
ครบรอบ 1 เดือน วิกฤติญี่ปุ่น ยกเทียบชั้น 'เชอร์โนบิล'
วิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา
วิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา
ชาวญี่ปุ่นได้ร่วมรําลึกครบรอบ 1 เดือน เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิถล่มญี่ปุ่น
ล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจยกระดับความรุนแรงของกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ เป็นระดับสูงสุดตามที่มาตรฐานสากลกำหนด จากเดิมที่ระดับ 5 มาอยู่ที่ระดับ 7 เทียบเท่ากับเหตุการณ์โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลในยูเครน
บรรดานักวิเคราะห์ต่างเริ่มปรับท่าที โดยมองว่าวิกฤตการณ์ในครั้งนี้จะมีผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของแดนซามูไรเกินกว่าที่ประเมินกันไว้ก่อนหน้า
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังเตือนว่าญี่ปุ่นต้องโปร่งใสต่อการแก้ปัญหาวิกฤตนิวเคลียร์หลังเกิดการรั่วไหลและสร้างความวิตกกังวลไปทั่วโลก โดยญี่ปุ่นจะต้องเปิดกว้างทั้งในด้านข้อมูลและจัดการกับปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
‘มูบารัก’ ถึงคราวตกอับ
ถึงคราวที่ผู้นำตกอับของแท้อีกครั้ง เมื่อไม่มีใครคาดคิดว่าอดีตประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก ของอียิปต์ พร้อมบุตรชาย 2 คน จะถูกควบคุมตัวจากบ้านตากอากาศหรูในชาร์มเอลเชก ตามคำสั่งของอัยการ เป็นเวลา 15 วันแล้ว เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ในข้อหาเกี่ยวกับการออกคำสั่งสังหารกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงและยักยอกฉ้อโกงเงินของรัฐบาล ด้านมูบารักปฏิเสธไม่เคยโกง อ้างโดนการเมืองเล่นงาน
ขณะที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกได้ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือหลายประเทศ ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในช่วงไม่นานมานี้
‘บริกส์’ เตือนศก.โลกเสี่ยง เหตุโภคภัณฑ์ผันผวน
เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ประเทศจีน ได้มีการประชุมกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ บริกส์ อันประกอบไปด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ โดยที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินของโลก และสนับสนุนให้ใช้สกุลเงินทางเลือกอื่นนอกเหนือจากเงินเหรียญสหรัฐเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ บริกส์ เตือนว่า ความผันผวนอย่างหนักของราคาสินค้าโภคภัณฑ์เป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก พร้อมยังแสดงความวิตกต่อกระแสทุนที่อาจทะลักเข้าประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วย
ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ได้คาดการณ์ขยายตัวเศรษฐกิจโลกปีนี้ไว้ที่ 4.4% พร้อมทั้งเตือนว่าเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และวิกฤตโลกอาหรับจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก
จีนเงินเฟ้อกระฉูด หยุดไม่อยู่
เงินเฟ้อจีนยังแรงต่อเนื่องและเป็นปัญหาใหญ่ต่อเศรษฐกิจจีน โดยล่าสุดดัชนีเงินเฟ้อจีนประจำเดือน มี.ค. พุ่งกระฉูดแตะ 5.4% เป็นระดับสูงสุดในรอบ 32 เดือน ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงร้อนแรง แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการชะลอการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยมีการคาดกันว่ารัฐบาลกรุงปักกิ่งจะต้องออกมาตรการควบคุม และขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามมาอีกหลายระลอกเพื่อควบคุมความร้อนแรงของเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันก็เตือนว่าการใช้มาตรการเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจจีนนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกไปด้วย
ทั้งนี้ ปัจจุบันทั่วโลกกําลังเผชิญหน้ากับปัญหาเงินเฟ้ออย่างหนัก ตั้งแต่ยุโรปจนถึงอินเดีย ล่าสุด สหภาพยุโรปเปิดเผย ดัชนีเงินเฟ้อพุ่งขึ้น 2.7% แล้ว จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.6% และมากกว่าเดือน ก.พ. ที่ 2.4% กลายเป็นปัญหาท้าทายใหม่ของยุโรปที่พยายามเร่งแก้ปัญหาเงินเฟ้อ
ส่วนที่อินเดียก็กำลังเจอกับปัญหาเดียวกัน และดูเหมือนว่ารัฐบาลกรุงนิวเดลีจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ด้วย
สำหรับโปรตุเกส ชาติล่าสุดในยุโรปที่ขอรับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เตรียมเปิดการเจรจาเพื่อหาเงินทุนราว 4.2 หมื่นล้านยูโร เพื่อนำมาชำระหนี้พันธบัตรที่ครบกำหนดรอบแรก โดยคาดว่าท้ายที่สุดแล้วอาจจะต้องใช้เงินถึง 8 หมื่นล้านยูโร







