
ญี่ปุ่นสกัดรังสีปนเปื้อนทะเลสำเร็จ
เตือนพลเมืองยังเสี่ยงระเบิดอีกอุตสาหกรรมเริ่มกระทบหนักหลังมูดี้ส์ขู่หั่นเครดิตโตโยต้า
เตือนพลเมืองยังเสี่ยงระเบิดอีกอุตสาหกรรมเริ่มกระทบหนักหลังมูดี้ส์ขู่หั่นเครดิตโตโยต้า
เทปโคแจ้งข่าวดี อุดรูรั่วต้นตอที่ทำให้น้ำเปื้อนรังสีเข้มข้นไหลลงสู่ทะเลได้สำเร็จ เตรียมเดินแผนกู้วิกฤตขั้นต่อไป
บริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เทปโค) ยืนยันว่าประสบความสำเร็จในการหยุดยั้งการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มแล้วเมื่อวันที่ 6 เม.ย. หลังตรวจพบรอยรั่วที่บ่อกักเก็บน้ำใช้แล้วใกล้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2
ทั้งนี้ เทปโค เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5เม.ย.ทางบริษัทได้ลองฉีด “โซเดียมซิลิเกต” ลงไปในรอยแตกที่มีความยาวประมาณ 20 ซม. และเป็นจุดที่คาดว่าเป็นต้นตอให้น้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีระดับเข้มข้นกว่าปกติถึง 1,000 เท่ารั่วและไหลลงสู่ทะเล ซึ่งปรากฏว่าสามารถอุดรูรั่วได้สำเร็จหลังล้มเหลวมาหลายวิธี ทั้งการเทคอนกรีต ใช้โพลีเมอร์ผสมขี้เถ้าและหนังสือพิมพ์
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข่าวดีในรอบหลายวัน แต่เจ้าหน้าที่ยังกังวลต่อการสะสมของก๊าซไฮโดรเจนในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 1 ซึ่งอาจเกิดการระเบิดหากทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจน
ล่าสุดเทปโคประกาศว่าจะเริ่มอัดฉีดก๊าซไนโตรเจน ก๊าซเฉื่อยที่มีอยู่มากที่สุด ในชั้นบรรยากาศเข้าไปในอาคารครอบเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 ซึ่งมีการสะสมของไฮโดรเจนในปริมาณมากโดยหวังว่าจะแทนที่ออกซิเจน โดยสถานีโทรทัศน์เอ็นทีวี รายงานว่า ปฏิบัติ การดังกล่าวจะเริ่มขึ้นอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 6 เม.ย.
ส่วนความคืบหน้าในการระบายน้ำปนเปื้อนรังสีจำนวน 1.15 หมื่นตัน ลงสู่ทะเลยังคงดำเนินต่อไป โดยโฆษกสำนักความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ ระบุว่า เทปโคได้ระบายน้ำออกไปแล้ว 1.04 หมื่นตัน
นอกจากนี้ ในวันเดียวกันมีรายงานว่า มูดี้ส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง เตือนอาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของโตโยต้า มอเตอร์ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของโลก เนื่องจากสถานะทางการเงินและผลประกอบการของโตโยต้าอาจย่ำแย่ลง จากหายนะทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงของญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และกดดันให้สายการผลิตของโตโยต้าและค่ายรถยนต์อื่นๆ ต้องหยุดชะงัก
ด้านซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เทปโคได้ทยอยจ่ายค่าชดเชยก้อนแรกให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการฟุ้งกระจายของกัมมันตรังสี โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ของเทปโคระบุว่าจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งเพื่อมอบให้กับชุมชน 10 แห่งที่ตั้งอยู่รอบโรงไฟฟ้าแล้ว แต่ทว่าในจำนวนนี้มีอยู่ 1 เมืองที่ไม่รับเงินชดเชย
ทาโมดซึ ยายา เทศบาลเมืองนามี ซึ่งเป็นเมืองที่ตัดสินใจไม่รับเงินช่วยเหลือดังกล่าว ระบุว่า เงินที่เทปโคมอบให้นั้นไม่เพียงพอสำหรับสิ่งที่ชาวเมืองต้องสูญเสีย ทั้งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และรายได้
อย่างไรก็ตาม แม้เทปโคจะยืนยันว่า เงินก้อนนี้ เป็นเพียงก้อนแรกและยินดีจะจ่ายค่าชดเชยให้อีกหลังจากที่มีการประเมินความเสียหายแล้ว แต่เทปโคไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าได้มอบเงินให้กับแต่ละชุมชนเป็นจำนวนเงินเท่าใด
ด้านคูไซ นิกิชิ ผู้จัดการทั่วไปของชุมชนนามี กล่าวว่า เทปโคมอบเงินชดเชยให้ชุมชนละ 20 ล้านเยน (ราว 7 ล้านบาท) ซึ่งหากนำมาเฉลี่ยกับจำนวนประชากรในเมืองนามีราว 2 หมื่นคน เท่ากับว่าจะได้รับเงินชดเชยรายละ 1,023 เยน (ราว 361 บาท) เท่านั้น







