รวมพลซูเปอร์ฮีโร่ ไม่ได้มีแค่ใจรัก แต่ต้องกล้า และบ้าทำความดี

วันที่ 05 ม.ค. 2559 เวลา 09:47 น.
รวมพลซูเปอร์ฮีโร่ ไม่ได้มีแค่ใจรัก แต่ต้องกล้า และบ้าทำความดี
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข, อภิชาติ จินากุล, ชนัสถ์ กตัญญู, ธนารักษ์ คุณทน

ไม่ต้องรอให้ค่ายดีซีหรือมาร์เวลออกภาพยนตร์ภาคใหม่ เพราะตัวละครในโลกการ์ตูนกำลังออกมาโลดแล่นขี่มอเตอร์ไซค์ หรือเดินข้างถนนจริงๆ ที่เมืองไทย เพียงแต่พวกเขาไม่ใช่คนที่มีพลังพิเศษ และไม่ใช่เศรษฐีมาจากที่ไหน เป็นคนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกงเหมือนกับพวกเราทุกคน แค่ใส่ชุดซูเปอร์ฮีโร่ที่พวกเขารัก แล้วออกมาทำความดีให้เรารู้สึกรักพวกเขาอีกทีหนึ่ง แต่อะไรที่ทำให้พวกเขาเหล่านี้ตัดสินใจใส่ชุดซูเปอร์ฮีโร่แล้วออกมาทำความดีกัน

แบทแมน คลองถม

“สังคมไทยเราขาดความยุติธรรม ความถูกต้องจะอยู่ที่ฝ่ายคนมีเงิน หากเราหาความยุติธรรมในสังคมไม่ได้ ผมนี่แหละจะเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความถูกต้องนั้นเอง”

คำแรกที่ แบทแมน คลองถม กล่าวเสียงเข้มภายใต้หน้าสีดำทะมึน จนเราอดคิดไม่ได้ว่านี่เรากำลังสนทนากับแบทแมนตัวจริงหรือเปล่า? เพียงแต่สิ่งแวดล้อมรอบข้างเป็นเพียงห้องแถวเล็กๆ ในโครงการบ้านเอื้ออาทรแห่งหนึ่ง ไม่ใช่บ้านของมหาเศรษฐี บรูซ เวย์น

กัมปนาท จันทร์แก้ว คือนามจริงของแบทแมน คลองถม เขามีอาชีพขายของเล่นเกรดพรีเมียม และของเล่นหายาก กัมปนาท บอกกับเราว่า

 

“จุดเริ่มต้นการแต่งตัวเป็นแบทแมนของผมนั้น เริ่มมาจากสมัยเด็กมีความชอบในตัวแบทแมนอย่างมาก ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนรู้สึกแบบเดียวกัน ก็คือแบทแมนเป็นคนธรรมดา ที่ฝึกฝนตัวเองจนสามารถสู้กับเหล่าร้าย ต่อสู้กับความยุติธรรมต่างๆ

“ครั้งหนึ่งในห้องเรียนคุณครูถามผมว่า โตขึ้นอยากจะเป็นอะไร ผมตอบคุณครูไปว่า ผมอยากเป็นแบทแมน ผมตอบเพราะผมอยากเป็นจริงๆ แต่ครูคิดว่าผมพูดเล่นให้ผมตอบใหม่ว่าอยากเป็นอะไร ผมเลยตอบไปว่าผมอยากเป็นทหาร ก็ได้คำตอบที่ครูพอใจ แต่ผมฝังใจกับเรื่องนั้นมาก

“พอเรียนจบออกมาทำงาน ผมก็ทำร้านขายของเล่นที่ผมชอบ แน่นอนว่าของเล่นแบทแมนก็เป็นหนึ่งในสินค้าที่ผมรัก และมีอยู่หลายเวอร์ชั่น ออกเวอร์ชั่นไหนมาก็ตามไปเก็บสะสม จนวันหนึ่งผมมาคิดว่าทำไมเราไม่ลองทำของตัวเองขึ้นมาดูในสิ่งที่ทำเพื่อตัวเราเอง ไม่อยากเก็บของเล่นแล้ว อยากทำเป็นชุดของตัวเองออกมาเลย ชุดแบทแมนชุดแรกของผม สิ่งที่ซื้อคือหมวกที่เขาทำสำเร็จแล้วมาใส่ จากนั้นก็ไปซื้อเสื้อเกราะของตำรวจมาดัดแปลงเป็นชุดแบทแมน

 

“ชุดแบทแมนของผมมีหลายชุด แต่มีคอนเซ็ปต์เดียวกันก็คือต้องเป็นชุดที่สามารถใช้งานได้จริง ออกปฏิบัติการได้จริง หลังทำชุดแรกเสร็จ สิ่งที่ผมตั้งใจก็คือ จะออกไปขี่มอเตอร์ไซค์เล่นตอนกลางคืน ขี่ผ่านๆ ไป ไม่อยากให้คนเห็นมาก ไม่อยากเป็นเป้าสายตาใคร ผมแค่อยากใส่ชุดแบทแมนแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ตอนกลางคืน

