
ทรัมป์-สี จิ้นผิง บรรลุข้อตกลงจีน-สหรัฐลดภาษี 3 หมื่นล้านดอลลาร์
จีนและสหรัฐเห็นพ้องลดภาษีสินค้ามูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อฝ่าย พร้อมตั้งเวทีหารือ AI และช่องทางรับมือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
จีนและสหรัฐบรรลุข้อตกลงลดภาษีสินค้ามูลค่ารวม 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และเปิดการหารือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังการเยือนกรุงวอชิงตันของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 25 กันยายน
ทำเนียบขาวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องแนวทางให้สิทธิด้านภาษีที่เอื้อต่อการค้าสินค้าที่ไม่อยู่ในกลุ่มอ่อนไหว มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในแต่ละทิศทาง โดยครอบคลุมสินค้าส่งออกของสหรัฐ เช่น สินค้าเกษตร ไม้ และเครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าที่สหรัฐนำเข้าจากจีน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ของเล่น และสินค้าตกแต่ง
การประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้เวลา 3 วัน โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่ประกาศข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่ แต่เน้นการรักษาความสัมพันธ์และลดความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ ขณะที่สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สี จิ้นผิงเดินทางกลับถึงกรุงปักกิ่งแล้ว
จีนระบุเพิ่มเติมว่า ทั้งสองประเทศตกลงจัดตั้ง สภาด้านการค้า และเดินหน้าผลการหารือก่อนหน้านี้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจีนและสหรัฐตกลงขยายระยะเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จากกำหนดเดิมที่กำลังจะสิ้นสุดวันที่ 10 พฤศจิกายน เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาหารือข้อตกลงการค้าที่ครอบคลุมมากขึ้น
เปิดเวทีหารือ AI-ตั้งช่องทางรับมือเหตุฉุกเฉิน
นอกจากการค้า จีนและสหรัฐยังเห็นพ้องเปิดเวทีหารือเกี่ยวกับ ความเสี่ยงและประโยชน์ของ AI โดยกำหนดการหารือรอบถัดไปในเดือนพฤศจิกายน พร้อมจัดตั้งช่องทางสื่อสารโดยตรงสำหรับรับมือเหตุการณ์หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ AI
ทำเนียบขาวระบุว่า ผู้นำทั้งสองประเทศตกลงใช้คำว่า “Super Intelligence” แทนคำว่า “Artificial Intelligence” ในกรอบการหารือ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนให้ความสำคัญกับการที่สหรัฐเลือกใช้คำดังกล่าว และเห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรเพิ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างความเข้าใจร่วมกันให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเทคโนโลยี
ทั้งสองประเทศยังตกลงสนับสนุนกันในการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเอเปกและการประชุมสุดยอด G20 โดยผู้นำของแต่ละประเทศมีแผนเข้าร่วมการประชุมที่อีกฝ่ายเป็นเจ้าภาพ
ด้านนโยบายต่างประเทศ ผู้นำจีนและสหรัฐเห็นพ้องว่า อิหร่านต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมระบุว่าไม่ควรมีประเทศหรือองค์กรใดเรียกเก็บค่าผ่านทางจากการเดินเรือในเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ







