‘ยานยนต์ไฟฟ้า’ อนาคตที่วิ่งใกล้เข้ามาแล้ว

  • วันที่ 16 มิ.ย. 2561 เวลา 12:33 น.

‘ยานยนต์ไฟฟ้า’ อนาคตที่วิ่งใกล้เข้ามาแล้ว

โดย ชุติมา

“อนาคตอันใกล้ไม่เกิน 5 ปีจากนี้ไป ยานยนต์ไฟฟ้าจะเหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป คาดว่ามีอัตราการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการที่ช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจเป็นเจ้าของ”

ดร.ยศพงษ์ ลออนวล กล่าวถึงเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ที่ในเร็ววันนี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle หมายถึง ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว (Plug-in Hybrid EV-PHEV) หรือยานยนต์ที่อาศัยเครื่องยนต์มาใช้ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle-HEV) รวมทั้งยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียวแต่เก็บพลังงานในแบตเตอรี่จากภายนอก (Hybrid Electric Vehicle-HEV) และการอัดประจุไฟฟ้าจากภายนอก หรือการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell EV-FCEV)

รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid EV-PHEV) ซึ่งจากสถิติปัจจุบันประเทศไทย มีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าประเภทดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นคัน และคาดว่าจะมีมากขึ้นในระยะ 5 ปีต่อจากนี้

สิ่งที่ยังเป็นช่องว่าง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคอย่างผู้ใช้รถใช้ถนน ผู้ประกอบการ นักลงทุน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ คือองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งงานเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ให้ความสนใจในความก้าวหน้าของนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า คือ Electric Vehicle Asia 2018, iEVTech2018 จัดขึ้นโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 6-9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ครั้งแรกของไทยที่นำเอาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าจากผู้พัฒนาและผู้ผลิตจากแบรนด์ชั้นนำมารวบรวมไว้ จัดแสดงอย่างครบวงจร ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ และหัวข้อสัมมนาที่จะเชื่อมโยงในทุกเรื่องราวเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า ต่อยอดการสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ การอนุรักษ์พลังงานและการยกระดับชุมชนเมืองให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้ (Smart City) และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นอี-โมบิลิตี้ (E-mobility) ได้อย่างสมบูรณ์ โดยจัดคู่ขนานไปกับงานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติด้านพลังงานทดแทน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและยานยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน (ASEAN Sustainable Energy Week 2018 หรือ ASE 2018)

งานนี้จัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้ามากมาย เช่น กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย มาร่วมจัดแสดงในงานนำเสนอแนวคิดแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ที่พัฒนาโดยฮอนด้า พร้อมด้วยจักรยานยนต์ไฟฟ้า พีซีเอ็กซ์ อิเล็กทริก รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เอ็มซี เบต้า และพาหนะส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ ยูนิ-คับ (UNI-CUB) ที่พัฒนามาจากการค้นคว้าและวิจัยหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ของฮอนด้าอาซิโม สามารถเคลื่อนที่ได้รอบทิศทางอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งเดินหน้า ถอยหลัง ด้านข้าง และแนวทแยงเพียงโน้มน้ำหนักตัวไปในทิศทางที่ต้องการ ที่สำคัญยังมีรูปทรงกะทัดรัดตอบโจทย์ผู้คนในโลกของอนาคตสำหรับการใช้งานภายในอาคาร เช่น สำนักงานและห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

Honda MC-B รถพลังงานไฟฟ้าทางเลือกใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาภายใต้แนวคิด “การเป็นรถไฟฟ้าขนาดไมโครสำหรับการเดินทางระยะสั้นในเมืองใหญ่” มีน้ำหนักตัวถังเพียงแค่ 400 กก. ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ขนาด 15 กิโลวัตต์หรือ 20 แรงม้า โครงสร้างตัวถังมีลักษณะคล้ายกับมอเตอร์ไซค์ รองรับที่นั่งเดียว มีความยาวตัวถังเพียง 2.5 เมตร และกว้าง 1.3 เมตร สำหรับ MC-B ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 70 กม./ชม. ระยะทางขับเคลื่อนทำได้ไกลกว่า 80 กม.

ไฮไลต์เรียกความสนใจ Honda PCX Electric เคยเปิดตัวที่งานโตเกียวมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ประจำปี 2017 (Tokyo Motor Show 2017) และพร้อมให้คนไทยหรือสิงห์มอเตอร์ไซค์ได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิด โดย PCX Electric รุ่นนี้ปรับเปลี่ยนระบบสายพานแบบมอเตอร์ไซค์ปกติมาเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งผลให้รถมอเตอร์ไซค์อัจฉริยะคันนี้ คือนวัตกรรมมอเตอร์ไซค์คันแรกของฮอนด้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% มีมลพิษเป็นศูนย์ ไร้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ระบบแบตเตอรี่ ทางฮอนด้าได้พัฒนาระบบแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์คันนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยเรียกแบตเตอรี่เทคโนโลยีนี้ด้วยชื่อว่า “Honda Mobile Power Pack” ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจำนวน 2 ก้อนที่จัดเก็บไว้ด้านในตัวเครื่อง ความพิเศษของแบตเตอรี่แนวคิดใหม่อันนี้ก็คือ การดีไซน์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้พร้อมใช้งานในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะ ด้วยฟังก์ชั่นในการถอดแบตเตอรี่ออกมาชาร์จด้านนอกได้ สามารถสับเปลี่ยนก้อนได้ง่าย รวมถึงรองรับการเสียบชาร์จโดยตรงเข้าสู่ตัวมอเตอร์ไซค์ได้อีกด้วย ที่สำคัญตัวแบตเตอรี่ยังใช้ได้กับ MC-B และรถไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ที่จะพัฒนามาในอนาคตได้อีกด้วย

รถสามล้อพลังงานไฟฟ้าจากแบรนด์ K-Lion รถไฟฟ้าอีกคันที่ขับขี่ง่าย รูปทรงสวยงาม เหมาะกับการนำไปจ่ายตลาดได้อย่างลงตัว ขณะที่บูธจากญี่ปุ่นได้นำเอา Scooter หลากหลายดีไซน์มานำเสนอ พร้อมกับทดลองขับขี่ในพื้นที่จำกัดได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมกันนี้ยังมีจักรยานไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดมาจัดแสดง ตอบโจทย์เมืองอัจฉริยะในอนาคตได้อย่างสมส่วน

สำหรับมิติใหม่ของรถสามล้อสัญชาติไทยอย่างตุ๊กตุ๊ก ได้ถูกนำมาพัฒนาใหม่ในรูปแบบของยานยนต์ไฟฟ้าจากผู้ผลิตชั้นนำ ทั้งจากแบรนด์ Leabon New Energy และ Electric Tuk Tuk จากภาครัฐ ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ซึ่งจะช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศและเสียง สามารถใช้ได้ทั้งรับส่งผู้โดยสาร รับส่งกลุ่มลูกค้าจากโรงแรม และอื่นๆ อีกมากมาย ถือเป็นก้าวใหม่ของตุ๊กตุ๊กไทยกับยานยนต์ไฟฟ้าที่ต่างชาติจะต้องประทับใจ

ไม่เพียงแต่ยานยนต์ไฟฟ้า สิ่งที่ใครหลายๆ คนกังวลคือสถานีชาร์จ โดยภายในงานได้มีการนำเสนอโมบายแอพพลิเคชั่น Pumpcharge ที่สามารถค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้าได้อย่างคล่องตัว ซึ่งภายในแอพชี้แจงถึงข้อมูลอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการชาร์จไฟฟ้า สถานะของเครื่องชาร์จไฟฟ้า และการชำระเงินภายในแอพเดียว ที่สำคัญรองรับทั้งรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ รถบัสที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน

ภาพของรถยนต์ที่เติมน้ำมันกำลังจะหมดไป โดยมีพลังงานรูปแบบใหม่อย่างพลังงานไฟฟ้าเข้ามาทดแทน สิ่งที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านอย่างมนุษย์ นอกจากการพัฒนาคือการปรับตัวให้เท่าทัน ฉะนั้นยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ข่าวอื่นๆ