ฉัตรชัย ตั้งจิตตรง สนุกกับธุรกิจบนโลกดิจิตอล

  • วันที่ 05 ก.ค. 2555 เวลา 08:54 น.

ฉัตรชัย ตั้งจิตตรง สนุกกับธุรกิจบนโลกดิจิตอล

โดย...วราภรณ์

โลกทุกวันนี้ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือประมาณ 24 ล้านคนต่อเดือน ทำให้การกระจายตัวของดิจิตอล มาร์เก็ตติงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดธุรกิจที่หลากหลายบนสมาร์ตโฟน หนึ่งในนั้นคือ บริษัทดิจิตอลบิซิเนสของนักบริหารหัวคิดทันสมัย ฉัตรชัย ตั้งจิตตรง ซีอีโอดิจิตอลบิซิเนส แห่งบริษัท ดรีมเบส อินเตอร์แอ็คทีฟ ที่ปรึกษาด้านไอทีและการวางแผนการตลาดด้านเทคโนโลยี ให้กับบริษัทชั้นนำหลากหลายบริษัท อาทิ เอชทีซี เซ็นทรัล มาร์เก็ตติง ฯลฯ ฉัตรชัยเป็นคนรุ่นใหม่ที่เห็นความสำคัญของสื่อไอที ด้วยเพราะเขาทำงานด้านสื่อโฆษณาดิจิตอลบนเว็บไซต์ ซึ่งเทรนด์นี้กำลังได้รับความนิยม ยุคนี้บริษัทไหนที่ทำงานด้านไลฟ์สไตล์ของคน หากไม่มีโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือ ถือว่าเชย!

จากประสบการณ์การทำงานด้านการตลาดให้ค่ายดีแทค เขาออกมาตั้งบริษัทให้คำปรึกษาด้านตลาดของไอที เพราะฉัตรชัยได้แนวความคิดมาจากเมื่อครั้งศึกษาจบปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านอินเตอร์แอ็กทีฟ เทเลคอมมูนิเคชัน ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และทำงานด้านไอทีที่นิวยอร์ก 2 ปี ที่นั่นหล่อหลอมให้เขามีแนวความคิดในการทำธุรกิจบนโลกดิจิตอลที่เป็นไปได้

“ผมเรียนจบปริญญาโท ปี 2001 ซึ่งในสมัยนั้นสื่อดิจิตอล เว็บไซต์กำลังได้รับความนิยมมาก เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ พอเรียนจบผมได้ทำงานเกี่ยวกับเว็บไซต์ ที่บริษัทเอเยนซีประชาสัมพันธ์ที่นิวยอร์ก ซึ่งเพิ่งแยกแผนกไอทีออกมา เพราะเขาเห็นเทรนด์ด้านนี้กำลังมา จากพนักงานที่แผนกมีเพียง 4 คน ผ่านไป 2 ปี พนักงานเพิ่มเป็น 20 คน ในแผนกผมทำหน้าที่กึ่งโปรแกรมเมอร์กับครีเอทีฟไปด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งผมเรียนสถาปัตยกรรมที่สอนเรื่องการออกแบบตึกให้สวยงามและใช้ได้จริง ทำให้ผมได้ฝึกสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวา เมืองนิวยอร์กที่ไปอยู่ก็เป็นเมืองแห่งแสงสี ทำให้ผมได้ต่อเติมความคิดมากมาย ที่เอ็นวายยู ด้านฟิล์มสกูล โด่งดังมาก มีคนดังๆ ไปเรียนต่อที่นี่เยอะ โรงเรียนมีรากฐานมาจากครีเอทีฟ ผมไปเรียนศิลปะค่อนข้างเยอะ ผมเห็นอะไรแปลกใหม่ นิวยอร์กเป็นเมืองแห่งแฟชั่น ผมได้นำส่วนนี้มาปรับใช้กับการทำงานของผมได้มากมาย พอทำงานที่ดีแทคได้เรียนรู้จากนายที่เก่งมาก ซึ่งสมัยนั้นคนยังไม่ใช้โมบายอินเทอร์เน็ตเลย ผมก็ไปช่วยคิดเกี่ยวกับโมบายอินเทอร์เน็ต จากความรู้ที่เรียนมา นายก็สอนมุมมองด้านธุรกิจให้เราเยอะมาก ถึงจุดหนึ่งผมอยากลองทำบริษัทของตัวเอง ซึ่งตอนนั้นตลาดยังแคบมากเกี่ยวกับโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือ ประกอบกับผมดูเทรนด์ตลาดทางฝั่งเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งคนไทยยังตามเกาหลี ตอนนั้นเกาหลีมี 3จี ใหม่ๆ และบูมมากที่นั้น ผมคิดว่าสักพักคงมาเมืองไทย ผมก็อยากเตรียมตัวทำธุรกิจเพื่อรองรับ ซึ่งลูกค้ายุคเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีเว็บไซต์ ทำไมต้องมีโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือ”

