ตั้งรับ 4 สถานการณ์ สูญเงินมหาศาล

  • วันที่ 03 เม.ย. 2561 เวลา 11:11 น.

ตั้งรับ 4 สถานการณ์ สูญเงินมหาศาล

เรื่อง : กั๊ตจัง ภาพ : เอเอฟพี

แม้ว่าเราจะวางแผนการเงินมาอย่างดีแต่หากพลาด 4 สถานการณ์สำคัญด้านการเงินเราอาจพบกับความสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลทั้งที่จริงแล้วสถานการณ์เหล่านี้เรามีแนวทางในการป้องกันได้ง่ายๆ ดังนี้

1.เจ็บป่วยกะทันหัน

อาการเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่คุมได้ยาก แม้ว่าเราจะมีสุขภาพดีและดูแลตัวเองดีขนาดไหนก็ตาม ปกติแล้วเรามักจะได้รับคำแนะนำว่าให้ซื้อประกันสุขภาพเอาไว้ โดยที่ไม่ได้พะวงถึงคนอื่นๆ ในครอบครัวด้วยว่าพวกเขาเองวันหนึ่งก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเช่นกัน ดังนั้น การซื้อประกันสุขภาพรักษาพยาบาลก็ต้องดูด้วยว่าสามารถซื้อเผื่อคนในครอบครัวได้ด้วยหรือไม่

สำหรับผู้สูงอายุ เช่น คุณพ่อคุณแม่แนะนำให้ตรวจสุขภาพก่อนทำประกันอย่าซื้อประกัน โดยไม่ตรวจสุขภาพอย่างในโฆษณา ซึ่งจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเสียเงินอย่างสูญเปล่าจากข้อกำหนดของบริษัทประกันบางข้อในตัวอักษรเล็กๆ ที่คุณมองข้ามไป

คนในครอบครัวคนอื่นๆ ก็ต้องดูว่ามีประกันสุขภาพคุ้มครองอะไรไว้บ้าง ภรรยาหรือสามี อาจจะมีประกันสุขภาพจากที่ทำงาน ส่วนลูกนั้นแนะนำให้ซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติม เนื่องจากเด็กเจ็บป่วยและประสบอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ การทำประกันของเด็กแม้จะมีเบี้ยสูงแต่ก็คุ้มค่ามากกว่า

บางครั้งจ่ายประกันสุขภาพมาเกือบ 10 ปีเหมือนสูญเปล่าแต่พอป่วยหนักแค่ครั้งเดียวคืนทุนทั้งหมดแถมได้กำไรมาช่วยแบ่งเบาค่ารักษาด้วยก็มีให้เห็น ดังนั้นประกันสุขภาพจะช่วยรักษาเสถียรภาพด้านการเงินในครอบครัวของคุณไว้ได้

2.อุบัติเหตุใหญ่

อุบัติเหตุไม่ได้เกิดกับร่างกายเราเพียงอย่างเดียว ยังมีอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยอื่นๆ เช่น รถชน ไฟไหม้บ้าน น้ำท่วมบ้าน ลูกเห็บตกใส่หลังคาบ้าน ดังนั้น การทำประกันอุบัติเหตุ จึงมีความสำคัญไม่แพ้ประกันสุขภาพ เช่นไฟไหม้บ้านครั้งเดียวก็ทำให้เราหมดเนื้อหมดตัวได้เช่นกัน ดังนั้น การทำประกันอุบัติเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่เบี้ยถูกหรือแพง แต่อยู่ที่วงเงินและบริการของบริษัทประกันดีแค่ไหน

การทำประกันบ้านวงเงินจะต้องหาให้ได้เกินหรือเทียบเท่ามูลค่าของบ้าน และต้องครอบคลุมภัยธรรมชาติทั้งหมด เว้นแต่ในบางพื้นที่มีน้ำท่วมบ่อยบริษัทประกันจะไม่ยอมจ่ายให้ เราต้องสอบถามและตรวจสอบในส่วนนี้ให้ดี ดูให้ครอบคลุมถึงภัยจากการโจรกรรมด้วยเช่นกัน

