ขับรถเที่ยว ฮอกไกโด (12)

  • วันที่ 16 ก.ย. 2561 เวลา 13:57 น.

ขับรถเที่ยว ฮอกไกโด (12)

หลังอาหารเที่ยงแบบง่ายๆ แต่อร่อย เราขับรถต่อไปยัง Ryugetsu Sweetpia Garden สำนักงานใหญ่ของบริษัทผลิตขนมชื่อดังอีกแห่งของฮอกไกโด ที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นชื่อ แต่อาจเคยหยิบขนมติดไม้ติดมือมาแล้วบ้างก็ได้

ขนมเด่นของที่นี่คือ Sanpouroku เค้กขอนไม้ หรือ Buamkuchen ที่ตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดพอดีคำ สิ่งที่น่าสนใจของที่นี่คือ การใช้ขนมเป็นสื่อสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว ขนมที่ผลิตใช้วัตถุดิบในโทกาจิและฮอกไกโดเป็นหลัก พนักงานผลิตขนมด้วยความใส่ใจเพราะเข้าใจในวัตถุประสงค์ขององค์กร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของความสำเร็จ ลองนึกภาพพนักงานบริษัทที่ทำงานโดยไร้จุดหมายและขาดความใส่ใจ งานที่ออกมาจึงขาดคุณภาพ ที่สำคัญคือขาดจิตวิญญาณ แต่ที่นี่พนักงานทุกคนทุ่มเทการทำงานด้วยใจ ต้องการทำขนมอร่อยในราคาไม่แพง เพื่อให้ทุกคนในครอบครัว สามารถซื้อขนมกลับไปฝากคนที่บ้านและนั่งทานกันได้อย่างพร้อมหน้า

เอาจริงๆ ผมยังไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้ในบ้านเรา มันเป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่มีพลังมาก หลายบริษัทในญี่ปุ่นมีแนวคิดในการทำธุรกิจที่ง่ายๆ แบบนี้แหละครับ ไม่ต้องคิดเปลี่ยนแปลงโลกด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แค่ทำให้ผู้บริโภคมีความสุขก็เปลี่ยนแปลงโลกจากภายในใจได้แล้วครับ และด้วยคอนเซ็ปต์

นี้เองที่ทำให้ร้าน Ryugetsu ได้รับรางวัล Excellent Company Award จากรัฐบาลท้องถิ่นของฮอกไกโดในปี 2005 และเป็นหมุดหมายที่บรรดาสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของชาติมหาอำนาจแวะมาชิมตอนจัดงาน G8 Summit เมื่อปี 2008 ด้วย

ใน Sweetpia มีทั้งส่วนขายของ ส่วนนั่งทานในร้าน และส่วนที่แสดงให้เห็นกระบวนการผลิต เรียกว่ามาที่เดียวได้ครบทุกสัมผัส โดยเฉพาะการมีพื้นที่ให้สั่งขนมในร้านทาน ทำให้เรามีโอกาสซื้อมาชิมก่อนตัดสินใจซื้อกลับไปฝาก และที่น่ารักมากคือ การคิดถึงเด็กที่มีเงินไม่มากพอจะซื้อทั้งกล่องในราคาหลายร้อยเยน จึงมีการแยกขายในราคาชิ้นละร้อยกว่าเยน สมประโยชน์กันทุกฝ่าย ผมเองก็ใช้วิธีเดียวกันคือซื้อขนมที่ออกใหม่บางตัวมาลองชิม ตัวไหนเด่นเป็นพิเศษก็ซื้อชิม ชิมไปชิมมาซื้อกลับเป็นสิบกล่อง แต่ก็ยังถือว่าน้อยเพราะขนมของร้าน Ryugetsu นี้มีมากกว่า 300 อย่าง ผลิตขนมหวานมา 100 กว่าปีเลยมีขนมเยอะมาก ใครเบื่อพวก Shiroikoibiti ช็อกโกแลต Royce หรือเค้ก LeTao ลองมาซื้อเค้กขอนไม้ของ Ryugetsu กลับไปฝากเพื่อนฝูงหรือคนทางบ้านดู จะได้รู้ว่าของอร่อยและราคาไม่แพงก็มีนะครับ

ก่อนออกจากร้านเหลือบไปเห็นป้าย Soft cream rally อีกแล้ว เลยปรึกษากับคุณมินาโกะว่าอยากหาร้านไอติมอร่อยๆ ที่อยู่ระหว่างทางก่อนคืนรถจะมีบ้างมั้ย จำได้ว่าระหว่างทางมีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งชื่อ Shintoku ผมเคยไปมาเมื่อหลายปีก่อน เมืองนี้มีราเมงอร่อย มีโซบะเด่น และมีฟาร์มโคนมด้วย ผมเคยสุ่มไปขอดูฟาร์มโคนมแต่สุดท้ายไม่ได้ดูเพราะไปผิดเวลา เคยไปตามล่าหาซื้อขนมปังแต่ร้านดันเปิดขายเพียงแค่ 3 วันต่อสัปดาห์ และเกือบจะถูกหมาของที่ร้านกัดมาแล้วเพราะดุ่ยๆ เข้าไปโดยไม่รู้เรื่อง มีที่พักน่ารักหลายแห่ง แต่ไม่เคยรู้ว่ามีไอติมอร่อย เลยรีบชักชวนคุณมินาโกะไปโดยพลัน

