แพทย์แนะการดูแลสุขภาพและผิวพรรณในช่วงที่ใช้ชีวิตติดบ้าน

วันที่ 19 พ.ค. 2563 เวลา 15:33 น.
แพทย์แนะการดูแลสุขภาพและผิวพรรณในช่วงที่ใช้ชีวิตติดบ้าน
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำการดูแลสุขภาพและผิวพรรณในช่วงชีวิตติดบ้าน (Work From Home) พร้อมแนะเคล็ดลับการสร้างความผ่อนคลาย เติมความสดชื่น

การทำงานที่บ้าน (Work from home) เป็นการลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผลดี คือมีส่วนช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ระหว่างที่เราปรับรูปแบบการใช้ชีวิตโดยทำทุกอย่างในที่พักอาศัย เราอาจละเลยการดูแลตัวเองปล่อยผิวพรรณให้ทรุดโทรมไม่สดใส อีกทั้งขาดความกระปรี้กระเปร่าเวลาทำงานอยู่บ้าน แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ร่วมกับแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) แนะ “เคล็ดลับการดูแลผิวพรรณสำหรับการทำงานที่บ้าน (Work from home)” พร้อมเทคนิคการสร้างความสดชื่น ผ่อนคลาย ดังนี้

แม้ช่วงนี้จะเริ่มคลายล็อกมาตรการ มีการเปิดห้าง เปิดร้านให้ช้อปกันแล้ว แต่หลายคนก็ยังคงกังวลกับการกลับมาของโควิด และยังทำงานอยู่แต่ในบ้าน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพทางด้านร่างกาย อารมณ์ ถึงแม้ว่าการใช้ชีวิตติดบ้านนั้นทำให้เราไม่ต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะต่างๆ ที่มาบั่นทอนสุขภาพผิว แต่เราก็ไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพผิว เพราะการที่เราอยู่แต่ภายในบ้านหรือห้องแอร์เป็นเวลานานๆ นั้น ก็ส่งผลเสียต่อผิวเช่นกัน ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นได้ง่าย เมื่อผิวขาดความชุ่มชื้นก็ส่งผลให้เกิดปัญหาริ้วรอยต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะกลุ่มของผู้ที่มีผิวแห้ง ริ้วรอยที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นริ้วรอยถาวรได้ง่ายมาก

ดังนั้น เราต้องหมั่นเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณด้วยการทาครีมบำรุงทุกครั้งหลังการล้างหน้าหรืออาบน้ำ และไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดร่วมด้วย เพื่อป้องกันรังสียูวีจากแสงแดด นั่นเป็นเพราะรังสียูวีสามารถทะลุผ่านเข้ามาทำร้ายผิวเราได้ทุกที่ไม่เว้นแม้แต่ในที่ร่ม และควรดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ในระหว่างวันอาจใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดร่วมด้วยเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เพื่อให้ผิวเปล่งปลั่ง ไม่แห้งกร้าน

การใช้ชีวิตติดบ้านอาจส่งผลกระทบกับอารมณ์และความรู้สึกด้วย เนื่องจากเกิดความเบื่อ เหงา เครียดกับบรรยากาศเดิมๆ ส่งผลกระทบโดยตรงกับผิวของเราด้วย เมื่อเราเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ทำให้เกิดอาการผิวมัน สิว ริ้วรอย นอกจากนี้ ความเครียดยังทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง ทำให้ผิวหนังติดเชื้อได้ง่าย

ดังนั้น เราควรหาวิธีผ่อนคลายด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศโดยใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนต่างๆ ของบ้าน รวมถึงหากิจกรรมทำร่วมกับคนในครอบครัว เช่น การทำอาหาร การปลูกต้นไม้ การจัดดอกไม้ รวมถึงการสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้านให้น่าอยู่อย่างง่ายๆ ด้วยการแต่งเติมความหอมให้บ้าน โดยสามารถเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ โดยอาจจะเลือกกลิ่นที่ชอบ เพื่อสร้างความผ่อนคลายด้วยการใช้กลิ่นหอมบำบัด นับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถบรรเทาความเครียดที่ได้ผลดีและเร็วที่สุด เนื่องจากกลิ่นจะเข้าไปกระตุ้นสมองส่วนควบคุมอารมณ์ และความรู้สึกเพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ได้แก่ เอ็นโดฟิน (Endorphin) สารที่ช่วยลดความเจ็บปวด คลายความเครียด และความวิตกกังวล, เอนเคฟาลิน (Enkephalin) สารที่ช่วยลดอาการซึมเศร้า และเซโรโทนิน (Serotonin) ช่วยทำให้สงบ เยือกเย็น และผ่อนคลายจากสภาวะเครียดได้