
ถอดกลยุทธ์ “Streaming First” เปลี่ยนผ่าน MONO สู่สมรภูมิออนดีมานด์
MONO ปรับโครงสร้างทรานส์ฟอร์มสู่ Streaming First อย่างเต็มตัว ลดบทบาททีวีดิจิทัลลุยแพลตฟอร์มออนไลน์ ชู 5 เสาหลัก ผลักดันธุรกิจเติบโต ผลงานเทิร์นอะราวด์
KEY
POINTS
- MONO ปรับทิศทางธุรกิจสู่ "Streaming First" อย่างเต็มตัว ลดบทบาททีวีดิจิทัลและมุ่งสร้างฐานสมาชิกบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การรับชมแบบออนดีมานด์
- ขับเคลื่อนองค์กรด้วยโครงสร้าง 5 เสาหลัก Sports Content, Original Content, Growth & Experience , Revenue & Partnership, Platform ดึงดูดและสร้างฐานสมาชิก
- ตั้งเป้าหมายพลิกฟื้นธุรกิจให้กลับมาทำกำไร (Turnaround) มองอนาคตของธุรกิจคอนเทนต์จะอยู่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ไม่ใช่ทีวีดิจิทัลที่พึ่งพารายได้จากโฆษณา
ในยุคที่อุตสาหกรรมสื่อและทีวีดิจิทัลเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญใช่แค่ประเทศไทย แต่เกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลก บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ได้ประกาศทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนในการก้าวสู่การเป็นองค์กร Streaming First อย่างเต็มตัว ยกระดับจากธุรกิจสื่อแบบเดิมสู่การเป็นผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเต็มรูปแบบ
โดยลดบทบาทของทีวีดิจิทัลลงและมุ่งเน้นการสร้างฐานสมาชิกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การรับชมแบบ “ออนดีมานด์” (On-demand) เกือบ 100% ตามการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมมากกว่า 100%
เส้นทางทรานส์ฟอร์มจากผู้นำทีวีดิจิทัลสู่ Streaming First
“นวมินทร์ ประสพเนตร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากประสบการณ์กว่า 20 ปี ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นทำธุรกิจให้บริการเสริม ซึ่งเป็นการนำเสนอคอนเทนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะในยุคที่การสื่อสารผ่าน SMS เป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งมีฐานลูกค้ากว่า 10 ล้านราย
ก่อนจะก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และก้าวเข้าสู่ธุรกิจสื่ออย่างเต็มตัวผ่านการประมูลทีวีดิจิทัล และสร้างชื่อในฐานะผู้นำด้านการนำเข้าภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศผ่านทาง ช่อง MONO 29 ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา MONO ได้ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุค 4G สู่ 5G และจากยุค SMS เข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัล จนกระทั่งปัจจุบันที่กำลังมุ่งหน้าสู่ยุค Streaming First อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “The Next Chapter”
โครงสร้างใหม่ภายใต้ 5 เสาหลัก ขับเคลื่อนการเติบโต
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็น Streaming First ทาง MONO ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยวาง 5 เสาหลักสำคัญในการดำเนินงาน เพื่อตอบโจทย์สมาชิกอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย
