
ญี่ปุ่นยอมเทน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีลงทะเล
รัฐบาลญี่ปุ่น ไฟเขียวให้เทปโคทิ้งน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีหมื่นตันลงทะเล อ้างเพื่อหยุดการรั่วไหล เล็งปล่อยอีก1,500 ตัน จากเตาหมายเลข5 และ6 ยันไม่กระทบอาหารทะเล
รัฐบาลญี่ปุ่น ไฟเขียวให้เทปโคทิ้งน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีหมื่นตันลงทะเล อ้างเพื่อหยุดการรั่วไหล เล็งปล่อยอีก1,500 ตัน จากเตาหมายเลข5 และ6 ยันไม่กระทบอาหารทะเล
รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติให้บริษัท การไฟฟ้าโตเกียว หรือเทปโค ปล่อยน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี 10,000 ตัน จากเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิคแล้ว ซึ่งน้ำเหล่านั้น มีระดับการปนเปื้อนสูงกว่าที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดไว้ถึง 100 เท่า โดยนาย ยูกิโอะ เอดาโน กล่าวว่า ถือเป็นความจำเป็นที่จะต้องปล่อยทิ้งน้ำเหล่านี้ออกไป และเป็นขั้นตอนที่เลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อเก็บกักน้ำที่ปนเปื้อนสูงกว่า
“เพื่อที่จะหยุดการรั่วไหลของน้ำที่ปนเปื้อนในระดับอันตรายลงสู่ทะเล เราจำเป็นต้องปล่อยน้ำส่วนหนึ่งที่อยู่บริเวณภายนอกอาคารของเตาหมายเลข 2 ซึ่งโชคไม่ดีนักที่น้ำเหล่านี้ก็ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีเช่นกัน แต่ทว่าอยู่ในระดับที่ต่ำ ” เอดาโน กล่าว นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังจะปล่อยน้ำอีก 1,500 ตัน จากเตาหมายเลข 5 และ 6 ด้วย
นาย เอดาโน ยืนยันด้วยว่า น้ำที่ปล่อยลงสู่ทะเลเหล่านี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่ออาหารทะเลในพื้นที่
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นได้โรยผงเกลือสีขาวลงสู่น้ำที่ปนเปื้อนในระดับสูง เพื่อสังเกตดูว่าน้ำเหล่านี้ไหลลงสู่ทะเลหรือไม่ หลังจากที่ความพยายามที่จะอุดรอยแตกขนาด 8 นิ้ว นั้น ไม่เป็นผลไม่ว่าจะใช้โพลิเมอร์ ผสมขี้เลื่อย ผสมเศษกระดาษหนังสือพิมพ์ และคอนกรีต
ล่าสุด จากการตรวจสอบ ไม่พบว่าผงสีขาวได้ไหลลงสู่ท้องทะเลแต่อย่างใด โดยทางด้าน นายฮิเดฮิโกะ นิชิยามา โฆษกสำนักงานความปลอดภัยอุตสาหกรรม และนิวเคลียร์ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานว่าผงสีขาวเหล่านั้นได้ไหลลงสู่ทะเล ซึ่งทิศทางการไหลนั้นอาจจะไปยังเส้นทางอื่น
ทางด้าน นาย วิลเลียม เบอร์เนตต์ จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา กล่าวว่า การปล่อยน้ำปนเปื้อนในปริมาณมหาศาลในครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อชีวิตสัตว์ทะเล หรือประชาชน แต่ทว่าสำหรับสัตว์ทะเลที่อยู่ในบริเวณใกล้กับโรงปฏิกรณ์นั้น อาจจะเกิดการกลายพันธ์ของพันธุกรรมได้ ถ้าหากญี่ปุ่นเลือกที่จะปล่อยทิ้งน้ำเหล่านั้นไปเรื่อยๆ เป็นเวลานาน
ด้าน เคน บูเซเลอร์ จากสถาบันสมุทรศาสตร์ในแมตซาชูเสตส์ของสหรัฐ กล่าวว่า จากการอ่านค่าระดับไอโอดีน และซีเซียม ที่บริเวณนอกชายฝั่งไกลออกไปมากกว่ารัศมี 30 กิโลเมตร จากโรงปฏิกรณ์นั้น พบว่าระดับการปนเปื้อนต่ำกว่ากว่า 1,000 เท่า จากเมื่อเทียบกับภายในระยะรัศมี 30 กิโลเมตรจากโรงปฏิกรณ์
นาย เคน ยืนยันด้วยว่า อาจจะมีการตรวจพบการปนเปื้อนในอาหารทะเล แต่ทว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งการทำประมงในระยะรัศมี 30 กิโลเมตร จากโรงปฏิกรณ์นั้นทีคำสั่งห้ามไว้อยู่แล้ว
ทางด้าน จุคคา ลาคสัน ประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์แห่งยุโรปตะวันตก ชาวฟินแลนด์ กล่าวว่า ตามปกติในทะเลก็มีการสารกัมมันตรังสีอยู่แล้ว ซึ่งในน้ำทะเลปกติ 1 กิโลคิวบิคนั้น จะมีสารกัมมันตรังสีมากกว่าที่ญี่ปุ่นได้ปล่อยทิ้งเสียอีก
“การปล่อยน้ำทิ้งของญี่ปุ่นจะไม่ทำให้ระดับสารกัมมันตรังสีในทะเลโดยรวมเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด” ลาคสัน กล่าว
ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมของสำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (ไอเออีเอ) ที่กรุงเวียนนานั้น ผู้แทนจากญี่ปุ่นได้ยืนยันว่า ญี่ปุ่นไม่มีแผนการขยายโซนอพยเพิ่มจากเดิมที่ 20 กิโลเมตรรอบโรงปฏิกรณ์
“สำหรับในขณะนี้ เรายังไม่มีแผนที่จะทำเช่นนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเราจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย” โคอิชิโร นากามูระ รองผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยอุตสาหกรรม และนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นกล่าวต่อที่ประชุม







