
อิหร่านประกาศโจมตีบริษัทพลังงานสหรัฐฯ ทั่วอ่าว หากโดนถล่มอีก
อิหร่านเตือนสหรัฐฯ หากโจมตีเป้าหมายอีก จะตอบโต้โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและก๊าซทั่วอ่าว ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดต่ำสุดรอบหลายเดือน
อิหร่านเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาคอ่าว รวมถึงธุรกิจน้ำมันและก๊าซของสหรัฐฯ อยู่ในความเสี่ยง หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของอิหร่านเพิ่มเติม
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า หากสหรัฐฯ โจมตีทรัพย์สินของอิหร่าน อิหร่านก็จะตอบโต้ โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันต่อเรือในช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งที่ดำเนินมานานกว่า 6 เดือนจะยกระดับขึ้นอีก ขณะที่ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าทางการทูตที่จะนำไปสู่การยุติความขัดแย้งและฟื้นการขนส่งพลังงานผ่านอ่าวให้กลับสู่ภาวะปกติ
ฮอร์มุซเสี่ยงถูกจำกัดการเดินเรือ
อิหร่านเพิ่มข้อจำกัดการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันและก๊าซโลก นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
โมห์เซน เรซาอี เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอิหร่าน ระบุว่า เตหะรานเตรียมประกาศเขตจำกัดการเดินเรือแห่งใหม่ในอ่าว และเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือที่เข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวจะถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรของอิหร่าน
ด้านกาลิบาฟ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ย้ำว่า ห่วงโซ่การผลิตน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคมีขนาดใหญ่ เข้าถึงได้ง่าย และมีความเปราะบาง ขณะที่บริษัทพลังงานของสหรัฐฯ ที่ดำเนินธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าวก็เผชิญความเสี่ยงเช่นเดียวกัน
โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน กระทบการขนส่ง
เมื่อวันเสาร์ กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 3 ลำ รวมถึงเรือใกล้เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ข้อมูลการเดินเรือระบุว่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยเพียง 10 ลำต่อวัน ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม สะท้อนผลกระทบที่รุนแรงต่อการขนส่งพลังงาน
อิสราเอลถล่มเลบานอน เพิ่มความเสี่ยงสงครามขยายวง
สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้นหลังอิสราเอลโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน ถือเป็นหนึ่งในวันที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดจากการโจมตีในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
การโจมตีเพิ่มความวิตกว่าการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง แม้ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่เดือนมิถุนายน
ขณะเดียวกัน มาตรการคว่ำบาตรและความพยายามสกัดการส่งออกน้ำมันของสหรัฐฯ กำลังกดดันเศรษฐกิจอิหร่านอย่างหนัก โดยปัญหาภายในประเทศทั้งเงินเฟ้อ การว่างงาน ค่าเงินผันผวน และความไม่แน่นอนของตลาดเพิ่มขึ้น
ผลกระทบยังลามไปถึงประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าว โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ กำลังเร่งสร้างเส้นทางส่งออกพลังงานและการค้าใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากสงคราม
ด้านสหรัฐฯ เองกำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มภาระต่อเศรษฐกิจและกระทบความนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน







