เร่งลดน้ำหนัก ‘ผอมเร็ว’ ระวังไตวายเฉียบพลัน

วันที่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 08:37 น.
เร่งลดน้ำหนัก ‘ผอมเร็ว’ ระวังไตวายเฉียบพลัน
คุณหมอเตือนคนอยากผอม ระวัง!! เร่งลดน้ำหนักเสี่ยงไตวายเฉียบพลัน

ข้อมูลโดย ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เรียบเรียงจากรายการพบหมอรามาฯ ตอน “คนอยากผอม ระวังเร่งลดน้ำหนักเสี่ยงไตวายเฉียบพลัน” เผยข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับอาการไตวายที่เชื่อมโยงกับคนที่เร่งลดน้ำหนักไว้ดังนี้

ไตวายเฉียบพลัน ต่างกับไตวายเรื้อรังอย่างไร?

ไตวายเฉียบพลัน เป็นภาวะที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ส่วนใหญ่บางคนเป็นตอนเช้า พอตอนเย็นก็ไตวาย เพราะฉะนั้น มันจะมีสาเหตุที่ชัดเจน เช่น ไปโดนชกที่กล้ามเนื้อบ้าง ที่ไตบ้าง แล้วก็ทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ แล้วก็สารที่อยู่ในเนื้อแดงออกสีแดง ๆ มันจะออกมาในไต แล้วก็ไปอุดท่อไต ทำให้เกิดเป็นพิษต่อไต เกิดไตวายเฉียบพลัน

กรณีคนทำลดน้ำหนักแล้วขาดน้ำ มาจากไตวายเฉียบพลันได้

ส่วนใหญ่จะมาคู่กันคือ ขาดเกลือแร่ พยายามจะลดน้ำหนัก พยายามไม่ยอมดื่มน้ำ บางคนก็กินยาขับปัสสาวะ บางคนกินยาขับปัสสาวะเพื่อจะลดน้ำหนัก ก็ทำให้ขาดเกลือแร่ด้วย และร่วมกับการที่มีการกระทบกระแทก กล้ามเนื้อโดนชกหลาย ๆ ที่ กล้ามเนื้ออักเสบก็ทำให้สารพวกนี้เป็นพิษต่อไตแล้วไตวายเรื้อรัง

ไตวายเรื้อรัง เกิดจากสาเหตุที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง กินยาที่มีสารพิษต่อไต กินเรื้อรังติดต่อกันเป็นเดือนเป็นปี ไตจะค่อย ๆ สูญเสียการทำงานระยะเวลาเป็นเดือนเป็นปี อย่างน้อยก็ 3 เดือนขึ้นไป ถ้าไตค่อย ๆ เสื่อมระยะเวลาเกิน 3 เดือน

นอกเหนือจากการโดนกระแทกอย่างรุนแรงแล้ว มีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดขึ้นไตวายเฉียบพลัน

มีหลายสาเหตุอย่างเช่นที่พบบ่อย ๆ คือ การติดเชื้อ เรามีติดเชื้อที่ไหน แล้วเชื้อรุนแรงมาก ๆ ก็ทำให้เกิดสารพิษ ส่งผลให้ไตเกิดการหยุดทำงานชั่วคราว รวมทั้งการที่ขาดเกลือแร่ บางคนกินยาขับปัสสาวะมากเกินไปเพื่อลดน้ำหนัก บางคนท้องเสีย ท้องร่วงเฉียบพลัน ก็ทำให้เกิดการขาดเกลือแร่ บางคนไปวิ่งมาราธอนมาก ๆ ก็ขาดเกลือแร่ด้วยและกล้ามเนื้ออักเสบด้วย ก็ทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันได้เหมือนกัน

ในแง่ของการลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักเร็ว ๆ เยอะ ๆ ทำไมถึงมีเรื่องของไตวาย

ส่วนใหญ่คือขาดเกลือแร่ ขาดน้ำ และบางคนก็กินยาขับปัสสาวะ อันนั้นก็เป็นอันที่อันตราย

จะมีสัญญาณเตือนอะไรมาบอกก่อนให้รู้ว่าเรากำลังจะไตวายแล้ว

อาการขาดเกลือแร่ เช่น เป็นตะคริว คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด วิงเวียน จะเป็นลม เพราะว่าขาดเกลือแร่ ความดันต่ำ เหมือนกับเราไปวิ่ง 10 กิโลเมตร หน้ามืดเห็นดาว อันนี้คืออาการเริ่มขาดเกลือแร่แล้ว ถ้าปัสสาวะออกน้อยด้วย ไม่ค่อยปัสสาวะด้วย ต้องระวังแล้ว 3-4 ชั่วโมงไม่ปัสสาวะ