ในวงการการทำเว็บไซต์และผลิตงานโฆษณาบนโลกดิจิตอลปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง ผู้ทำธุรกิจด้านนี้จึงจำเป็นต้องสร้างความแตกต่าง สิ่งที่ทำให้บริษัทของฉัตรชัยแตกต่างจากเอเยนซีรายอื่นๆ คือ เขาเน้นดิจิตอล ซีอาร์เอ็ม หรือคัสตอมเมอร์ รีเลชันชิป แมนเนจเมนต์ คือการรักษาฐานลูกค้า ด้วยการใช้ระบบดิจิตอลมาเก็บฐานข้อมูลของลูกค้า ซึ่งต่อไปในอนาคตข้อมูลลูกค้าจะมีมูลค่ามาก เพราะสามารถใช้ไปต่อยอดในธุรกิจอื่นๆ ได้ ฐานลูกค้าจึงเป็นข้อมูลที่แพงซื้อขายกันในตลาดด้วยมูลค่ามหาศาล หากบริษัทต่างๆ มีระบบเก็บฐานข้อมูลลูกค้าที่ดีก็จะได้เปรียบในอนาคต

“ฐานข้อมูลลูกค้ามีประโยชน์ ทั้งเราสามารถติดต่อกับลูกค้าของเราได้เองแล้ว หรือในกรณีมีคู่ค้าด้านธุรกิจและอยากทำการตลาดร่วมกันฐานข้อมูลเหล่านี้มีมูลค่ามาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อ 7 ปีก่อนค่อนข้างใหม่มาก สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากบริษัทที่ทำเว็บไซต์อื่นๆ คือ เราทั้งให้คำปรึกษา ช่วยคิดในการทำเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้า เราจะมีการนั่งสัมภาษณ์ลูกค้า ว่าอยากทำเว็บไซต์เพราะอะไร สมมติลูกค้าบางคนอยากทำแอพพลิเคชันไอโฟน 4 พอถามกลับว่าทำไมถึงอยากมี ก็ตอบไม่ได้ ดังนั้นก่อนทำเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชันให้ลูกค้าเราจะทำการรีเสิร์ชให้ลูกค้า แล้วก็เพิ่มลูกเล่นที่จำเป็นลงบนเว็บไซต์ให้ลูกค้าด้วย เวลามีอะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับแบรนด์ เช่น เราชอบแบรนด์นี้ แบรนด์ แอพพลิเคชันที่ฉลาดจะพุชข้อมูลมาเลยว่า ตอนนี้แบรนด์ที่เราชอบกำลังลดอยู่ที่ห้างนี้ เราทำงานแบบช่วยคิดต่อยอดด้านการตลาดให้ลูกค้าไปเรื่อยๆ นอกเหนือจากนั้นเรามีซอฟต์แวร์ที่เราพัฒนาเอง เรามีดีไซเนอร์ออกแบบเว็บไซต์ออกมาแล้วรูปร่างหน้าตาจะเป็นอย่างไร ซึ่งการทำบริษัทเป็นที่ปรึกษาด้านไอที ต้องมีอะไรที่แตกต่างจากตลาด แล้วเราจะเหนือกว่าคู่แข่ง”

