5 ที่เที่ยวเขาใหญ่เอาใจคนอยากไปสัมผัสธรรมชาติ

  • วันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 12:26 น.

5 ที่เที่ยวเขาใหญ่เอาใจคนอยากไปสัมผัสธรรมชาติ

อิงแอบแนบพงไพรไปกับสถานที่ต้องเที่ยวในเขาใหญ่ รื่นรมย์รับลมหนาว

ไม่ว่าจะร้อน จะฝน จะหนาว หากนึกถึงสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ เชื่อว่าใครๆ ก็นึกถึง“อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” เป็นที่แรก เพราะเหมาะกับการไปชาร์จแบตเติมพลังในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงแล้ว และยิ่งช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแบบนี้ หลายคนก็กระหายอยากไปซึมซับความรื่นรมย์ก่อนใคร ซึ่งเขาใหญ่คือจะหมายปลายทางแรก เพราะอากาศดี บรรยากาศเป็นธรรมชาติ มองไปทางไหนก็เขียวขจี ชวนสดชื่นฉ่ำใจกว่าที่ไหนๆ โดยเฉพาะหากขึ้นไปจากฝั่งปากช่อง นครราชสีมา มีหลายแห่งที่น่าสนใจหากไปพักผ่อนช่วงต้นหนาวแบบนี้ ขอแนะนำสัก 5 สถานที่ ชวนรื่นรมย์ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด และเก็บภาพความประทับใจได้แบบรัวๆ ไว้อวดเพื่อนให้อิจฉาเล่น ดังนี้

1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และได้รับสมญานาม ว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ตลอดจนเป็นที่ยอมรับทั่วไปว่า เป็นอุทยานแห่งชาติที่สำคัญของโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมานานหลายสิบปี เพราะนับเป็นแหล่งผลิตโอโซนสีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด และเป็นต้นน้ำลำธารที่หล่อเลี้ยงชีวิตสัตว์ป่าหายาก ทั้งเก้ง กวาง ช้าง เสือ ไปจนถึงกระทิง ให้ได้พึ่งพิงอาศัย การได้นั่งรถผ่านเส้นทางที่ร่มรื่น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ ได้ยินเสียงนก เสียงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ส่งเสียงร้องทักทายผู้มาเยือน นับเป็นวิถีการท่องเที่ยวที่แสนจะสุขสำราญใจ แค่ได้ขับรถมองวิวข้างทางก็เพลินมากแล้ว ในขณะเดียวกันเราสามารถแวะท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิว น้ำตกเหวสุวัต ทุ่งหญ้าเขียวขจีระหว่างทาง ฯลฯ สำหรับไฮไลต์อยากบอกว่าน้ำตกเหวนรก สวยมากและน้ำยังเยอะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าดงดิบลึกๆ และไม่ควรพลาดไปน้ำตกเหวสุวัตด้วย ซึ่งหลายคนคงคิดถึงภาพจำในหนัง The Beach ที่เลโอนาร์โด ดิคาปริโอ เคยมาถ่ายทำ เป็นช่วงเวลาที่น้ำตกสวยมากๆ เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น ล่องแก่ง ดูนก กางเต็นท์ค้างแรม หรือจะพักบ้านพักของอุทยานฯ สงบเงียบ สุดประทับใจ อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ที่ทำการ โทร.086-092-6527 ติดต่อบ้านพัก โทร. 086-092-6529

2.ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ (GranMonte Vineyard and Winery)

ไร่องุ่นไวน์ กราน-มอนเต้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร Agrotourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรไวน์ Oenotourism เรียกว่าเป็นการผสมผสานระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการปฏิบัติงานทางด้านการปลูกไวน์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมีไร่องุ่นปลูกอยู่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ที่นี่มีองุ่นหลายสายพันธุ์คัดสรรจากต่างประเทศ อาทิ Syrah, Cabernet Sauvignon, Chenin Blanc, Viognier, Verdelho โดยคัดเลือกสายพันธุ์ที่เข้ากับสภาพอากาศ และดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมหลักระดับพรีเมียมในการผลิตไวน์ของไร่กรามอนเต้ หลายคนมาที่นี่เพราะหลงใหลในรสชาติของไวน์ฝีมือ นิกกี้-วิสุดา โลหิตนาวี ทายาทเจ้าของไร่องุ่นแห่งนี้ที่มีดีกรีเป็นถึงไวน์เมกเกอร์คนแรกของเมืองไทย ด้วยการดูแลองุ่นทุกต้นอย่างพิถีพิถัน และกระบวนการทำไวน์ฉบับอินเตอร์ ทำให้ไวน์ของไร่นี้มีคาแร็กเตอร์พิเศษเฉพาะตัว จนหลายปีที่ผ่านมาไวน์ของ “กราน-มอนเต้” ได้ไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย จากการคว้ารางวัลในระดับโลกมาแล้วมากมาย รวมถึงรางวัล Best National Producer – Thailand หรือผู้ผลิตไวน์ดีเด่นแห่งประเทศไทย จากการแข่งขันไวน์นานาชาติ AWC Vienna ที่จัดขึ้นในประเทศออสเตรีย ชนะซ้อนหลายปี รวม 2015, 2016, 2017 และ 2019