สำหรับนักวิ่ง วิ่งแล้วดื่มเกลือแร่เข้าไป มันช่วยได้ไหม

ถ้าวิ่งเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป แนะนำให้ดื่มเกลือแร่เมื่อหิวน้ำ แต่ไม่ใช่ว่าหิวปั๊บดื่มตลอดแบบนี้ไม่ได้ เวลาหิวน้ำก็ดื่มเท่าที่จำเป็น แต่ถ้าวิ่งไม่เกิน 2 ชั่วโมง ดื่มน้ำเปล่าก็พอ

หมอจะตรวจเช็กอย่างไร

คนไข้จะมีอาการปัสสาวะน้อย ปัสสาวะไม่ค่อยออก หมอก็จะเช็กเลือด ถ้าเช็กเลือด มีค่าของเสียในเลือดสูง ก็จะบอกว่าไตวายเฉียบพลันแล้ว เพราะว่าของเสียมันจะออกมาทางปัสสาวะไม่ได้ ถ้าพบว่าเลือดข้น แสดงว่าเกลือแร่ต่ำมากเพราะว่าน้ำในตัวน้อยมาก เลือดก็เลยข้น ปกติมันต้องมีน้ำเกลือเพื่อจะพัดเม็ดเลือดเข้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ถ้าปริมาณน้ำเกลือน้อย เลือดก็จะข้น ถ้าเจาะเลือดก็ทราบเลย

การรักษา

รักษาที่สาเหตุ ถ้าเป็นจากสารพิษก็จัดการสารพิษ ถ้าเป็นจากการขาดเกลือแร่ก็ให้เกลือแร่ ให้น้ำเกลือ หมอจะให้น้ำเกลือ ขาดน้ำก็ให้น้ำไป ก็จะดีขึ้น

แล้วไตวายเฉียบพลันจะกลายเป็นไตวายเรื้อรังได้ไหม

ก็มีบ้าง ประมาณ 10% แต่ส่วนใหญ่ 90% จะโชคดี รอด ไตจะฟื้นกลับมาตามปกติ

คนที่กลายเป็นไตวายเรื้อรัง อาจจะมีสาเหตุที่ทำให้เกิดไตวายหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างเช่น ติดเชื้อบ้าง มีขาดเกลือแร่บ้าง ไตเดินไม่สมบูรณ์อยู่ก่อน มีอายุมาก อันนี้ก็จะเป็นปัจจัยเสี่ยง หรือเป็นเบาหวานอยู่ อันนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดไตวายเรื้อรัง

เราจะลดน้ำหนักอย่างไรที่ไม่ให้เกิดผลเสียกับไต

ทุกอย่างน่าจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป อย่าฝืนทำอะไรที่มันเร็วเกินไป หักโหมเกินไป หักดิบ บางทีก็ทำไม่ได้เพราะขาดเกลือแร่ทันที มันจะทำให้ร่างกายสูญเสียสมดุล แล้วก็หน้ามืดเป็นลม เลือดไม่ไปเลี้ยงไต เลือดข้นต่าง ๆ ปัจจัยเหล่านี้มันทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน บางคนไปกินยาขับปัสสาวะ อันนี้อันตรายมาก

ถ้าเราค่อย ๆ ทำทีละน้อย ๆ ร่างกายมีการปรับตัว การลดน้ำหนักเป็นการลดเฉพาะไขมัน เหลือเฉพาะกล้ามเนื้อและปริมาณน้ำให้พอเหมาะจะดีกว่า ถ้าลดทั้งไขมันด้วย ลดทั้งเกลือแร่ด้วย ลดทั้งน้ำด้วยอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่วันหรือเป็นชั่วโมงนี่ยิ่งอันตราย ค่อย ๆ ลดน้ำหนัก และที่สำคัญคือ ถ้าลดไขมัน ไม่เป็นไร ไม่อันตราย