“หลังๆ พอมีเหตุการณ์เด่นๆ ที่ทำให้ผมเป็นที่รู้จักก็คือเหตุการณ์คลองถมไปช่วยพ่อค้าแม่ค้าเรียกร้องความยุติธรรม ผมคิดว่าถ้ามีเหตุการณ์อะไรที่เดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องต่างๆ ผมก็จะเข้าไปช่วย จากเหตุการณ์นั้นผู้คนก็เรียกผมว่า แบทแมน คลองถม อีกเหตุการณ์ก็คือเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ผมกับกลุ่มฮีโร่คนอื่นๆ เดินจูงมือกันไปถือป้ายบอกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่าอย่ากลัวการก่อการร้าย เพราะขนาดพวกเราคนไทยยังไม่กลัวเลย และพวกคุณก็ไม่ต้องกลัว เราใส่ชุดฮีโร่เป็นจุดเด่น ถ้าผมเห็นว่ามีเรื่องอยุติธรรมเกิดขึ้น ผมก็จะใส่ชุดแบทแมนออกไปยืนเคียงข้าง ผมไม่ได้เป็นคนที่มีพลังมีเส้นสายใหญ่โตจะช่วยคุณได้ แต่เมื่อผมใส่ชุดแบทแมนยืนอยู่ข้างคุณ สปอตไลต์จะพุ่งเป้ามาให้ความสนใจ แล้วคุณจะไม่ได้สู้กับความอยุติธรรมเพียงลำพัง”

โรบิน ฮีโร่ของเด็กด้อยโอกาส

“ผมเองก็เป็นคนอ่อนไหวกับกับเด็กที่มีปัญหาทางครอบครัว คนยากจน พอเห็นแล้วเราก็รู้สึกสงสาร บางทีมองเฉยๆ ผมก็น้ำตาไหลออกมา ผมก็เลยอาสาแต่งตัวเป็นโรบินหนึ่งในตัวละครที่ผมชอบ ออกไปช่วยงานสังคมร่วมกับแบทแมน โรบินมีมุมมองดราม่าของชีวิตที่ไม่แพ้แบทแมนเหมือนกันตามท้องเรื่องของโรบิน เขาเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นเด็กกำพร้าแล้วได้รับความอนุเคราะห์จากแบทแมน เขาถูกชุบเลี้ยงมาให้เป็นคนดีของสังคมแม้จะเป็นจะเป็นเด็กกำพร้า เป็นเด็กยากจนก็สามารถทำตัวให้เป็นคนดีได้”

โรบิน เดนเจอร์ คือนามในกลุ่มเฟซบุ๊ก ส่วนนามในชีวิตจริงคือ ณัฏวุฒิ สุขสอาด อาชีพเชฟร้านอาหาร เล่าถึงที่มาของการแต่งชุดซูเปอร์ฮีโร่ออกไปช่วยงานสังคมแก่เด็กๆ ชีวิตของโรบินกับณัฏวุฒิ จะมีจุดหนึ่งที่คล้ายกันก็คือการเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว ณัฏวุฒิเผยชีวิตที่ผ่านมาตัวเองว่า

“ผมอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ เรามีปัญหาทางครอบครัว พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงดูผมมาแต่เกิด และฐานะทางบ้านยากจนมาก ทำให้ผมต้องต่อสู้ดิ้นรน สร้างเนื้อสร้างตัวจนมีทุกวันนี้ ผมจึงเข้าใจความรู้สึกของเด็กกำพร้าดี ความรู้สึกที่ไม่มีใครดูแล ความยากจน ไม่ได้รับโอกาสดีๆ เหมือนคนอื่นๆ

 

“พอถึงจุดที่เราจะสามารถกลับไปให้ความสุขกับเด็กๆ เหล่านี้ได้ ผมก็จะทำ ในกลุ่มคนที่แต่งตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ผมเป็นคนที่มีเวลาออกงานน้อยที่สุดเฉพาะวันพฤหัสฯ ผมทำงานเป็นเชฟภัตตาคาร ที่ทำงานทุกคนจะรู้จักผมดีว่าผมทำอะไร เวลามีการขอบริจาคสิ่งของก็จะได้รับการตอบรับที่ดีจากเพื่อนร่วมงานทุกคน เพราะเขารู้ว่าเราแต่งตัวออกไปมอบของบริจาค แต่ส่วนใหญ่เวลาที่เราออกงาน ก็มีบางคนพูดว่าเราบ้าหรือเปล่าใส่ชุดแบบนี้ออกงาน นั่นก็เป็นเสียงของผู้ใหญ่ที่เขาไม่ได้ดูการ์ตูนเหมือนพวกเรา