ที่ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ มีห้องให้ความรู้เกี่ยวกับไร่ และองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ ตั้งแต่เรื่องพันธุ์องุ่นที่ใช้ทำไวน์ ถังไม้โอ๊คที่ใช้หมัก ไปจนกระทั่งเทคนิคการชิมไวน์อย่างถูกวิธี และยังอิ่มใจกับความงดงามของไร่องุ่นและทิวทัศน์ เพียงเลี้ยวรถเข้าไปจะได้พบกับทัศนียภาพที่สวยงามของต้นองุ่น ที่ปลูกเรียงรายเป็นแถวยาวไปจนสุดสายตา สำหรับใครที่สนใจเรื่องไวน์เป็นพิเศษ สามารถซื้อแพ็กเกจชมสวนองุ่น และร่วมเวิร์ก ช็อปชิมไวน์ หรือ wine tasting ได้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีร้าน Montino Shop ขายผลิตภัณฑ์จากไร่อย่างเช่น ไวน์ น้ำองุ่นชีราซ 100% และสินค้าโฮมเมดแยมองุ่น ฯลฯ รวมทั้งร้านอาหาร VinCotto ร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนบรรยากาศเยี่ยม ที่ซ่อนตัวอยู่ในไร่องุ่น และยังมีบริการห้องพักสุดหรูในชื่อ GranMonte Wine Cottage สำหรับท่านที่อยากนอนพักผ่อนท่ามกลางไร่องุ่นไวน์ ไม่มีทีไหนอีกแล้วในประเทศไทยที่จะได้ใกล้ชิดธรรมชาติของอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่ และไร่องุ่นไวน์สุดโรแมนติคขนาดนี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปี ช่วงต้นปี ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว จนต้องจองแพ็กเกจข้ามปีกันเลยทีเดียว ที่สำคัญเรื่องการบริการยังการันตีด้วย รางวัลชนะเลิศการบริการยอดเยี่ยม ประจำปี ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึง ปัจจุบัน จาก Tripadvisor เว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

หากมาในช่วงต้นหนาวและยาวไปถึงกุมภาพันธ์ บอกเลยว่า แม้ไม่ได้ไปเที่ยวต่อที่ไหน ก็คุ้มค่ากับบรรยากาศ ที่แสนจะร่มรื่นย์ และการถ่ายภาพกับไร่องุ่น และทุ่งหญ้าที่เขียวขจี โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาทอดยาว รับรองว่าภาพที่ถ่ายออกมาสวยมากๆ จนอดที่จะแชร์อวดเพื่อนๆ ไม่ได้ สำหรับค่าเข้าชมไร่องุ่น และ wine tasting ราคาผู้ใหญ่ท่านละ 450 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 20 หรือท่านที่ไม่ดื่มไวน์ 350 บาท รอบทัวร์ช่วงหน้าหนาวนี้ วันธรรมดา 10:00, 11:30, 13:30, 15:00, 16:00 น. เสาร์อาทิตย์และวันหยุด 09:00, 10:00, 11:30, 13:30, 15:00, 16:30 น. โทรจองได้เลยที่ 092 806 7755

3.พิชญ์เขาวงกต (Pete Maze)

เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีจุดขายและกำลังได้รับความนิยมสูง โดยมีพื้นที่ทั้งหมดราว ๆ 5 ไร่ ภาพถ่ายมุมสูงของ “พิชญ์เขาวงกต” เป็นเส้นทางสลับซับซ้อนเหมือนเกมเขาวงกต ด้านบนตัดเรียบเสมอกัน เป็น “เขาวงกต” ที่มีชีวิต เพราะสร้างขึ้นด้วยต้นไม้ ชวนให้นักท่องเที่ยวมาเป็นตัวละครจริง ที่ต้องพิชิตเกม โดยเข้าไปในเขาวงกต และพยายามหาทางออกมาให้ได้ ตัว “เขาวงกต” ที่เห็นเป็นสีเขียวนี้ คือ ต้นโมกที่ปลูกอย่างมีการวางแผน ตัดแต่งให้งดงาม ไม่มีกิ่งก้านใบให้รกตา ความสูงรักษาไว้ที่ท่วมหัวของคนทั่วไป ความเหมือนของแผงต้นโมกตลอดเส้นทาง ทำให้จับไม่ได้ว่า กำลังอยู่ ณ จุดไหน มีเพียงช่องว่างทางเดินให้เลือกเท่านั้นว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา เพราะขณะอยู่ในนั้น จะไม่เห็นภาพรวมใหญ่ เห็นแต่ช่องทางตรงหน้าที่เหมือนๆ กัน นับเป็นการท้าทายตัวเองว่าจะทำเวลาเท่าไหร่ในการหาทางออกมาให้ได้ หากเดินหลงทาง (แต่ไม่อันตราย) ก็ยังได้เจอจุดถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน เป็นต้นว่า ลานน้ำพุ รูปปั้น สัตว์ ต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปสัตว์ มีต้นไม้ใหญ่ ลานสวยๆ ดอกไม้งามๆ กรงนกยูง ประติมากรรมถ้วยหลากสีซ้อนกัน ศาลานั่งพัก เข้าทำนองว่า "จุดหมายไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ได้พบเจอระหว่างทาง"

นอกจากนี้บรรยากาศโดยรอบยังสวยงาม มีคาเฟ่ไว้บริการ เหมาะแก่การมานั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ระหว่างวัน มองทิวทัศน์สวยๆ ลมหนาวพันมาเอื่อยๆ สูดอากาศชื้นเย็นสบายๆ พิชญ์ เขาวงกต อยู่ในซอยตรงข้ามฟาร์มโชคชัย 3 ถนนธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเฉพาะ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09:00-18:00 น. ค่าเข้าชม 150 บาท โทร.080-168-9601

4.บ้านหมากม่วง (KhaoYai the mango house farm)

คำว่า “หมากม่วง” เป็นชื่อที่คนเฒ่าคนแก่เรียก “มะม่วง” ในปัจจุบัน “บ้านหมากม่วง” คือฟาร์มปลูกมะม่วงหลายสายพันธุ์ บนพื้นที่ 250 ไร่ มีมะม่วงกว่า 8,500 ต้น ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เชิงพาณิชย์ กับรสชาติที่สร้างจากภูมิปัญญา และความพิเศษของผืนดินปากช่อง ผลผลิตจากฟาร์มจึงไม่ใช่เพียงแค่การส่งมอบสินค้าคุณภาพดีให้ลูกค้าเท่านั้น แต่นี่คือความภาคภูมิใจ และคุณค่าของผืนดินเกษตรกรรมปากช่อง ท่ามกลางขุนเขา และสายลมหนาวโชยมาเอื่อยๆ แบบนี้ ที่นี่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมฟาร์ม เก็บภาพกับสวนสวย และต้องห้ามพลาดแวะ Farm Shop จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งมะม่วงผลสด และเมนูมะม่วงอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง ไอศกรีมมะม่วงรสเลิศ พุดดิ้งมะม่วง มะม่วงน้ำดอกไม้ชิ้นโตเสียบไม้ เรียกว่าตอบโจทย์ทุกกลุ่มวัย แล้วอย่าลืมซื้อมะม่วงผลสวยๆ เหลืองทองลูกโตๆ กลับบ้าน เพียงกิโลกรัมละ 200 บาท จำหน่ายราคาเดียวตลอดปี เฉลี่ยตกลูกละ 100 บาท (เฉลี่ย 2 ลูก/กิโลกรัม) เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัน (หยุดวันอังคาร) ไม่หยุดวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00-17:00 น. ฟาร์มอยู่กิโลเมตรที่ 11 เลี้ยวขวาเข้ามา จะพบฟาร์มช็อปอยู่ซ้ายมือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.094-521-1121 หรือเฟซบุ๊ก บ้านหมากม่วง

5.The Bloom by ทีวีพูล

ช่วงปลายฝนเพิ่งพ้นผ่านเข้าสู่ต้นหนาว เป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้สวย และที่นี่คือสวนดอกไม้ขนาดใหญ่บนพื้นที่มากกว่า 100 ไร่ คุณจะพบสวนดอกไม้ท่ามกลางขุนเขาและพื้นที่ผืนเดียวในเขาใหญ่ที่มองเห็นผาดำและแดงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ที่นี่มีดอกไม้มากว่า 30 สายพันธุ์ งามสะพรั่ง เบ่งบานรอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ไฮไลต์ ของที่นี้ อาทิ จุดชมวิว 360 องศา แรงบันดาลใจจากลานกลางเมือง Monte Carlo, Monaco กระเป๋า HERMES ยักษ์ แรงบันดาลใจจากความฟุ้งเฟ้อแห่งถนน Champs Elysees ปารีส ฝรั่งเศส กิจกรรมป้อนอาหารแกะ แรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมเมืองโอ้กแลนด์ นิวซีแลนด์ น้ำพุ 12 ราศรี แรงบันดาลใจจาก น้ำพุเทรวี กรุงโรม อิตาลี นอกจากนี้ ยังมีรีสอร์ทหรูพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก แวดล้อมไปด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันแสนงดงาม "The Bloom by ทีวีพูล" ตั้งอยู่ที่ 357 ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หากมาจากรุงเทพฯ ถึงหลักกิโลที่ 144 ถนนมิตรภาพ เข้าซอยผ่านศึกมา 7 กิโลเมตร ก็จะพบกับภาพแสนประทับใจ เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:00-20:00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ เวลา 08:00-22:00 น. Call Center: 092-279-1222, 092-279-1666

นั่นคือ 5 สถานที่เด่นๆ ใกล้เขาใหญ่ฝั่งปากช่อง นครราชสีมา ที่เหมาะแก่การแวะไปพักผ่อนซึมซับความสดชื่น ฉ่ำใจ ในบรรยากาศที่แตกต่าง กับช่วงต้นหนาวแบบนี้ ที่ทุกแห่งต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ แล้วแชร์โซเชียล ให้เห็นความสวยงามของเขาใหญ่ในโทนที่แตกต่าง....บอกเลย ต้องลอง!

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