ให้อาจารย์แนะนำวิธีในการดูแลไตของเรา ให้อยู่ไปนาน ๆ แข็งแรงไปนาน ๆ

ถ้าโรคไตวายเฉียบพลัน ก็คือต้องทำงานให้พอเหมาะ ปริมาณเกลือแร่ให้พอเหมาะ อย่าไปกินมาก อย่ากินเค็มมาก อย่ากินเค็มน้อยเกินไป แต่ถ้าในคนไข้ระยะเรื้อรัง คนไข้เบาหวาน ความดัน โลหิตสูง ต้องกินเกลือให้พอเหมาะ อย่ากินเยอะ อย่ากินเค็ม และอย่าไปซื้อยาที่มีพิษต่อไตมากินเอง แล้วก็ออกกำลังกาย อย่าให้น้ำหนักเยอะ อย่าให้อ้วน ถ้าอ้วน โรคเบาหวาน ความดันจะมา

การกินเค็มส่งผลกับไตอย่างไร

ปกติกินเค็มคือกินเกลือเข้าไป เกลือนี่ต้องขับออกทางไตกว่า 90% เพราะฉะนั้น ถ้ากินเค็มมาก ไตก็ต้องขับมาก ก็ทำงานหนักเหมือนกับเครื่องยนต์ ถ้าเราใช้มาก ๆ เครื่องยนต์ก็จะพังเร็ว แทนที่จะใช้ได้อายุ 80-90 อายุ 60 ก็ไตวายแล้ว เพราะว่ามันทำงานหนักอยู่ 60 ปี

เกลือคือตัวโซเดียม แต่ว่ามีเกลือที่ไม่เค็มบางตัว เช่น ผงชูรส ซุปก้อน ผงปรุงรส อันนั้นเป็นเกลือที่ไม่เค็ม

แล้วกินน้ำเข้าไปช่วยไหม

เกลือก็ออกทางปัสสาวะอยู่ดี เกลือก็ต้องขับไปที่ไตอยู่ดี ไตก็ทำงานหนักอยู่ดี แต่ว่ามันจะออกได้เร็วขึ้น มันจะคั่งค้างในตัวได้สั้นลง มันจะเจือจาง ถ้าเกิดเราไม่กินน้ำ มันจะออกในเวลาวันหนึ่งกว่าจะออกหมด แต่ถ้าเรากินน้ำเยอะ ๆ มันอาจจะออกใน 6 ชั่วโมง ออกหมดแล้ว มันก็จะขับเกลือออกไปได้เร็วขึ้น มันช่วยในชั่วคราว คือมันช่วยลดปริมาณเกลือในร่างกายให้ออกไปเร็วขึ้นเท่านั้นเอง เจอบ่อยมาก ไปเที่ยวต่างประเทศ กินเลี้ยงทุกมื้อ ความดันขึ้นเลย เจอบ่อย คือเนื้อสัตว์อะไรที่อยู่ได้เกินวัน มันต้องใส่เกลือ ไม่อย่างนั้นมันเสีย

แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ แล้วมื้อต่อไปเบาเค็มลง กินให้จืดลงหน่อย เพื่อจะให้ไตได้พักบ้าง

ถ้าเป็นนักมวย เขาจะต้องมาขับปัสสาวะ จะต้องมาลดความอ้วน เขาควรที่จะตรวจเป็นพิเศษไหม

ควรจะมาเช็กเป็นระยะ ๆ ปีหนึ่งก็มาเช็กสักครั้งหนึ่ง ดูค่าไตเจาะเลือดแป๊บเดียวก็รู้แล้ว ปัสสาวะแป๊บเดียวก็รู้ นอกจากนักมวยแล้ว ก็มีนักเพาะกาย นักเพาะกายจะกินอาหารที่มีโปรตีนสูงมาก แล้วก็มีข้อมูลว่าคนที่กินอาหารโปรตีนสูง ๆ มันจะมีไตทำงานหนัก และระยะยาวจะมีไข่ขาวรั่วในปัสสาวะมากขึ้น คนที่เพาะกายหรือคนที่ทำฟิตเนส กินไข่ขาว กินไก่เยอะ กินเนื้อสัตว์เยอะ โปรตีนพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากพืช จากสัตว์ จากเวย์ ก็ทำให้ไตทำงานหนักเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องควบคุมให้พอดี ต้องระมัดระวัง แนะนำคนไข้ที่เพาะกายกับฟิตเนส ตรวจร่างกายปีละครั้ง ตรวจปัสสาวะด้วย

.

ที่มา รายการพบหมอรามาฯ