เรามาถึงเมืองชินโทคุภายในหนึ่งชั่วโมง จุดหมายปลายทางคือ Kyodogakusha ฟาร์มที่ประสมรวมของปศุสัตว์อย่างวัวนม หมู แกะ ไก่ หรือกระทั่งฟาร์มน้ำผึ้งก็มี และเกษตรที่มีทั้งผักและผลไม้ อย่างเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ข้าว ข้าวโพด มันเทศ ฟักทอง มีกิจกรรมบันเทิงเช่นขี่ม้า ทำชีส รีดนม ไว้บริการด้วย เหมาะสำหรับครอบครัวที่จะพาเด็กๆ มาสนุกสนานกับกิจกรรมทางการเกษตร โดยมีคาเฟ่ Mintaru เป็นเสมือน Information center และไอติมที่ผมตามหาก็อยู่ในคาเฟ่แห่งนี้ จุดเด่นของที่นี่คือ บริการอาหารที่ใช้ผลผลิตจากในฟาร์ม อาหารก็มีพวกพาสต้า พิซซ่า สลัด ซึ่งส่วนใหญ่จะมีชีสเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย และมีอีก 2 เมนูสำหรับคนรักชีสเป็นพิเศษคือ มันเทศและขนมปังที่ราดด้วยราเคล็ตต์ชีสเยิ้มๆ เห็นเคาน์เตอร์ข้างๆ มีเครื่องละลายชีสวางอยู่ดูน่าสนใจมาก นี่ถ้าไม่ได้อิ่มข้าวหน้าหมูย่างมาคงต้องลอง

แต่ภารกิจสำคัญในวันนี้ไม่ใช่การมาเที่ยวเล่นหรือชิมชีส แต่คือการตามล่าหาไอติมอร่อย เราจึงพุ่งเป้าไปที่ Soft Serve Ice cream หรือที่หลายคนเรียกซอฟต์ครีมนั่นแหละ แล้วเจ้าซอฟต์ครีมกับไอศกรีมมันต่างกันอย่างไร จำได้ว่าเคยอธิบายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน วันนี้เอาแบบสั้นๆ คือ ไอศกรีมเย็นจัดกว่าและมีอากาศในเนื้อน้อยกว่าซอฟต์ครีม และเนื่องจากที่นี่เป็นฟาร์มที่โดดเด่นเรื่องนมและชีส ซอฟต์ครีมของ Mintaru จึงเข้มข้นหวานมันกว่าของที่อื่น แอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า นอกจากจะใช้นมสดที่ผลิตจากในฟาร์ม ซึ่งรักษาคุณภาพของนมไว้ได้อย่างสมบูรณ์เพราะไม่ต้องขนส่งแล้ว ยังแอบเติมหางชีสที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้มากขึ้น เป็นหนึ่งในสุดยอดซอฟต์เสิร์ฟไอศกรีมที่เคยกินมาจริงๆ แอบกระซิบว่า อร่อยกว่าเจ้าดังที่ระยะหลังคนไทยชอบไปกินและมีการนำเข้ามาเปิดในเมืองไทยเสียอีก

และแล้วก็มาถึงช่วงสุดท้ายของการเดินทาง เรามุ่งหน้าไปยังเมืองชิโตเสะเพื่อคืนรถ กระบวนการคืนรถก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ขับรถไปยังสาขาของบริษัทเช่ารถที่เราระบุไว้ต้องแต่ตอนเช่า จากนั้นก็นำของลงจากรถให้หมด แล้วไปทำเรื่องที่เคาน์เตอร์คืนรถ ถ้าไม่มีอะไรเสียหายก็เป็นอันเรียบร้อย อ้อ! อย่าลืมเติมน้ำมันให้เต็มก่อนคืนรถด้วยนะครับ แต่บางแห่งเค้าก็มีปั๊มน้ำมันในศูนย์เช่าเลย กรณีนี้ทางบริษัทก็จะเติมน้ำมันแล้วมาคิดเงินกับเราก็สะดวกดี เมื่อเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย ทางบริษัทรถเช่าทุกแห่งจะมีบริการรถรับส่งไปยังสนามบินชิโตเสะ ผมจองที่พักไว้ที่นั่นก็สะดวกมาก หลังจากเช็กอินเรียบร้อยที่โรงแรมก็ออกมาเดินหาซื้อของฝากเพิ่มเติม เป็นข้อดีอีกอย่างของการนอนโรงแรมในสนามบิน เพราะนอกจากตอนเช้าจะไม่ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 แล้ว ยังสามารถซื้อขนมของฝากได้มากเท่าที่ต้องการ และจัดเก็บทุกอย่างลงกระเป๋าให้เรียบร้อย วันรุ่งขึ้นไปเช็กอินอย่างเดียวสบายตัวดี อีกอย่างที่ต้องทำเมื่อมานอนที่นี่ก็คือ การนั่งละเลียดกินราเมงรสกุ้งของร้าน Ichigen โดยไม่ต้องยืนต่อคิวนานๆ เพราะค่ำๆ คนน้อย เป็นมื้อปิดท้ายทริปขับรถที่ฮอกไกโดรอบนี้อย่างมีความสุขและสมบูรณ์แบบครับ

ข่าวอื่นๆ