ผ้าป่าร้อยพลังการศึกษา เพื่ออนาคตเด็กไทย

  • วันที่ 04 พ.ค. 2561 เวลา 10:23 น.

ผ้าป่าร้อยพลังการศึกษา เพื่ออนาคตเด็กไทย

เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว 

การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนในชาติ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของประเทศ ควรจะต้องได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และมีคุณภาพ แต่ต้องยอมรับและปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียม ความด้อยโอกาสทางการศึกษาตลอดจนปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาในเด็กไทยยังเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขต่อไปอีกนาน ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไรปัญหาเหล่านี้จะหมดสิ้นไปจากสังคมไทย ทั้งที่ประเทศไทยก็ผ่านการมีรัฐบาลมาหลายรัฐบาล

จากปัญหาด้านการศึกษาที่กล่าวมา ทำให้องค์กรต่างๆ หันมาร่วมมือกันหาเครื่องมือและกลไกที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็น “โครงการผ้าป่าร้อยพลังการศึกษา” เป็นโครงการที่เชื่อกันว่าสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ในทันที ซึ่งเกิดขึ้นโดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายต่างๆ ประกอบด้วย มูลนิธิยุวพัฒน์ บริษัท เลิร์น เอ็ดดูเคชั่น โครงการทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ บริษัท เอ็ดดูเทค อินโนเวชั่น บริษัท อาชีฟ โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ เครือข่ายจิตอาสา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) บริษัท เช้นจ์ เวนเจอร์ บริษัท วิสาหกิจเพื่อสังคมเอ็ดวิงส์ เอ็ดยูเคชั่น และโครงการร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ มูลนิธิเพื่อคนไทย จับมือร้อยพลังเพื่อการศึกษาของเด็กไทยอย่างเข้มแข็ง

โครงการผ้าป่าร้อยพลังการศึกษา ได้ริเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งได้ช่วยกลุ่มเด็กที่ขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาเพราะไม่มีทุนเรียนเนื่องจากฐานะทางครอบครัวยากจน และกลุ่มเด็กที่ขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพไปแล้ว 1.5 หมื่นคน จากเป้าหมายที่โครงการตั้งไว้ 3 หมื่นคน ในปีการศึกษา 2561-2562 ที่ต้องระดมทุนเพื่อช่วยเหลือต่อไป

ทว่า ผ้าป่าร้อยพลังการศึกษาปีนี้ถือเป็นครั้งแรกของผ้าป่าการศึกษาระดับประเทศที่เปิดรับการบริจาคผ่านเว็บไซต์ www.tcfe.or.th และช่องทางอื่นๆ นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาสังคม เน้นการมีส่วนร่วมกับคนจำนวนมาก ตั้งเป้าระดมทุน 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเด็กไทยประมาณ 3 หมื่นคน ในปีการศึกษา 2561-2562 ด้วยแนวคิดใหม่เน้นช่วยเด็กได้ทันทีและต่อเนื่องอย่างน้อย 6 ปีการศึกษา สามารถบริจาคได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป และมีกำหนดทอดถวายในวันที่ 18 มิ.ย. 2561 ณ วัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ 

ทำไมต้องผ้าป่าการศึกษา

วิเชียร พงศธร ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อคนไทย และหนึ่งในคณะกรรมการบริหารผ้าป่าร้อยพลังการศึกษา กล่าวว่า โครงการผ้าป่าร้อยพลังการศึกษามิใช่แค่บริจาคทางออนไลน์อย่างเดียว เป็นออฟไลน์ด้วย คือสามารถบริจาคได้หลายช่องทางทั้งโดยตรง แต่ที่เปิดรับบริจาคทางออนไลน์หรือเว็บไซต์นั้น เพื่อต้องการให้คนไทยได้เข้าถึงอย่างกว้างขวางและมีส่วนในการช่วยเหลือสังคมด้วยกัน สามารถบริจาคได้เลยหรือจะตั้งเป็นกองผ้าป่าย่อยของตัวเองก็ได้

ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อคนไทย กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าเด็กนักเรียนที่อยู่ในระบบการศึกษาประมาณ 10 กว่าล้านคน มีทั้งเด็กที่พื้นฐานครอบครัวมีฐานะ มีรายได้สูง และมีรายได้ปานกลาง แต่สัดส่วนที่มากที่สุด ได้แก่ คนที่มีรายได้น้อย ครอบครัวยากจน เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวบ้าง พ่อแม่ฝากปู่ย่าตายายเลี้ยงบ้าง มีจำนวนเยอะมากประมาณ 4 ล้านกว่าคน ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เรียนไม่จบ ขาดโอกาสทางการศึกษา และได้รับการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ ดังนั้น โครงการผ้าป่าร้อยพลังการศึกษา จึงเกิดขึ้นเพื่อเชื่อมร้อยพลังผู้คนในสังคมไทยให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กๆ โดยกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มเด็กที่ขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษา เพราะไม่มีทุนเรียน ครอบครัวยากจน และกลุ่มเด็กที่ขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

“เป้าหมาย 100 ล้านที่ตั้งไว้ปีเศษๆ นี้ (2561-2562) จะสามารถระดมทุนได้มากน้อยแค่ไหน จะได้ครบ ขาด หรือเกินคงไม่ได้เป็นเรื่องซีเรียสอะไรมาก เพราะเราจะมีระบบการระดมอื่นๆ เข้ามาเสริม เช่น ทุนสนับสนุนจากภาคธุรกิจ เป็นต้น แต่สิ่งที่อยากเห็นจริงๆ คือ อยากให้คนไทยมีส่วนร่วมด้วยกันในการแก้ปัญหาสำคัญของสังคม คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมอื่นๆ”

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากบุคคลที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือในสังคมไทยจำนวนมาก อาทิ พระไพศาล วิสาโล ประธานคณะกรรมการ ฝ่ายบรรพชิต ประธานคณะกรรมการ ฝ่ายฆราวาส ได้แก่ นพ.ประเวศ วะสี และอานันท์ ปันยารชุน ส่วนกรรมการผ้าป่าเป็นบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ เช่น คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล วรากรณ์ สามโกเศศ วรวรรณ ธาราภูมิ วิรไท สันติประภพ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ พระนาย สุวรรณรัฐ วิบูลย์ ลีรัตนขจร ฯลฯ 

“การที่โครงการผ้าป่าฯ ได้รับการสนับสนุนและความกรุณาจากท่านเหล่านี้เป็นอย่างดีนั้น เนื่องจากท่านเหล่านั้นเข้าใจปัญหาการศึกษาของเด็กไทยเป็นอย่างดี แต่ก็มีบุคคลจำนวนมากที่เราไม่ได้ไปทาบทามเนื่องจากด้วยเวลาที่จำกัด” ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อคนไทยและหนึ่งในคณะผู้บริหารผ้าป่า กล่าว    

ควรต้องรู้จัก โครงการร้อยพลังการศึกษา

การจัดงานทอดผ้าป่าครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนให้แก่โครงการร้อยพลังการศึกษาในการนำไปมอบให้แก่ผู้ดำเนินการเครื่องมือต่างๆ ได้แก่ 1.มูลนิธิยุวพัฒน์ ให้ทุนเรียนเด็กด้อยโอกาสการศึกษาทั่วประเทศให้ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ ม.1-6 หรือ ปวช.1-3 2.บริษัท เลิร์น เอ็ดดูเคชั่น ที่จัดทำระบบห้องเรียนดิจิทัลเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยครูในการสอนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ

3.โครงการทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง เป็นสมาชิกในเครือข่ายทีช ฟอร์ ออล จากสหรัฐ เพื่อสร้างและพัฒนาครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยการสรรหาบุคคลศักยภาพสูงจากทุกสาขาวิชามาฝึกอบรมและเป็นครูผู้ช่วยในระบบการศึกษาเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อผลักดันให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ปัจจุบันได้พัฒนาครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงแล้วกว่า 149 คน ภายในระยะเวลา 5 ปี กระจายอยู่ในภาคส่วนต่างๆ ของสังคมเพื่อช่วยพัฒนาการศึกษาในระยะยาวต่อไป 

