ศิลปะเพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติ

  • วันที่ 26 ส.ค. 2561 เวลา 09:46 น.

ศิลปะเพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติ

โดย พริบพันดาว 

การเดินชม 60 ผลงานจิตรกรรมที่สะท้อนแนวคิดและความเชื่อมโยงระหว่างนวัตกรรม ศิลปะ และความสุข ในนิทรรศการจิตรกรรมร่วมสมัยพานาโซนิค “เพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติ” ครั้งที่ 20 ถือได้ว่าเป็นความสุขของการเสพงานศิลป์ผ่านฝีมือของศิลปินรุ่นใหม ที่อิ่มใจและเอิบอาบในความหวังของวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย

ศ.กิตติคุณ กำจร สุนพงษ์ศรี ประธานคณะกรรมการตัดสินผลงานในการประกวดจิตรกรรมครั้งนี้ ให้ความเห็นว่าภาพจัดแสดงในนิทรรศการนี้ มีแนวคิดและการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบที่ดูร่วมสมัยยิ่งขึ้น และยังมีผลงานอีกไม่น้อยที่สร้างสรรค์ได้มีคุณภาพ สามารถดึงอารมณ์ร่วมผู้ชมได้

แนวความคิดหลักของผลงานศิลปะที่จัดประกวดและแสดง คือ นวัตกรรมเสริมสร้างความสมบูรณ์แห่งชีวิต นำมาต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอความดี ความจริง และความงามที่ครบทุกมิติ ทำให้เห็นว่าเรื่องราวถูกนำเสนอออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ภายใต้แนวคิดสร้างสรรค์เพื่อความสมบูรณ์ของชีวิต

สำหรับนิทรรศครั้งนี้ มีการแสดงผลงานแยกเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลจำนวน 16 ผลงาน และผลงานที่ร่วมจัดแสดงอีก 44 ผลงาน โดยคัดสรรจากผลงานที่ส่งเข้าประกวด 216 ชิ้น จากศิลปิน 132 คนทั่วประเทศ เพื่อจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดงานจิตรกรรมไทยสู่ระดับสากล

รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 ได้แก่ “ลิงที่รอดชีวิต” โดย ศิริพร เพ็ชรเนตร จากกรุงเทพฯ ใช้เทคนิคสีอะครีลิกถ่ายทอดแนวความคิดที่มีมานาน คือ การรณรงค์การอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์แต่ผ่านการสื่อสารด้วยมุมมองใหม่ที่ทันสมัย มีอารมณ์ขันมากขึ้น

รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 2 มี 2 รางวัล ผลงาน “ตัวฉันกับความสุขที่หายไป” โดย ชมรวี สุขโสม จาก จ.ชุมพร ใช้เทคนิคสีฝุ่นและอะครีลิกสื่อถึงการแบกความรับผิดชอบมากมายไว้บนหลัง โดยมีตัวละครตัวใหญ่ที่เปรียบเสมือนตัวเองและตัวละครเล็กๆ ที่เปรียบเสมือนความรับผิดชอบในด้านต่างๆ กับผลงาน “ไทยงม” โดย อนันต์ยศ จันทร์นวล จาก จ.นครศรีธรรมราช ใช้เทคนิคสีน้ำมันและอะครีลิก สื่อให้เห็นความคิดของคนไทยที่ยังยึดติดกับความเชื่อและการกระทำบางอย่างมากเกินไป

รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 3 มี 3 รางวัล ผลงาน “เหยื่อของความรุนแรง” โดย วฤทธิ ไพศาลธิรศักดิ์ จาก จ.สมุทรปราการ ใช้สีน้ำมันแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศในสตรีที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคม ที่อาจจะกลายเป็นความคุ้นชินในสังคมซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายมาก ซึ่งเหยื่อไม่มีโอกาสออกมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเองได้ จนบางครั้งถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ต่างๆ

ผลงาน “ซ้ายสังหาร” โดย อานนท์ เลิศพูลผล จาก จ.สุราษฎร์ธานี ที่สร้างสรรค์ภาพวาดเส้นร่วมกับสีน้ำมัน ถ่ายทอดแนวคิดว่าตั้งแต่อดีตมนุษย์มีความเข้าใจในความเหมาะสมและความถูกต้อง ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามการเจริญเติบโตและประสบการณ์ใหม่ๆ การปรับตัวจะช่วยให้เข้าใจในเหตุผลของความถูกผิด ภาพนี้นำเสนอบริบทหรือสถานการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดการตีความถึงความถูกผิดทั้งในแง่ของกฎหมายและกฎศีลธรรม และผลงาน “จริงหรือหลอก” โดย ผดุงพงษ์สารุโณ จาก จ.สตูล ซึ่งใช้สีน้ำมันถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเพศที่สาม สู่ภาพ Portrait เป็นเสมือนการสร้างโลกอีกใบ

ศิริพร เพ็ชรเนตร ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 แสดงว่าจิตรกรรมและศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ยุคไหนจะสามารถปรับตัวและประยุกต์ให้ร่วมสมัยได้ ยิ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเรื่องการเพนต์ การสเกตช์ภาพ ทำให้งานวาดภาพง่ายและสะดวกขึ้น ทั้งนี้อยู่ที่เทคนิคของศิลปินแต่ละคนว่าจะนำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ในด้านใด

สำหรับแนวคิด “เพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติ” เป็นแนวความคิดที่ถูกใช้มาตั้งแต่การประกวดครั้งแรกเมื่อปี 2538 แต่ความหมายก็ยังคงทันสมัยเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน สอดคล้องกับแนวคิดเชิงอรรถประโยชน์ของงานศิลปะ ที่มุ่งสะท้อนสภาวะของความจริง ความดี และความงาม ผ่านทักษะและฝีมือของศิลปินผู้เป็นปัจเจกบุคคล

ในเบื้องต้นการชมงานศิลปะจึงก่อให้เกิดสุนทรียภาพขึ้นในจิตใจของผู้ชม และยิ่งไปกว่านั้นสารที่ศิลปินสื่อสารออกมาก็ยังแฝงไปด้วยแง่คิดในการใช้ชีวิตและการมองโลกต่างๆ นานา ช่วยจรรโลงจิตใจ อันเป็นรากฐานที่สำคัญของ “ความสุข”

นิทรรศการนี้จัดแสดงถึงวันที่ 29 ส.ค. 2561 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 5-8 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กทม. เวลา 09.00-16.00 น. ทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) สอบถามโทร. 02-281-2224

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