
ดินถล่มน้ำท่วมชายแดนเนปาล-ทิเบตดับ 157 สูญหายหลายร้อย
ดินถล่มขนาดใหญ่กีดขวางแม่น้ำก่อนเกิดน้ำท่วมฉับพลันในเนปาล มีผู้เสียชีวิตแล้ว 157 ราย สูญหายกว่า 400 คน เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้ประสบภัย
เกิดภัยพิบัติรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตของจีน หลังดินและหินขนาดใหญ่ถล่มลงแม่น้ำเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในพื้นที่ของเนปาล บ้านเรือน ถนน และโครงสร้างพื้นฐานเสียหายเป็นวงกว้าง
ตำรวจเนปาลระบุว่า พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 157 ราย ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวประเมินว่า นักท่องเที่ยวกว่า 400 คนสูญหาย ในจำนวนนี้ราว 340 คนเป็นชาวต่างชาติ โดยเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญสู่ไกรลาส-มานสโรวาร์ในทิเบต ซึ่งมีผู้แสวงบุญเดินทางมาเป็นจำนวนมากในช่วงเวลานี้ของปี
ทางการจีนรายงานว่า ในเขตจีหลงของทิเบต มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และสูญหาย 265 คน ขณะที่เกาหลีใต้ระบุว่า พลเมือง 8 คนที่ทำงานในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูญหาย
เจ้าหน้าที่เนปาลระบุเบื้องต้นว่า แผ่นดินไหวอาจเป็นปัจจัยทำให้ธารน้ำแข็งส่วนล่างพังถล่ม ก่อนก่อให้เกิดน้ำหลาก ขณะที่ศูนย์วิจัยธรณีศาสตร์เยอรมนีตรวจพบแผ่นดินไหวขนาด 4.4 ประมาณ 7 นาทีก่อนเกิดเหตุในภาพจากกล้องวงจรปิด
ภาพจากพื้นที่เผยให้เห็นกระแสน้ำที่พัดพาดิน หิน รถยนต์ และสิ่งปลูกสร้างจนเสียหายอย่างหนัก หลายหมู่บ้านถูกน้ำและโคลนกลืนหาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงผู้รอดชีวิตและค้นหาผู้สูญหาย ท่ามกลางอุปสรรคจากถนนและสะพานที่ถูกตัดขาด
ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมเบื้องต้นชี้ว่า ดินถล่มของน้ำแข็งและหินอาจทำให้เกิดน้ำหลากที่เต็มไปด้วยเศษซากในแม่น้ำเลนเด ห่างจากด่านชายแดนราซูวากาธีของเนปาลราว 20 กิโลเมตร
ฝั่งทิเบต เหตุดินถล่มยังส่งผลกระทบต่อท่าเรือชายแดนจีหลง ทำให้ถนน ระบบสื่อสาร และระบบไฟฟ้าเสียหาย ขณะที่เส้นทางเข้าสู่ด่านชายแดนถูกทำลายจนเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถติดต่อพื้นที่ได้
สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลต่ออินเดีย ซึ่งมีการออกประกาศเตือนน้ำท่วมในรัฐอุตตรประเทศและพิหาร โดยทางการพิหารอพยพประชาชนแล้วราว 5,000 คน และเตรียมอพยพเพิ่มเติมอีก 10,000-12,000 คนจากพื้นที่เสี่ยง







