
ญี่ปุ่นครบเครื่อง
สัปดาห์ที่แล้ว ผมลืมบอกไปว่า จาก Haruka Silence Resort จะเดินทางมายังเกาะไข่มุกของมิกิโมโตะ
สัปดาห์ที่แล้ว ผมลืมบอกไปว่า จาก Haruka Silence Resort จะเดินทางมายังเกาะไข่มุกของมิกิโมโตะ
ที่ตั้งอยู่ริมทะเลของเมืองโทบะ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดมิเอะนั้น จะใช้เส้นทางสายหนึ่งที่เลาะเลียบภูเขาและริมฝั่งทะเล เป็นเส้นทางที่มีชื่อเสียงเส้นหนึ่งของจังหวัดมิเอะ เรียกว่า Pearl Road เข้าใจว่าคงจะตั้งให้สอดรับกับเกาะไข่มุกและธุรกิจของมิกิโมโตะที่สร้างชื่อให้กับแถบโทบะนี้ แต่กว่าจะได้ชื่นชมความงามของจุดชมวิวบนจุดสูงสุดของถนนไข่มุก ก็ต้องขับรถคดเคี้ยวเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ใครที่อ่อนไหวกับทางโค้งหักศอก อาจจะไม่ค่อยปลื้มนัก เพราะต้องเจอกันหลายโค้ง ดีไม่ดีพานจะอ้วกเอา แต่ถ้าฝ่าเส้นทางขึ้นมาได้แล้ว วิวอันงดงามของทะเลแถบนี้ก็คุ้มค่าสมความลำบากครับ
พอเรามาถึงที่เกาะไข่มุกของมิกิโมโตะ คุณโนโบรุ ชิบะฮาระ (Shibahara Noboru) ก็มารอรับอยู่แล้ว ที่น่าสนใจก็คือเขาขึ้นธงชาติไทยไว้คอยต้อนรับพวกเราด้วย สิ่งนี้เป็นการสร้างความประทับใจให้กับคนไทยหรือคนชาติไหนๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะทำให้เรารู้สึกว่าเขาให้เกียรติ ทั้งๆ ที่เขาไม่จำเป็นต้องทำ หรือไม่ทำก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร แต่เพียงแค่เรื่องง่ายๆ อย่างการชักธงชาติของเราขึ้นเสา มันทำให้เราเกิดความรู้สึกดีกับเขาขึ้นมาทันที การให้เกียรติเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สำคัญของชาวญี่ปุ่น หลายต่อหลายครั้งที่ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมกิจการหลากหลายในประเทศนี้ สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือการให้เกียรติ ในอันที่จริงเราต่างหากที่ไปขอรบกวนเวลาอันมีค่าของเขา แต่เขากับให้เกียรติเรามาก และมากเสียยิ่งกว่าที่เราปฏิบัติกับเขาเสียอีก เพราะมีบางครั้งที่ไปขอชมกิจการของเขา เขาก็เตรียมพร้อมต้อนรับขับสู้อย่างแข็งขัน แต่พอเราไปถึง เรากลับอ่อนปวกเปียกไปไม่ตรงเวลาบ้าง ฟังไปหลับไปบ้าง เวลาเดินดูก็วิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ได้ฟังสิ่งที่เขาพยายามอธิบายบ้าง หนักข้อยิ่งกว่านั้น ไปตำหนิติติงว่ามาแล้วไม่เห็นมีอะไรเสียเวลาเปล่าๆ ก็ยังเคยมี ในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งเคยได้รับโอกาสและได้รับเกียรติอย่างสม่ำเสมอจากชาวญี่ปุ่น อยากรบกวนทุกท่านที่ไปขอเยี่ยมชมกิจการของเขา ให้ไปด้วยความสนใจจริงๆ ไม่ใช่ไปเพราะหาเรื่องเที่ยวแล้วเอาเรื่องดูงานมาบังหน้า ถ้าเป็นบริษัทเอกชนจะใช้งบของบริษัทก็ยังพอทำใจได้ แต่หน่วยงานของรัฐที่ตั้งเรื่องไปดูงานโดยใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน (รวมถึงของผมด้วย) โปรดช่วยกรุณาสนใจหรือทำเป็นสนใจอย่างจริงจังด้วยเถิดครับ ถ้าท่านไม่รักษาเกียรติของหน่วยงานท่าน อย่างน้อยก็ช่วยรักษาเกียรติภูมิของชาติไทยไว้บ้างเถอะครับ
