสัมผัสเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

ประการที่สอง การดูแล (Treat) เพื่อไม่ให้ผิวเสื่อมสภาพ ไม่เกิดริ้วรอยได้ง่าย ช่วยคงสภาพเม็ดสีของผิวไม่ให้ถูกทำลายไป อย่างเช่นในวันที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือโดนความร้อนจากแสงแดดมากๆ ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าเพื่อลดความร้อนภายใต้ผิว ลดรอยแดง และฟื้นฟูสภาพผิวให้สว่างกระจ่างใสอย่างไร้ที่ติ

และประการสุดท้าย การรักษา (Lock) โดยเฉพาะการรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ไม่แห้งกร้าน และไม่เกิดการอักเสบได้ง่าย สิ่งสำคัญ คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิวของเรานั้นจะดีที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น คนที่ผิวมีความแข็งแรงก็อาจจะเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เป็นเนื้อครีมบางเบา ก็เพียงพอสำหรับการดูแลผิว แต่สำหรับคนที่ผิวแห้งก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้นมากขึ้น อย่างพวกบัตเตอร์ครีม นอกจากจะช่วยเติมความชุ่มชื้นสู่ผิวแล้วยังช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิวด้วย

ส่วนการปกป้องแสงแดดให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น ขึ้นอยู่กับความถี่และปริมาณครีมกันแดดที่เราทา  โดยหลักการวัดปริมาณของครีมกันแดดที่ใช้ด้วยเทคนิค ‘หนึ่งหน่วยปลายนิ้วมือ’ หรือ ‘Finger tip unit’ คือ การบีบครีมลงบนปลายนิ้วมือจากข้อนิ้วชี้ไปจนถึงปลายนิ้วชี้ โดย 1 figure tip unit เทียบเท่ากับปริมาณ 0.5 กรัมของครีม โดยปริมาณที่เหมาะสมสำหรับทาบริเวณใบหน้า คือ 2 figure tip unit ส่วนการทาครีมบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย สามารถปรับเพิ่มปริมาณได้ตามความเหมาะสม’