1.Sports Content มุ่งเน้นการเป็น “King of Sport” โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ MONO ได้วางตำแหน่งให้แอปพลิเคชัน Monomax เป็นศูนย์กลางของคอนเทนต์กีฬา เน้นการคัดสรรกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงในไทย และนำเสนอคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของแฟนกีฬาแต่ละกลุ่ม ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ Premier League, EURO 2028, World Cup 2026/2030 และ Volleyball World พร้อมต่อยอดจาก Live Match ไปสู่ Highlights, News, Behind-the-Scenes และ Variety Content เพื่อให้แฟนกีฬามีสิ่งที่ติดตามอย่างต่อเนื่องทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการแข่งขัน
2.Original Content เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเติมเต็มความหลากหลาย ผลิตเนื้อหาที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ Mono Original เพื่อสร้างความแตกต่าง แบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มผู้ชาย เน้น Action, Comedy, Thriller กลุ่มผู้หญิง/แฟนวอลเลย์บอล เน้น Romantic Comedy, Drama และซีรีส์ GL กลุ่มครอบครัว คอนเทนต์หลากหลายแนวเพื่อเป็นทางเลือกให้ครอบครัว ตั้งเป้าเป็นผู้ผลิตซีรีส์ Original Content ในจำนวนที่มากที่สุดในประเทศ โดยยึดหลักคุณภาพมาตรฐานสากลเพื่อให้สมาชิกอยู่ใน Ecosystem นานที่สุด
3.Growth & Experience เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีทั้งในจอและนอกจอเพื่อให้ลูกค้าอยู่ในอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ของ MONO ได้นานที่สุด ผ่านกลยุทธ์ “72 ชั่วโมง” ซึ่งเมื่อลูกค้าดูการแข่งขันจบ ภายใน 24-72 ชั่วโมงต่อมา จะต้องมีคอนเทนต์ไฮไลท์ บทวิเคราะห์ภายใน 3 วันหลังจบการแข่งขัน เพื่อดึงดูดให้พวกเขากลับเข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้าง Community ผ่านกิจกรรมอย่าง Watch Party หรือการพาแฟนบอลไปดูการแข่งขันที่อังกฤษ
4.Revenue & Partnership มุ่งเน้นขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพื่อร่วมขับเคลื่อนธุรกิจ เพิ่มช่องทางการเข้าถึง สร้างสิทธิประโยชน์ใหม่ และเปิดโอกาสทางธุรกิจให้สมาชิก พันธมิตร และ MONO เติบโตไปด้วยกัน เนื่องจาก MONO เชื่อว่าไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เพียงลำพัง พันธมิตรจะช่วยนำพาบริการของ Monomax ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
5.Platform ถือเป็น “Backbone” ของธุรกิจ เน้นความเร็วและความเสถียร รองรับการใช้งานพร้อมกันจำนวนมากในช่วงถ่ายทอดสดกีฬา รองรับอุปกรณ์ที่หลากหลายและคอนเทนต์ความละเอียดระดับ 4K รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง AWS เพื่อพัฒนาระบบคลาวด์ให้การรับชมลื่นไหลไม่สะดุด รวมถึงมีการเปิดหน้าเว็บ System Status เพื่อแสดงความโปร่งใสหากเกิดปัญหาทางเทคนิค
“นวมินทร์” มองทิศทางของคนดูทีวีหรือคนชมคอนเทนต์จะเปลี่ยนเป็นออนดีมานด์ (On-demand) น่าจะเกือบ 100% เพราะการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเข้าถึงได้เกิน 100% เรียบร้อยแล้ว การชมคอนเทนต์จะอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก ส่วนทีวีก็คงเป็นบริการสาธารณะ
การขับเคลื่อนสู่ยุค Streaming First ของ MONO ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนช่องทางการนำเสนอ แต่เป็นการปรับกระบวนทัศน์ใหม่ที่นำเอาคอนเทนต์คุณภาพ ประสบการณ์สมาชิก และเทคโนโลยีล้ำสมัยมาผสานกัน เพื่อสร้างอาณาจักรความบันเทิงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
ปรับโครงสร้างองค์กรปูพรมสู่เทิร์นอะราวด์