ให้ดีที่สุดคือหาวงเงินเกินมูลค่าของบ้านโดยรวมมูลค่าทรัพย์สินเครื่องใช้ภายในบ้านเข้าไปด้วย เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจะได้มีเงินทุนสำหรับซ่อมแซมบ้าน และซื้อข้าวของเครื่องใช้ใหม่ รวมทั้งมีเงินสำหรับการเช่าที่อยู่ชั่วคราวจนกว่าบ้านจะเสร็จ

ในกรณีประกันรถยนต์นั้นประกันชั้น 1 คุ้มครองสูงสุดเพียงแค่ 80%  ของมูลค่ารถ และปรับลดลงต่อเนื่องทุกปี ซึ่งเราต้องคอยเทียบว่าลดลงแล้วเบี้ยปรับลดลงด้วยหรือไม่ แต่จุดสำคัญคือวงเงินรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกต้องสูงให้มากที่สุด ในขณะที่วงเงินการรักษาของคนขับและครอบครัวนั้น หากมีประกันชีวิตอยู่แล้วก็สามารถใช้แทนกันได้

3.หมุนเงินไม่ทัน

การหมุนเงินไม่ทันไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะนักธุรกิจแต่ในครอบครัวก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน นอกจากเรื่องการออมและการวางแผนด้านการเงินและการลงทุนที่ดีแล้ว การสร้างเครดิตและการหาแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างสภาพคล่องในยามฉุกเฉินก็เป็นสิ่งจำเป็น เราต้องเตรียมการไว้ ที่หาได้ง่ายที่สุดก็คือสินเชื่อส่วนบุคคล แม้จะไม่ใช่ช่องทางที่ดีมากนัก แต่ก็สามารถประคองให้ผ่านปัญหายืดเวลาการหาเงินออกไปแล้วนำกลับมาใช้หนี้ให้หมดในเวลาอันรวดเร็ว แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือการกันเงินสำรองฉุกเฉินให้เท่ากับรายได้ 6 เดือน สำหรับเงินหมุนในครอบครัวและบริษัท

4.ถูกยืมเงินกะทันหัน

คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่เพียงลำพังอย่างไร้ญาติขาดมิตร เราทุกคนมีความเสี่ยงที่จะถูกขอยืมเงินเท่าเทียมกัน การให้ยืมเงินไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัวว่าจะต้องไม่เกินเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความสนิท อุปนิสัยใจคอ และเครดิตของคนที่มายืมเงินของเรา

คำแนะนำส่วนใหญ่ก็คืออย่าให้เพื่อนยืมเกินกว่าเงินเก็บของเราในแต่ละเดือน เช่น เงินเก็บของเรามีอยู่ราวๆ 5,000 บาท/เดือน ก็ควรให้มากไม่เกินไปกว่านี้ และสอบถามกำหนดเวลาคืนเงินที่ชัดเจน และทำใจไว้บ้างหากไม่ได้คืนให้คิดเสียว่าเป็นค่าทดสอบคน

สำหรับญาติพี่น้องควรให้ไม่เกิน 10% ของเงินเก็บหรือใช้หลักการเดียวกับการให้เพื่อนยืมเงินก็ได้เช่นกัน แต่ก็มีบางครั้งที่ผู้ยืมมีความสำคัญมากกับชีวิต เช่น พ่อแม่ พี่น้อง ที่มีความผูกพันกันมากกว่าไม่สามารถกำหนดเกณฑ์ได้ว่าจะต้องให้เท่าใด อยู่ที่ความพึงใจ ที่จะช่วยพากันรอดพ้นสถานการณ์ปัญหาด้านการเงินให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน

ข่าวอื่นๆ