เล่นน้ำแข็งที่ "ทะเลเหนือ" ณ ใจกลางปักกิ่ง

วันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลา 14:33 น.
เล่นน้ำแข็งที่ "ทะเลเหนือ" ณ ใจกลางปักกิ่ง
ปักกิ่งไม่ได้ดีแค่พระราชวังต้องห้าม (กู้กง) หรือหอบวงสรวงฟ้า (เทียนถาน) ไม่ได้มีแค่กำแพงเมืองจีน (ฉางเฉิง) หรือจตุรัสเทียนอันเหมิน แต่ยังมีที่ให้เที่ยวอีกมากมาย นอกจากจะเที่ยวแล้วยัง "เล่น" ได้อีกด้วย

ทางด้านทิศเหนือของพระราชวังต้องห้ามมีสวนสาธารณะแห่งหนึ่งชื่อว่าเป๋ยไห่ (Beihai Park) แต่ก่อนไม่ใช่สวนสาธารณะ แต่เป็นอุทยานหลวงที่สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิน (ค.ศ. 1179) มีการขุดทะเลสาบจำลองโดยชักน้ำมาจากลำน้ำจินสุ่ยจนเต็ม ทะเลสาบจำลองและสวนหลวงถูกขยายจนมีขนาดใหญ่เมื่อผ่านราชวงศืหยวนและราชวงศ์หมิง จนกระทั่งสมัยราชวงศ์ชิงจึงมีรูปร่างหน้าตาเหมือนปัจจุบัน

เป๋ยไห่ แปลว่า ทะเลเหนือ ทะเลในที่นี้คงหมายถึงทะเลสาบ หรืออาจจะอุปมาถึงทะเลที่อยู่ในทิศทั้ง 4 ตามคติจีนโดยมีพระราชวังต้องห้ามเป็นเสมือนศูนย์กลางโลก

เป๋ยไห่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ไห่ (ทะเล) ทั้ง 3 ที่ประกอบขึ้นเป็นสวนหลวง ส่วนแรกเรียกว่า จงหนานไห่ หรือทะเลกลางใต้ ปัจจุบันเป็นทำเนียบและสถานที่ราชการของรัฐบาลจีน เป็นสถานที่หวงห้ามเด็ดขาดสำหรับคนภายนอก

ส่วนที่อยู่เหนือสุด เรียกว่า สือช่าไห่ แปลว่า ทะเลสิบวัด อาจเป็นเพราะแถบนี้เคยมีวัดและศาลเจ้าสิบแห่งรอบๆ ทะเลสาบ

ส่วนตรงกลางเรียกว่าเป๋ยไห่ เปิดให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจได้ มีทั้งทะเลสาบจำลอง มีเกาะจำลอง สวนหินประหลาด วัดวาอาราม พลับพลาโบราณ สะพานหินอันสวยงาม และยังเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งขนาดใหญ่ให้ชาวปักกิ่งได้เล่นกันในฤดูหนาว

ที่จริงแล้วเป๋ยไห่เป้นสวนที่ใหญ่มาก แต่ใหญ่เพราะทะเลสาบ โดยรอบทะเสาบมีโบราณสถานหลายแห่ง เช่น เสี่ยวซีเทียนและต้าซีเทียน ซึ่งเป็นวัดในพุทธศาสนา 2 แห่งติดๆ กันทางตอนเหนือ อีกฟากของทะเลสาบทางทิศเหนือมี "เซียนฉานถาน" หรือปะรําพิธีประกอบพระราชพิธีแรกสาวไหม และที่ใต้สุดคือ "ถวนเฉิง" หรือป้อมกลม เป็นที่ตั้งของวัดเล็กๆ ที่งดงาม

ถ้าเดินจากป้อมกลมเข้ามาก็จะเห็นเกาะกลางทะเลสาบเป็นสิ่งแรก ที่ตรงหน้าคือสะพานหินโบราณที่ทอดจากฝั่งหนึ่งไปยังเกาะใหญ่ บนเกาะมีพลับพลาชมทิวทัศน์ที่สร้างมาแต่โบราณ และมีวัดหย่งอานซื่อตั้งอยู่ริมไหล่เขาของเกาะ ที่ยอดเขาคือพระเจดีย์สีขาวทรงทิเบต อันเป็นสัญลักษณ์ของเป๋ยไห่