คุณโนโบรุพาเราไปทานอาหารกลางวันก่อน ที่นี่มีร้านอาหารไว้บริการลูกค้าด้วยครับ เพราะที่เกาะไข่มุกนี้มีกิจกรรมให้ชมกันหลายอย่าง แต่ที่เป็นไฮไลต์เลยก็คือ การสาธิตการงมหอยมุกโดยสุภาพสตรีที่เรียกว่า อามะ (Ama) แปลแบบตรงๆ จากภาษาญี่ปุ่นเป็นไทยว่า ผู้หญิงทะเล ฟังห้วนๆ แต่ชัดเจนที่สุดแล้วครับ บรรดาอามะที่มาสาธิตให้เราชมนั้นจะนั่งเรือมาแล้วก็โดดตู้มลงทะเลไปพร้อมกับถังไม้ใบใหญ่เพื่อที่เวลางมหอยมุกหรือสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้แล้วก็จะใส่ไว้ในถังไม้นี้ ในขณะเดียวกันผมคิดว่าคงเป็นเครื่องทุ่นแรงเวลาดำน้ำขึ้นมาแล้วจะได้มีที่เกาะพักเหนื่อยได้ด้วย ชุดที่อามะสวมใส่ก็เป็นชุดขาวแบบดั้งเดิม เวลาดำก็ดำลงไปทั้งชุดนั้น ไม่มีแว่น ไม่มีเครื่องช่วยหายใจ และไม่มีตีนกบ อาศัยเลือดเนื้อและร่างกายบวกกับความชำนาญล้วนๆ เลยครับ แต่เพราะเป็นแค่การสาธิต แต่ละรอบเขาก็จะดำอยู่แค่ประมาณ 10
นาทีเท่านั้น บางท่านอาจจะรู้สึกว่าทำไมใช้เวลาน้อยจัง อันนี้พิธีกรของเรา คุณเป็ก สามารถให้คำตอบได้เป็นอย่างดี เพราะคุณเป็กแกอาสาจะลงไปงมกับอามะด้วย คุณเป็กเคยเรียนดำน้ำมา และมีประสบการณ์ดำน้ำแบบติดถังมาแล้วหลายครั้ง จึงมีความมั่นใจว่าทำได้ไม่ยาก จึงขอติดตามอามะไปงมหอยให้รู้จริง พอโดดลงน้ำเท่านั้นแหละครับ ไอ้วิชาที่เรียนมาทั้งหมดมันเอามาใช้แทบไม่ได้เลย เพราะน้ำมันเย็น อุณหภูมิของน้ำในวันนั้น 13 องศาเซลเซียส ในขณะที่อุณหภูมิพื้นผิวอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียส เสื้อผ้าที่ใส่ลงไปก็เป็นแค่เสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงมวยปักคำว่า “สู้ไม่ถอย” เท่านั้น คุณเป็กบอกกับผมตอนกลับขึ้นฝั่งมาแล้วว่า มันทำอะไรไม่ถูกจริงๆ เพราะหนาวมาก อย่าว่าแต่ดำเลยครับ แค่ว่ายน้ำประคองตัวก็แทบแย่แล้ว กว่าจะปรับสภาพได้ก็เกือบหมดสภาพ ถ้าไม่เพราะเคยลั่นวาจาว่า “สู้ไม่ถอย” คงขอยอมยกธงขาวไปแล้ว
ต้องยอมรับว่าคนธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ ไม่สามารถงมหอยมุกได้แน่ๆ แต่อามะเขาทำได้ครับ ดูอย่างที่นี่วันหนึ่งเขาสาธิตการงมหอยมุกให้ชมตั้งหลายรอบ ไม่มีชุดดำน้ำที่กระชับและป้องกันความเย็น มีแต่ชุดขาวแบบดั้งเดิม มันน่าทึ่งจนทำให้เราสนใจอยากขอสัมภาษณ์และพูดคุยกับพวกเขา ติดแต่ว่าอามะเหล่านี้มีสัญญาทำงานกับมิกิโมโตะเฉพาะการงมหอยเท่านั้น จึงไม่สามารถขอให้เขาทำอะไรนอกเหนือไปจากงานที่ตกลงกันไว้ได้ แต่เราก็ไม่ยังไม่ยอมแพ้ สืบเสาะจนได้ข้อมูลว่า ถ้าอยากไปพูดคุยกับอามะตัวจริงเสียงจริงละก็ เขามีพิพิธภัณฑ์และกระท่อมของอามะที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ เราจึงวางแผนที่จะไปหลังจากเสร็จงานที่เกาะไข่มุกแล้ว แต่ตอนนี้กลับไปดูสิ่งที่น่าสนใจในเกาะกันต่อดีกว่า
แน่นอนครับ สิ่งที่น่าสนใจในเกาะไข่มุกย่อมต้องเป็นไข่มุก ใครอยากรู้ว่าไข่มุกมีที่มาอย่างไร ไข่มุกแท้กับไข่มุกเลี้ยงเหมือนหรือต่างกันตรงไหน ไข่มุกเลี้ยงมีกรรมวิธีในการเลี้ยงอย่างไร ไข่มุกเลี้ยงกับไข่มุกเทียมมีข้อแตกต่างที่ไหนบ้าง เขามีบอกไว้หมด รวมถึงคุณลักษณ์เด่นของไข่มุกที่จะเป็นตัวจำแนกคุณภาพและสร้างความต่างของราคา เอาไว้สัปดาห์หน้าผมค่อยมาแจกแจงรายละเอียดให้ฟังก็แล้วกันครับ







