
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก ยีลด์ลดหนุนแรงซื้อหุ้น ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเล็กน้อย หลังยีลด์พันธบัตรลดหนุนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ Moderna พุ่งเกือบ 177% ดันหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ขณะราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับลดลง ช่วยให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่หุ้น Moderna พุ่งแรงจากผลการทดลองวัคซีนมะเร็ง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น
ดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 119.65 จุด หรือ 0.22% ปิดที่ 53,463.05 จุด
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 16.22 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 7,707.98 จุด
และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 41.38 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 26,331.09 จุด
นักลงทุนแทบไม่ตอบสนองต่อรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดือนกรกฎาคม ซึ่งสะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยผู้กำหนดนโยบาย “หลายราย” พร้อมสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อไม่ชะลอลงสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด
อย่างไรก็ตาม หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เมื่อวันอังคาร ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีและ 10 ปีต่างปรับลดลงในวันพุธ หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเพื่อเสริมสภาพคล่องเป็น 2 เท่า
ความกังวลเกี่ยวกับหนี้รัฐบาลสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเงินเฟ้อที่สูงขึ้นได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษในช่วงก่อนหน้านี้ แต่นักลงทุนมองว่ามาตรการของกระทรวงการคลังช่วยลดแรงกดดันในตลาด
นักวิเคราะห์ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจกระทบต่อการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากระดมทุนทั้งผ่านการออกหุ้นและตราสารหนี้ รวมถึงใช้เงินสดของบริษัทลงทุนก่อสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับการเติบโตของ AI
Moderna พุ่งเกือบ 177% ดันหุ้นเฮลท์แคร์
หุ้น Moderna พุ่งเกือบ 177% ทำสถิติปรับขึ้นในวันเดียวสูงสุดของบริษัท หลังประกาศว่าวัคซีนมะเร็งชนิด mRNA แบบเฉพาะบุคคล ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Merck สามารถลดความเสี่ยงการกลับมาเป็นซ้ำและการแพร่กระจายของมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาในการทดลองระยะสุดท้าย
หุ้น Merck พุ่ง 12.6% เป็นหุ้นที่ปรับขึ้นมากที่สุดในดัชนี Dow Jones และติดอันดับ 3 ของหุ้นที่ปรับขึ้นสูงสุดใน S&P 500
แรงซื้อ Moderna ยังส่งต่อไปยังหุ้นบริษัทอื่นในกลุ่มเดียวกัน โดย Novavax ปิดเพิ่มขึ้น 10.8% ขณะที่หุ้น BioNTech ที่จดทะเบียนซื้อขายในสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 22%
ดัชนีหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ใน S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 3.5% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025
ราคาน้ำมัน-ทองคำพุ่งจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นและปิดที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 สัปดาห์ หลังนักลงทุนกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกาศระงับธุรกรรมทางการเงินและเศรษฐกิจกับอิหร่าน ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงชะลอตัว
ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 91.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 85.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 3% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนครึ่ง หลังการประกาศมาตรการเสริมสภาพคล่องของกระทรวงการคลังสหรัฐ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์ลดลง
ราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 3.6% มาอยู่ที่ 4,487.91 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังระหว่างวันขึ้นไปแตะ 4,499.20 ดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ ปิดเพิ่มขึ้น 2.8% ที่ 4,545.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์







