
อีซีบีลั่นคงดอกเบี้ย1.25%
ตามคาดอีซีบีไม่ขยับดอกเบี้ย คงไว้ที่อัตรา 1.25% กูรูเศรษฐกิจคาด เงินเฟ้อกดดันอีซีบีขึ้นดอกภายใน มิ.ย-ก.ค.
ตามคาดอีซีบีไม่ขยับดอกเบี้ย คงไว้ที่อัตรา 1.25% กูรูเศรษฐกิจคาด เงินเฟ้อกดดันอีซีบีขึ้นดอกภายใน มิ.ย-ก.ค.
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.25% ตามคาด หลังจากปรับดอกเบี้ยเงินกู้ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือน เม.ย. เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อและนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ค.
มติดังกล่าวเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์หลายคนที่เห็นพ้องว่า อีซีบีจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วง 1 เดือนข้างหน้านี้อย่างแน่นอน เนื่องจากเกรงว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลต่อภาระหนี้ของโปรตุเกส ซึ่งเป็นชาติยุโรปประเทศที่ 3 ต่อจากกรีซและไอร์แลนด์ ที่เผชิญกับวิกฤตหนี้จนต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เป็นจํานวนกว่า 7.8 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 3.48 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อที่ดีดตัวสูงขึ้น จะกดดันให้อีซีบีต้องปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยภายในเดือน มิ.ย. หรือ ก.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างพากันจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ประธานอีซีบีจะส่งสัญญาณใดๆ ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้หรือไม่ แต่ทว่าจนถึงขณะนี้บรรดานักเศรษฐศาสตร์ยังคงเสียงแตกในประเด็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะปรับตัวขึ้นไปอยู่ในระดับใด แต่มีการคาดการณ์ว่าเพดานดอกเบี้ยจะอยู่ระหว่าง 1.752%
ทั้งนี้ จากการประเมินของอียูล่าสุด คาดว่าดัชนีเงินเฟ้อจะแตะระดับ 2.8% โดยปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้น ซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะทวีความกดดันให้อีซีบีต้องขับเพิ่มดอกเบี้ย แม้ว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะทำให้สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้น และสร้างความยากลำบากให้กับประเทศผู้ส่งออกในกลุ่มยูโรโซน
ในวันเดียวกันอียูและไอเอ็มเอฟได้เปิดเผยเงื่อนไขการเข้าขอรับความช่วยเหลือทางการเงินของโปรตุเกส โดยเงื่อนไขดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการปฏิรูปกฎหมายปกป้องตลาดแรงงานของโปรตุเกส รวมทั้งการปรับลดปริมาณผลตอบแทนและช่วงเวลาในการรับสิทธิประโยชน์ของผู้ว่างงานด้วย