บริษัทก้าวสู่ปีที่ 8 แล้ว ซึ่งได้รับเสียงตอบรับดีแบบก้าวกระโดด อาจเป็นเพราะมาในช่วงเวลาที่พอเหมาะกับเว็บไซต์ยอดฮิตอย่างไฮไฟ เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ได้รับความนิยมพอดี จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้โลกแห่งเทคโนโลยีล้ำหน้าและนิยมแพร่หลาย

“สิ่งที่ทำให้บริษัทเราโตเร็ว มีส่วนจากแอปเปิลที่พัฒนาสมาร์ตโฟน ทำให้อินเทอร์เน็ตอยู่ใกล้ตัวลูกค้าและผู้ใช้มากขึ้น และการเปิดเว็บไซต์บนสมาร์ตโฟนทำได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ปัจจุบันมีคนใช้ไอโฟน 2.5 ล้านคน นอกจากนั้นก็เป็นโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รองลงมา ประกอบกับแอพพลิเคชัน เช่น เฟซบุ๊ก ก็ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคน ช่วยต่อยอดการตลาดบนเฟซบุ๊กกับทวิตเตอร์ขึ้นมาได้ ยุคนี้หากบริษัทไหนไม่มีเว็บไซต์ด้านการตลาดและการโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือว่าเอาต์มากๆ ถึงแม้ฟรีทีวียังได้รับความนิยมอยู่ก็ตาม แต่การซื้อสื่อโฆษณาบนทีวีแต่ละช่วงเวลาแพงมากเมื่อเทียบกับโฆษณาบนเว็บไซต์ ที่สามารถเปิดชมได้ทางโทรศัพท์มือถือไม่ว่าผู้บริโภคจะอยู่มุมไหนของโลกก็ตาม ที่สำคัญราคาการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ถูกกว่าเยอะมาก บางชิ้นโฆษณาที่ทำผ่านระบบออนไลน์มีคนเปิดดูบนยูทูบจากทั่วโลกนับ 30 ล้านกว่าวิว ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จมากในแง่ของการโฆษณาและประชาสัมพันธ์”

อย่างไรก็ดี ซีอีโอแห่งบริษัท ดรีมเบส อินเตอร์แอ็คทีฟ เลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับการทำงาน การใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ที่เลือกในสิ่งที่ดีและเหมาะสมที่สุด ได้แก่ “สมาร์ตโฟน” ของเอชทีซี “เอชทีซี ลำโพง” ใช้ในการประชุมและฟังเพลง “ไอแพด” ใช้พรีเซนต์งานให้ลูกค้า “แมคบุ๊ก แอร์” ใช้ทำงานและท่องเว็บขณะเดินทางไปต่างประเทศ และของเล่น “เฮลิคอปเตอร์” ขนาดจิ๋ว ใช้เล่นกับลูกสาวตัวน้อย

“แกดเจ็ตชิ้นที่สำคัญกับชีวิตของผมมากที่สุด คือ โทรศัพท์มือถือเอชทีซี เพราะผมสามารถเช็กอาร์ตเวิร์ก ส่งอาร์ตเวิร์กให้ลูกค้าเช็กได้เลย เวลาทำงานแค่หาสัญญาณอินเทอร์เน็ตไวไฟก็สามารถทำงานได้แล้ว ขณะขับรถมีเมลเข้ามาก็จอดรถในที่ปลอดภัยและเช็กเมลได้เลย ซึ่งสะดวกมาก ที่เครื่องนี้ถูกใจเพราะมีหน้าจอใหญ่มองดูตัวหนังสือและสีสันได้ชัด ผมสามารถเปิดเว็บไซต์ของ ywired.com เพื่ออัพเดตเทรนด์ใหม่ๆ ของโลกได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยผมอัพเดตเทรนด์ได้เร็วขึ้น”

 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