“แต่เมื่อครั้งที่ผมไปมอบของบริจาคให้กับเด็กๆ ที่ จ.กาญจนบุรี ผมมอบตุ๊กตาแค่ตัวเดียวกับเด็กที่เป็นออทิสติก เด็กคนนั้นดีใจมากกอดผมอยู่นานเหมือนกับเขาอยากจะพูดขอบคุณ แต่เขาแสดงออกไม่ถูก ได้แต่แสดงอาการดีใจ ผมรู้สึกว่าคนเราเกิดมามีไม่เท่ากัน แต่ว่าน้องคนนี้ไม่เท่ากับคนปกติแล้ว ยังเป็นออทิสติก พ่อแม่ไม่มี ชีวิตเขาอยู่อย่างลำบากมากที่จะใช้ชีวิตอย่างปกติ อนาคตต่อไปในเส้นทางนี้ผมคงทำต่อไป แต่ไม่อยากให้ใครคิดว่าเราอยากดังในทางนี้ เราอยากปิดทองหลังพระ ที่มอบความสุขให้กับคนอื่นๆ มากกว่า”

 

ซูเปอร์แมน ความกล้าย่อมสร้างความแตกต่าง

เขาคือซูเปอร์ฮีโร่ที่มีคนจำหน้าได้มากที่สุดในกลุ่มฮีโร่จิตอาสา และเมื่อได้พูดคุยกับเจ้าตัวก็รู้ว่าเขาต้องอาศัยความกล้าไม่น้อยที่จะใส่ชุดซูเปอร์แมน ซึ่งเราก็ไม่แปลกใจในจุดนี้มากนัก เพราะขนาดค่ายดีซีเจ้าของลิขสิทธิ์ซูเปอร์แมนยังต้องใช้เวลากว่า 10 ปีในการตามหาคนที่จะมารับบทซูเปอร์แมน แต่ทำไมเขา เกรียงกฤตย์ ดุรงค์ปิศิษฏ์กุล เจ้าของกิจการส่วนตัว จึงเลือกที่จะใส่ชุดซูเปอร์แมน

“ผมมีความคิดเรื่องการใส่ชุดซูเปอร์ฮีโร่มาตั้งแต่อยู่ต่างประเทศ สังคมของเขาจะเห็นการแต่งตัวแบบนี้เป็นเรื่องปกติทั่วไป เป็นการสร้างสีสันให้กับงานต่างๆ กลับมาถึงเมืองไทยผมก็คิดว่าเราน่าจะมีฮีโร่ที่เป็นตัวแทนในการทำเรื่องดีๆ และการที่เรารวมกลุ่มกันทำความดีต่างๆ ก็เป็นการช่วยสร้างสีสันเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศ ว่าประเทศเราก็มีคนที่แต่งตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่แบบนี้อยู่เหมือนกัน แล้วพอกลับมาทำงานในเมืองไทยก็มาเจอกับกลุ่มซูเปอร์ฮีโร่จิตอาสา ผมจึงเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ทำตามความคิดเดิมที่เคยมี จึงไม่ลังเลที่จะเข้าร่วม

“ตอนแรกผมก็คิดจะใส่ชุดแบทแมน แต่ในกลุ่มมีแบทแมนอยู่แล้ว 2 คน ครั้นเราจะไปใส่ซ้ำก็ยังไงอยู่ สุดท้ายเราก็เลยต้องกล้าเสี่ยงใส่ชุดซูเปอร์แมนเลยดีกว่า ซึ่งยากเหมือนกันในการใส่ชุดฮีโร่ตัวนี้เพราะมันเปิดหน้าออกมาเลย ผมจึงเป็นฮีโร่ในกลุ่มที่มีคนจำได้มากที่สุด เวลาไปไหนมาไหนก็มีคนจำได้ สำหรับผมแล้วเวลาเราไปร่วมงานไหนงานนั้นก็มีสีสันขึ้นมาทันที หากเปรียบกับก๋วยเตี๋ยว พวกเราก็เหมือนเครื่องปรุงรสที่ทำให้มีรสชาติขึ้นมา”

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของสมาชิกกลุ่มฮีโร่จิตอาสา ซึ่งปัจจุบันมีซูเปอร์ฮีโร่เข้ามาร่วมทีมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสไปเดอร์แมน ไอ้มดแดง พรีเดเตอร์ ซูเปอร์วูแมน วันเดอร์วูแมน แคทวูแมน ฯลฯ และในแต่ละสัปดาห์ก็มีภารกิจโชว์ตัวไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 3 วัน เสียงหนึ่งจากแบทแมน คลองถม ทิ้งท้ายกับเราว่า

“เราไม่จำเป็นต้องมีพลังเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ แต่ขอให้เรามีความกล้าที่จะทำความดีในแบบของเราเอง ครั้งหนึ่งผมก็ไม่คิดว่าจะมีคนอยากแต่งเป็นซูเปอร์ฮีโร่ออกมาทำความดี แต่พอผมเริ่มต้นคนที่มีใจรักในสิ่งเดียวก็พร้อมใจกันออกมาร่วมทำความดีกับเรา”