เมื่อถึงฤดูหนาวน้ำในทะเลสาบรอบๆ เกาะจะกลายเป็นน้ำแข็ง มันจะค่อยๆ จับตัวจนหนาไปตามจุดที่แคบที่สุดระหว่าง 2 ฝั่งขยายไปเรื่อยๆ จนครอบคลุมทะเลสาบทั้งผืน แต่แน่นอนว่ามันยากที่ทะเลสาบทั้งผืนจะหนาพอที่จะเล่นสเก็ตได้ ดังนั้นพื้นที่ที่เล่นได้มักจะเป็นส่วนแคบๆ ระหว่างเกาะกับฝั่ง

แต่ไม่ใช่ว่าเห็นน้ำแข็งแล้วเราจะเดินลงไปเล่นได้ตามใจชอบ เจ้าหน้าที่จะล้อมเขตให้เล่นเป็นที่เป็นทาง ส่วนอื่นๆ ห้ามลงไปเด็กขาดแม้จะเห็จนว่าเป็นน้ำแข็งก็ตาม เพราะเราไม่มีทางรู้ว่ามันหนาพอที่จะรับน้ำหนักเราหรือไม่ แม้แต่สระน้ำเล็กๆ ในสวนที่แข็งจนหนาหลายฟุตดูเหมือนจะปลอดภัยไร้กังวล ก็ยังห้ามลงไปเดินโดยพลการ เจ้าหน้าที่จะสั่งห้ามด้วยเสียงตะโกนดังลั่น

พื้นที่เล่นสันทนาการน้ำแข็งที่เป๋ยไห่ มีวิวที่งดงามเหมือนภาพวาด มีธงโบราณปักไว้ทำเกิดความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในยุคราชวงศ์ชิง ซึ่งจะมีการเล่นสเก็ตลีลาของบรรดามหาดเล็กให้องค์จักรพรรดิทอดพระเนตร แต่ปัจจุบัน มีสันทนาการที่หลากหลาย ทั้งรองเท้าสเก็ตน้ำแข็ง จักรยานน้ำแข็ง "ปิงเชอ" หรือกระบะที่ใช้นั่งแล้วเราไสไปตามพื้นน้ำแข็ง แต่ก่อนที่จะลงไปเราต้องจ่ายค่าบริการเสียก่อน ในปีที่ผู้เขียนเดินทางไปนั้น รู้สึกว่าจะมีค่าตั๋วสูงถึง 80 หยวน หรือประมาณ 400 บาท (ส่วนค่าเข้าสวนสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 2 หยวน)

อีกสถานที่หนึ่งที่นิยมเล่นสันทนาการบนน้ำแข็งคือที่สือช่าไห่ เมื่อออกไปจากเป๋ยไห่ตรงประตุทางทิศเหนือ เพียงข้ามถนนไปก็จะถึงสือช่าไห่แล้ว ที่ทะเลสาบแห่งนี้มีลักษณะเรียวยาว น้ำจึงเกาะตัวแข็งทั้งผืนได้ง่ายกว่า และเป็นที่นิยมของประชาชนมากกว่า

อีกแห่งหนึ่งที่นิมกันมาก คือทะเลสาบคุนหมิงหูที่พระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน นั่งรถไฟใต้ดินจากใจกลางปักกิ่งไปหลายสถานี แต่คุ้มค่าเพราะมีลานสเก็ตที่กว้างสุดสายตา ท่ามกลางทิวไม้สะพานหินของสวนหลวงและพระตำหนักต่างๆ จึงมีทิวทัศน์ที่เห็นแล้วสวยจนแทบลืมหายใจ

ที่เป๋ยไห่เวลาเปิดให้บริการคือ 9.00 น. - 17.00 น. จะเล่นกี่ชั่วโมงก็ได้แล้วแต่พละกำลังที่มี แต่ผู้เขียนขอเตือนว่าสำหรับคนที่มาจากประเทศร้อน การไปอยู่บนผืนน้ำแข็งนานๆ มันไม่เป็นผลดีจต่อสุขภาพเราสักเท่าไร แม้ว่าจะแต่งตัวรัดกุมแค่ไหนก็ตาม ไอเย็นจากน้ำแข็งจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายทีละน้อยๆ จนเราอ่อนเพลียได้ง่าย หรืออาจจะไม่สบาย ดังนั้น พึงเล่นแค่พอประมาณ ให้รู้ว่าความสนุกบนแผ่นน้ำแข็งมันเป็นอย่างไร

แค่นี้ก็คงจะพอแล้ว

บทความโดยกรกิจ ดิษฐาน

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต