posttoday
ศก.เอเชียสะเทือนหนัก สังหารหมู่ลิเบียดันน้ำมัน หุ้นร่วง

ศก.เอเชียสะเทือนหนัก สังหารหมู่ลิเบียดันน้ำมัน หุ้นร่วง

23 กุมภาพันธ์ 2554

เอเชียสั่นคลอน ทั้งราคาน้ำมัน และตลาดหุ้นป่วน หวั่นการจลาจลและการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ในประเทศลิเบียบานปลาย ไร้เงาข้อยุติ

เอเชียสั่นคลอน ทั้งราคาน้ำมัน และตลาดหุ้นป่วน หวั่นการจลาจลและการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ในประเทศลิเบียบานปลาย ไร้เงาข้อยุติ

 

ศก.เอเชียสะเทือนหนัก สังหารหมู่ลิเบียดันน้ำมัน หุ้นร่วง

ตลาดหุ้นในเอเชียดิ่ง เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงและความไม่แน่นอนในลิเบีย และประเทศอื่นๆ ในโลกอาหรับ ความกังวลดังกล่าวผลักให้ตลาดหุ้นโตเกียวร่วงลงกว่า 192.83 จุด อยู่ที่ 10,661.70 จุด เช่นเดียวกับหุ้นคอสปิของเกาหลีใต้ร่วงลง 1.7% และดัชนีฮั่งเส็งดิ่งลง 2.1%

ด้านราคาน้ำมันดิบงวดส่งมอบเดือน มี.ค. ในตลาดสิงคโปร์เมื่อวันอังคารที่ 22 ก.พ. พุ่งขึ้น 7.34 เหรียญสหรัฐ แตะที่ 93.54 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ งวดส่งมอบเดือน เม.ย. ขึ้นไปอยู่ที่ 107 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ด้านนายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่น ถึงกับต้องเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเป็นการด่วน เพื่อหารือเรื่องราคาน้ำมันที่ทำลายสถิติพุ่งสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ท่ามกลางความรุนแรงในตะวันออกกลาง

“ญี่ปุ่นพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเกือบทั้งหมด ผมกังวลกับแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น” นายกฯ คังกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น

ขณะที่ทาง บันริ คาอิเอะดะ รัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเผยว่า ความเสี่ยงสูงสุดที่จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นคือ ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นซื้อน้ำมันดิบราว 30% ของปริมาณความต้องการน้ำมันดิบในประเทศจากประเทศซาอุดีอาระเบีย และ 25% จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไม่ได้สั่งซื้อน้ำมันจากลิเบียมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ความกังวลนี้เกิดขึ้นจากการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ

นอกจากนี้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการที่หน่วยความมั่นคงภายใต้การปกครองของประธานาธิบดี โมฮัมมาร์ กัดดาฟี ในการสลายการชุมนุมในลิเบีย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงทางการทูตของลิเบียในหลายประเทศเอเชีย รวมทั้งออสเตรเลีย จีน อินเดีย และมาเลเซียสะบั้นสัมพันธ์กับผู้นำ ด้วยการประณามการเข่นฆ่าประชาชนและประกาศลาออก

“การลาออกของผมเป็นผลเนื่องมาจากความรุนแรงต่อต้านประชาชนในประเทศ เมื่อวานนี้ ี้ีีพวกเขาได้ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดทำลายประชาชนผู้ประท้วงอย่างสันติ นี่คือเป็นสิ่งที่รับไม่ได้” อาลี อัลเอสซาวี ทูตลิเบียประจำอินเดียกล่าว

เอสซาวียังเรียกร้องประชาคมโลกและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ซึ่งจะมีการประชุมในเรื่องดังกล่าวที่กรุงนิวยอร์ก เพื่อบังคับใช้กฎพื้นที่ห้ามบิน (NoFly Zone) ในลิเบีย เหมือนกับที่เคยบังคับใช้กับยุคผู้นำจอมเผด็จการซัดดัม ฮุสเซน เมื่อปี 1991 ในช่วงหลังสงครามอ่าวเปอร์เซีย

“ประชาคมโลกต้องเข้าแทรกแซงเพื่อปกป้องชาวลิเบีย” เอสซาวี กล่าว

เช่นเดียวกับที่สถานทูตอื่นๆ ในเอเชีย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทางการทูตของลิเบียในมาเลเซียที่ประณามว่า การกระทำดังกล่าวเป็น “การสังหารหมู่” กลุ่มต่อต้านรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีชาวลิเบียกว่า 200 คน ที่อาศัยอยู่ในมาเลเซียออกมารวมตัวประท้วงที่หน้าสถานทูตลิเบียในกรุงกัวลาลัมเปอร์ด้วย

กลุ่มผู้ประท้วงดังกล่าวเผารูปผู้นำลิเบีย และร้องตะโกนว่า “กัดดาฟี จบเกมแล้ว” หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ออกมาเปิดประตู และอนุญาตให้ผู้ประท้วงเข้าไปยังด้านใน

กลุ่มนักการทูตระดับสูงที่ลาออก ยังรวมถึงอับเดล มูนีม อัลฮอนี ตัวแทนถาวรของลิเบียในกลุ่มสันนิบาตอาหรับ ก็ร่วมลาออกพร้อมประกาศจะร่วมปฏิวัติเปลี่ยนแปลงประเทศ