เพื่อให้ผลการดำเนินงานของ MONO สามารถกลับมาทำกำไร (Turnaround) ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยโฟกัส 5 เสาหลัก ดังกล่าว รวมไปถึงการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลดขนาดองค์กรให้กระชับ ตัดธุรกิจที่ไม่สร้างรายได้ และลดจำนวนพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ทำรายได้
ส่วนผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากมีการถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026/2027 ที่จะเริ่มวันที่ 22 ส.ค.นี้ และมีรายได้เต็มฤดูกาลจากการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกในเวียดนาม
นอกจากนี้ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกีด (มหาชน) หรือ JAS ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก มีแผนขยายความร่วมมือในการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกให้ครอบคลุมอาเซียน ซึ่งมีการเจรจาอยู่ตลอดเวลา
ขยายฐานสมาชิกจากฟรีสู่พรีเมียม
ปัจจุบัน MONO มีฐานผู้ใช้งานรวม 3.5 ล้านราย แบ่งสัดส่วนการให้บริการออกเป็นหลายระดับเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย หลัก ๆ ได้แก่
- กลุ่มเสียค่าสมาชิก แบ่งเป็น Package ดูหนัง/ซีรีส์, Standard Package รับชม 1 อุปกรณ์, Basic Package สำหรับกลุ่มที่เน้นดูวอลเลย์บอล และ Premium Package ที่เริ่มเติบโตในช่วงบอลโลก
- กลุ่มดูฟรี โดย MONO วางแผนจะย้ายกลุ่มนี้ให้กลายเป็น AVOD (Advertising Video on Demand) หรือการดูฟรีโดยมีโฆษณาคั่น เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
กีฬาหัวใจสำคัญสร้างฐานผู้ใช้งาน
คอนเทนต์ “กีฬา” กลายเป็นอาวุธหลักในการดึงดูดสมาชิกใหม่ โดยเฉพาะการใช้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ผ่านความร่วมมือกับ JAS มาเป็นตัวชูโรงในแพ็กเกจรายปี เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เปลี่ยนจากรายเดือนมาเป็นรายปีมากขึ้น
นอกจากนี้ วอลเลย์บอล ที่มียอดสมาชิกทะลุ 150,000 ราย ซึ่งช่วยขยายฐานผู้ใช้งานกลุ่มผู้หญิงให้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่คอนเทนต์พรีเมียมมักมีสัดส่วนผู้ชายสูงถึง 73%
กลยุทธ์สำคัญคือการส่งต่อผู้ชมจากฟรีทีวี (Mono 29) ไปสู่การเป็นสมาชิกบนแอปพลิเคชัน Monomax และการใช้คอนเทนต์กีฬามาช่วยเติมเต็มช่องว่างในช่วงที่ไม่มีรายการหลัก เพื่อรักษาความต่อเนื่องของยอดสมาชิก
อนาคตของทีวีดิจิทัลกลายเป็นบริการสาธารณะ
ในอีก 2 ปีข้างหน้า เมื่อมีการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลใหม่ ในส่วนของ MONO ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ โดยปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจคือ เรื่องของราคาและความคุ้มค่า อย่างไรก็ตาม ทาง MONO ได้มีการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทิศทางในอนาคตไว้แล้ว
โดยมองว่าในอนาคต ทีวีดิจิทัลจะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นเพียงการให้บริการสาธารณะ สำหรับข่าวสารและกิจกรรมสำคัญระดับชาติเท่านั้น ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาในระบบทีวีดั้งเดิมกำลังลดลง ทำให้โมเดลรายได้ต้องเปลี่ยนไปสู่ Subscription และ Pay-per-view มากขึ้น เนื่องจากไม่สามารถนำคอนเทนต์ราคาสูงมาฉายฟรีโดยหวังพึ่งเพียงรายได้โฆษณาได้อีกต่อไป
ส่วนกระแสข่าวช่องทีวีย่านชานเมืองมีแนวโน้มปิดตัวลงนั้น มองว่าไม่น่าจะมีช่องใดปิดตัวลง เนื่องจากทุกช่องได้จ่ายค่าใบอนุญาต (License) ไปครบถ้วนแล้ว และคงต้องประคับประคองสถานการณ์ไปอีก 2-3 ปี จนกว่าจะถึงรอบการประมูลใหม่