4.บริษัท เอ็ดดูเทค อินโนเวชั่น พัฒนาระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษผ่านเทคโนโลยีที่ชื่อว่า วินเนอร์ อิงลิช โดยเด็กจะได้รับการพัฒนาในด้านการพูด ฟัง อ่าน เขียน รวมถึงการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 5.บริษัท อาชีฟ โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ “แนะแนวอาชีพ” จัดกระบวนการค้นหาตัวเองและแนะนำข้อมูลอาชีพและเส้นทางการเรียน รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นคิดถึงเป้าหมายให้แก่เด็ก 6.เครือข่ายจิตอาสา โครงการวัยรุ่นอุ่นใจ ดูแลโครงการวัยรุ่นอุ่นใจ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัย จัดอบรมนักเรียนตัวแทนอาสาสมัครเพื่อมาเป็นแกนนำในการสร้างจิตอาสาภายในโรงเรียน

พร้อมมีภาคีกลุ่มสนับสนุนอื่นๆ อีก ได้แก่ บริษัท วิสาหกิจเพื่อสังคม เอ็ดวิงส์ เอ็ดยูเคชั่น ที่ทำงานพัฒนาระบบนิเวศการศึกษาและพัฒนาการตระหนักถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการพัฒนาการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการและการประเมินผลโครงการ บริษัท เช้นจ์ เวนเจอร์ ร่วมวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาแผนการดำเนินงานของโครงการร้อยพลังการศึกษา และโครงการร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ มูลนิธิเพื่อคนไทย ที่ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานโครงการร้อยพลังการศึกษา

“จุดเด่นของโครงการร้อยพลังการศึกษา คือ มุ่งเน้นส่งมอบเครื่องมือเพิ่มโอกาสใน 3 ด้าน คือ เครื่องมือเพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษา ได้แก่ ทุนยุวพัฒน์ ให้ต่อเนื่อง 6 ปี เรียบจบ ม.6 หรือเทียบเท่า เครื่องมือเพิ่มโอกาสคุณภาพการศึกษา ได้แก่ ห้องเรียนดิจิทัลวิทย์-คณิตฯ เลิร์น เอ็ดดูเคชั่น ห้องเรียนดิจิทัลภาษาอังกฤษ วินเนอร์ อิงลิช ครูผู้นําการเปลี่ยนแปลง ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ และเครื่องมือเพิ่มโอกาสในเส้นทางอาชีพ รวมทั้งการมีจิตสาธารณะ ได้แก่ หลักสูตรแนะแนวอาชีพ และโครงการวัยรุ่นอุ่นใจ เครื่องมือเหล่านี้ถูกออกแบบให้เอื้อต่อการสนับสนุนการเรียนการสอนในระบบโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ และผลจากการทํางานก่อนหน้านี้พบว่ามีการทํางานที่เกื้อหนุนกันอย่างดี”

ดังนั้น จึงขอเชิญประชาชนคนไทยและผู้ที่มีจิตสาธารณะร่วมทำบุญผ้าป่าร้อยพลังการศึกษาได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้เป็นต้นไป ที่เว็บไซต์ www.tcfe.or.th มี 2 รูปแบบให้เลือกทำ คือ บริจาคได้เลย โดยสามารถเลือกบริจาคให้กับโรงเรียนและจังหวัดที่ร่วมโครงการได้ด้วย หรือจะไม่เลือกก็ได้ อีกรูปแบบหนึ่งคือการตั้งเป็นกองผ้าป่าของตัวเองขึ้นแล้วเชิญชวนคนมาร่วม ก็เป็นวิธีที่ดีที่ทำให้คนมีส่วนร่วม   

นอกจากการบริจาคผ่านเว็บไซต์แล้ว ยังมีช่องทางการบริจาคอื่นๆ ได้แก่ เช็ค สั่งจ่ายมูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อโครงการผ้าป่าร้อยพลังการศึกษา หรือโอนเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ชื่อบัญชี “มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อโครงการผ้าป้าร้อยพลังการศึกษา” ธนาคารกรุงไทย สาขาพาราไดซ์ ปาร์ค เลขที่ 597-0-31194-4 หรือธนาคารทหารไทย สาขาพาราไดซ์ ปาร์ค เลขที่ 075-2-32728-8 หรือโอนผ่านระบบพร้อมเพย์ หมายเลข 0-9930-00187-07-5 โดยมีมูลนิธิยุวพัฒน์ องค์กรสาธารณกุศลตามประกาศกระทรวงการคลัง ลําดับที่ 300 เป็นผู้บริหารจัดการทางบัญชีผู้บริจาคมีสิทธินำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนหรือลงเป็นรายจ่ายในการคํานวณภาษีเงินได้แล้วแต่กรณี

ข่าวอื่นๆ