การกระทำที่เกิดขึ้นสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงต่อประชาคมโลก โดยหลายองค์กรเริ่มนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือแล้ว โดยล่าสุดกลุ่มสันนิบาตอาหรับ องค์กรระดับภูมิภาคของประเทศอาหรับ ซึ่งมีตัวแทนถาวรจาก 22 ประเทศสมาชิก เข้าประชุมร่วมกันในเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 22.00 น. ของวันอังคารที่ 22 ก.พ. ตามเวลาในประเทศไทย หลังจากที่ที่ประชุมยูเอ็นเอสซีประกาศนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมด่วน

ก่อนหน้านี้ บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเบเวอร์ลี ฮิลล์ แคลิฟอร์เนีย ว่า การสลายการชุมนุมดังกล่าวถือเป็น “การละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง”

เช่นเดียวกับองค์การการประชุมอิสลาม ซึ่งเป็นองค์กรมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกแถลงการณ์ประณามการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเช่นกัน โดยระบุว่า “การใช้กำลังเกินกว่าเหตุ” พร้อมเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและเปิดการเจรจาอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้สถานีโทรทัศน์ของลิเบียออกมาปฏิเสธว่า การรายงานข่าวที่ระบุว่า รัฐบาลลิเบียสังหารประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่ “โกหก” ไม่เป็นความจริง

“พวกเขาระบุว่า มีการสังหารหมู่ในหลายเมือง เราต้องต่อสู้ เพื่อต่อต้านข่าวลือและเรื่องโกหกดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามจิตวิทยา ข้อมูลเหล่านี้ที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อทำลายขวัญ ทำลายเสถียรภาพและความมั่นคง

ขณะที่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ก.พ. มีการแพร่ภาพผู้นำลิเบียปรากฏตัวทางโทรทัศน์ และปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า กัดดาฟีได้หนีออกนอกประเทศ โดยภาพที่ปรากฏเป็นภาพของกัดดาฟีกำลังถือร่มยืนออกมาจากรถ บริเวณที่พัก และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนต้องการที่จะไปพูดคุยกับประชาชนที่ให้การสนับสนุน ซึ่งรวมตัวกันอยู่ที่บริเวณกรีนสแควร์ แต่ฝนเกิดตกลงมาเสียก่อน

“ฉันอยู่ตรงนี้เพื่อที่แสดงให้ทุกคนเห็นว่า ผมได้อยู่ในตริโปลี และไม่ได้อยู่ในเวเนซุเอลา อย่าเชื่อสถานีที่เป็นสุนัขนำทางอย่างผิดๆ” กัดดาฟีกล่าวอ้างถึงรายงานของสื่อที่ระบุว่า ผู้นำลิเบียหนีออกนอกประเทศแล้ว

คลิปภาพดังกล่าวมีความยาวน้อยกว่า 1 นาที ถือเป็นเรื่องค่อนข้างผิดปกติสำหรับกัดดาฟี ที่ปกติแล้วมักจะพูดเรื่อยเปื่อยเป็นเวลานานหลายชั่วโมง

ด้านทางกลุ่มทหารที่สนับสนุนกัดดาฟีขับรถซึ่งติดตั้งเครื่องขยายเสียงไปทั่วเมืองตริโปลี และประกาศให้ประชาชนงดออกจากบ้าน

ความตึงเครียดและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นส่งผลให้แต่ละประเทศกำลังเร่งอพยพพลเมืองของตนออกจากประเทศลิเบีย รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งมีแรงงานอยู่ในลิเบียราว 2.5 หมื่นคน

รัฐมนตรีกลาโหมของอิตาลีแถลงว่า ทางการอิตาลี ประกาศว่า ได้ส่งเครื่องบิน C130 ไปยังเมืองเบงกาซี เพื่ออพยพพลเมืองอิตาลีราว 100 คนออกจากเมืองดังกล่าว ซึ่งถือเป็นพื้นที่ปะทะรุนแรงและหนักสุด รวมทั้งหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ เยอรมนี ฟิลิปปินส์ และจีน ก็ได้เตือนไม่ให้พลเมืองของตนเดินทางไปยังลิเบียถ้าไม่จำเป็น หรือทยอยอพยพพลเมืองของประเทศตนออกจากลิเบียแล้ว แนะให้เดินทางออกนอกประเทศ

เช่นเดียวกับบริษัทต่างชาติ และบริษัทขุดเจาะน้ำมันอีนิของอิตาลี รอยัล ดัทช์ เชลล์ และบีพี ได้อพยพพนักงานและครอบครัวออกจากพื้นที่แล้ว

แต่ทว่า มีรายงานระบุว่า สนามบินในเมืองเบงกาซีถูกทำลาย และไม่สามารถนำเครื่องลงจอดได้ เหลือแต่เพียงรันเวย์ของสนามบินในเมืองตริโปลีเท่านั้นที่ยังคงใช้การได้

ด้าน หม่าจ้าวซู โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า ชาวจีนบางรายได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางความไม่สงบในประเทศ อีกทั้งธุรกิจหลายแห่งในลิเบียได้รับความเสียหาย

ทางกระทรวงการต่างประเทศจีนแสดงความหวังว่าลิเบียจะสามารถฟื้นความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ พร้อมเรียกร้องให้มีการสืบสวนการโจมตีผลประโยชน์ของจีนในลิเบีย และนำผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก