ชนิดา มหาดำรงค์กุล อรเอก สุขสงบใจเมื่ออยู่กับต้นไม้

  • วันที่ 03 มิ.ย. 2561 เวลา 10:38 น.

ชนิดา มหาดำรงค์กุล อรเอก สุขสงบใจเมื่ออยู่กับต้นไม้

โดย อณุสรา  ทองอุไร ภาพ : วีรวงศ์   วงศ์ปรีดี

อดีตสาวเปรี้ยวนักโฆษณาฝีมือดี ที่ผันตัวเองมาเป็นแม่บ้านหลังจากมีลูกชาย 3 คนล้วน จนกระทั่งลูกชายโตเป็นหนุ่ม เธอเข้าสู่ช่วงวัยกลางคน น้าช้าง-ชนิดา มหาดำรงค์กุล อรเอก ก็เปลี่ยนบทบาทอีกครั้งมาเป็นนักธุรกิจอิสระ สมาชิกทีมอิลิท และสมาชิกทำเนียบ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐของนูสกิน เธอเริ่มทำธุรกิจกับนูสกินในวัย 50 กว่า เพื่อ

แก้เหงาหลังจากลูกๆ เริ่มโตกันหมดแล้ว ปรากฏว่างานที่คิดจะทำเพื่อแก้เหงานั้นกลับสร้างรายได้ให้เธออย่างดี นั่งทำงานที่บ้านได้จนสามารถบริหารจัดการชีวิตได้อย่างลงตัว มีเวลาได้ทำในสิ่งที่รักที่ชอบไปควบคู่กันเพราะเธอสามารถใช้เวลาทำงานที่บ้านเสียเป็นส่วนใหญ่

บัดนี้ในวัยใกล้ 70 ปี ชนิดายังคงทำธุรกิจให้กับนูสกินอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ขณะนี้มีตำแหน่งระดับทีมบริหาร แต่ใช้เวลาอยู่บ้านเพื่อทำสวนมากขึ้น โดยเธอเล่าว่าได้ซื้อที่ดินว่างเปล่าใกล้ๆ บ้านไว้นานแล้วและยังไม่ได้ใช้ทำอะไร จนกระทั่งเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา เธอเริ่มลงต้นไม้ ผลไม้ พืชผักสวนครัว ดอกไม้ต่างๆ ไว้ใช้เอง เพราะลูกชายคนกลางชอบทำอาหารก็เลยช่วยกันปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้ประกอบอาหารกันเอง

โดยเธอเริ่มทำอย่างจริงจังเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนหนึ่งเพราะเธอเริ่มหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากเป็นพิเศษ “คือเราอายุก็ 60 กว่าแล้ว เห็นคนรู้จักเพื่อนฝูงเจ็บไข้ได้ป่วยกันมากขึ้น บางคนเป็นมะเร็ง บางคนเป็นเบาหวาน หัวใจ แล้วพออ่านข่าวที่บอกว่าประเทศไทยใช้ยาฆ่าแมลงกันหนักหน่วงในพืชผักส่วนใหญ่ที่ขายในตลาดทุกวันนี้ ตรวจสอบพบว่ามียาฆ่าแมลงในปริมาณสูงทุกชนิดเราก็กลัว เลยคิดว่าปลูกผักกินเองให้มากที่สุด ไหนๆ เรามีที่ว่างอยู่ตั้งไร่กว่า ทิ้งว่างไว้ก็เสียดาย ค่อยๆ ปลูกไป ถือเป็นการออกกำลังกาย น้าก็ช่วยกับลูกชาย ทำกันเองง่ายๆ ในตอนแรกเริ่มจากปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองก่อน เช่น พริก มะนาว มะกรูด โหระพา กะเพรา ผักคะน้า กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า มะละกอ ขนุน มะเฟือง เราอยากกินอะไรก็ปลูก แรกๆ ก็ปลูกผักพื้นบ้านไปก่อน” เธอเล่าอย่างมีความสุข

มาตอน 2-3 ปีหลัง เธอเริ่มหาต้นไม้อื่นๆ มาปลูกเพิ่ม เช่น ต้นฟิกส์ ผักสลัด วอเตอร์เครส ผักฝรั่งต่างๆ โรสแมรี่ ไทม์ ยี่หร่า มะเขือเทศ ต้นหอม คะน้า ผักไชยา มะเฟือง มะม่วง ผลไม้แปลกๆ หายาก ก็ลองปลูกเพิ่มไปเรื่อยๆ ตายบ้าง รอดบ้าง ก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แล้วก็เลี้ยงไก่ไว้กินไข่ด้วย ตอนนี้เหมือนเรามีซูเปอร์มาร์เก็ตของตัวเอง จะทำอาหารก็ค่อยไปเก็บมามันสดสะอาด เราไม่ใช้สารเคมี ใช้ขี้วัวเป็นปุ๋ย ปลูกแบบออร์แกนิกจริงๆ แล้วก็หัดทำปุ๋ยหมักน้ำชีวภาพใช้เองด้วย

“ที่บ้านลูกชายคนที่ 2 ชอบทำอาหารมากๆ เขาชอบทำอาหารฝรั่ง มีเพื่อนๆ มารับประทานอาหารที่บ้านบ่อยมาก เราเป็นบ้านอาหารอย่างแท้จริง (หัวเราะ) มีทั้งครัวไทย ครัวฝรั่ง หม้อ กระทะมีทุกขนาดเลย ครัวเรากว้างขวางมาก วันหยุดเขาทำอาหารทานเองครบ 3 มื้อเลย”

เธอเล่าว่าพริกที่ปลูกเองนี่ก็รู้สึกว่าเผ็ดกว่าปกติ กะเพราก็หอมกลิ่นแรงกว่าตอนที่เราไปซื้อจากตลาดแล้วมาแช่ตู้เย็นไว้ เด็ดสดๆ นี่หอมมากเลย มะละกอเก็บจากต้นแล้วมาปอกกินทันทีก็จะหวานกรอบอร่อย

ชนิดา กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า นอกจากได้ผลผลิตที่สดสะอาด ปลอดภัย เพราะปราศจากสารเคมีแล้ว ยังถือว่าได้เป็นการออกกำลังกายที่ดีอีกด้วย บางทีหลานสาวก็ตามไปวิ่งเล่นในสวน ซึ่งเป็นการดีที่เด็กๆ จะได้ออกมาวิ่งเล่นท่ามกลางธรรมชาติ สัมผัสดินสัมผัสต้นไม้ใบหญ้าบ้าง ดีกว่าจะอยู่แต่ในห้องแอร์ เล่นเกม เล่นคอมพิวเตอร์แต่เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้เธอยังปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ เพื่อให้ร่มเงา เช่น ต้นทองกวาว กระพี้จั่น จิกพะยอม อโศกระย้า ขนุน แล้วก็ไม้ดอกเช่น กุหลาบมอญ เบิร์ดออฟพาราไดซ์ เก็บดอกมาจัดแจกันในบ้านเพิ่มความสดใส

หลังๆ เธอเริ่มใช้พื้นที่สวนเกือบเต็มพื้นที่ เริ่มทำเองไม่ไหวก็มีจ้างคนสวนมาดูแลบ้างอาทิตย์ละ 2-3 วัน นอกจากทำสวนในพื้นที่ว่างเปล่าใกล้ๆ บ้านแล้ว ด้านหลังของบ้านเธอก็ใช้เป็นพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาและร่มรื่น ไว้นั่งเล่นยามเย็น จิบกาแฟยามเช้า เอาไว้นั่งเล่นกับหลานๆ แน่นอนว่ามีสวนครัวเล็กๆ กับสวนดอกไม้ไว้เช่นกัน

การทำสวนนั้นให้ความรู้สึกที่ดีงาม ทำให้สุขสงบ รู้สึกมีสมาธิ ทำให้ได้ทำอะไรเนิบช้าลง มีความละเมียดละไม ทำให้ชีวิตรู้สึกมีความสมดุลในชีวิตมากขึ้น “ปกติน้าเป็นคนทำอะไรเร็ว เป็นคนว่องไว แล้วงานที่เราทำอยู่ก็ข้องเกี่ยวกับคนเยอะ บ่อยครั้งที่รู้สึกว่าชีวิตรีบเร่งวุ่นวาย บางทีวันเวลาผ่านไปแป๊บๆ รวดเร็วเหลือเกิน พอได้มาปลูกต้นไม้ อยู่ในสวนตอนเช้าๆ เย็นๆ นี่มันทำให้ได้อยู่กับตัวเอง ลืมเรื่องอื่นไปหมดเลย ได้ใช้พลังธรรมชาติ อยู่กับดินกับต้นไม้กับลมให้ธรรมชาติซึมซับพลังลบๆ ในตัวเราออกไปบ้าง (หัวเราะ) เพราะคนเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แล้วที่แปลงนี้ไม่ได้ติดถนนใหญ่เข้ามาในหมู่บ้านพอสมควร เลยทำให้อากาศดี ฟ้ายังเป็นสีฟ้า ไม่มีมลพิษมากนัก ถือว่ามีปอดเล็กๆ จากธรรมชาติเป็นของตัวเอง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการได้ดูแลสุขภาพกายใจให้ดีขึ้น” เธอเล่าอย่างตั้งใจ

หลังจากเริ่มทำสวนปลูกผักกินเองอย่างจริงจังมา 3-4 ปีนี้ เธอแทบจะไม่ได้ไปซื้อผักจากตลาดมาทำอาหารเลย นอกจากจะประหยัดแล้วคือสบายใจกับสิ่งที่เธอปลูกเอง ได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ กลางวันก็นั่งทำงานไป ตอนเย็นก็ไปเดินเล่นในสวน ทำโน่นทำนี่ไปพอได้เหงื่อถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว

“คนเราเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว สุขภาพกายใจ ความแข็งแรง มีสุขภาพที่ดีนั้นสำคัญที่สุด ซึ่งสุขภาพที่ดีเป็นเรื่องที่เราต้องทำเองให้ใครทำแทนไม่ได้ การเลือกกินอาหารที่ดี ปลูกเองทำเอง อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีมีต้นไม้เยอะๆ ช่วยเพิ่มออกซิเยนให้ปอดสะอาดแข็งแรงเป็นสิ่งที่ดีที่เราทำได้ด้วยตัวเราเอง” เธอกล่าวอย่างมีความสุข &O5532;

ข่าวอื่นๆ