
อิหร่านกร้าวให้สหรัฐยอมรับความพ่ายแพ้ ลั่นคุมช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านยืนยันจะเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซตามคำสั่งตนเองเท่านั้น ลั่นให้สหรัฐยอมแพ้ ขณะที่ทรัมป์เตือนชาวอเมริกันรับราคาน้ำมันแพง ท่ามกลางสงครามที่ยังไร้ทางออก
อิหร่านประกาศจุดยืนแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ (15 ส.ค.) โดยเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันยอมรับความพ่ายแพ้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาอิหร่านว่าเป็น “ประเทศที่ชั่วร้ายอย่างมาก” และเตือนชาวอเมริกันให้เตรียมรับมือกับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อไป จากผลกระทบของสงคราม
ความพยายามเดินหน้าสู่การเจรจาสันติภาพและการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงหยุดชะงัก โดยยังไม่มีสัญญาณว่าคู่ขัดแย้งกำลังขยับเข้าใกล้การยุติสงคราม ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
Kazem Gharibabadi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุผ่าน X ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดหรือปิดได้ก็ต่อเมื่ออิหร่านเป็นผู้สั่งการ พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะเดินหน้าปิดกั้นเส้นทางดังกล่าว จนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับความพ่ายแพ้และเลิก “เพ้อฝัน”
ราคาน้ำมันสหรัฐฯ พุ่ง 29%
Abbas Araqchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ และวอชิงตันต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่การเดินเรือจะกลับมาเป็นปกติ
ด้านทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอเมริกันยอมรับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเล็กน้อย ตราบใดที่สงครามยังดำเนินต่อไป
โดยกล่าวในการปราศรัยที่เมืองการ์เดนซิตี รัฐนิวยอร์ก เมื่อวันศุกร์ว่า การจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น “เล็กน้อย” ถือเป็นต้นทุนที่คุ้มค่า หากช่วยป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาใช้สนับสนุนการทำสงคราม
ทรัมป์ยังกล่าวว่า หลังจากสหรัฐฯ “เอาชนะอิหร่าน” ได้ เขาจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงสงคราม ทรัมป์มีท่าทีสลับไปมาระหว่างการขู่ว่าจะยกระดับความขัดแย้ง กับการส่งสัญญาณว่าข้อตกลงสันติภาพกำลังใกล้เกิดขึ้น
ข้อมูลจาก American Automobile Association ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 4.08 ดอลลาร์ต่อแกลลอน (ประมาณ 135 บาท) เมื่อวันศุกร์ เพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและสร้างความไม่พอใจในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับขึ้นประมาณ 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 33 บาท) เมื่อวันศุกร์ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 6% ในรอบสัปดาห์ ขณะที่ West Texas Intermediate เพิ่มขึ้น 5.4%
อิหร่านเองก็เริ่มรับผลกระทบเศรษฐกิจ
แม้อิหร่านยังแสดงท่าทีแข็งกร้าว แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น
Masoud Pezeshkian ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลจากการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน ทรัมป์และ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ต่างให้คำมั่นว่าจะเพิ่มแรงกดดันทางการเงินต่ออิหร่าน โดย Bessent ระบุว่า สหรัฐฯ จะประกาศมาตรการเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า
เรือบรรทุกน้ำมันยังไม่ผ่านฮอร์มุซ
ข้อมูลจาก Kpler บริษัทติดตามการเดินเรือ ระบุว่า เมื่อวันศุกร์มีเรือเพียง 2 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และไม่พบการขนส่งน้ำมันดิบผ่านเส้นทางดังกล่าว แม้อาจมีเรือบางส่วนที่ปิดระบบระบุตำแหน่งและไม่ปรากฏในข้อมูล แต่จำนวนดังกล่าวถือว่าห่างไกลจากระดับก่อนสงคราม ซึ่งมีเรือผ่านช่องแคบมากกว่า 130 ลำต่อวัน
เรือที่ฝ่าฝืนคำสั่งของอิหร่านและเดินทางผ่านช่องแคบโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเสี่ยงถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรน
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวหาอิหร่านว่าโจมตีเรืออีกลำของ Abu Dhabi National Oil Company (ADNOC) ที่กำลังเดินทางผ่านช่องแคบเมื่อวันศุกร์ หลังจากก่อนหน้านี้มีรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรือของ ADNOC อีก 2 ลำในช่วงค่ำวันพฤหัสบดี
ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าเทกองลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตีบริเวณตัวเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นเหตุการณ์เดียวกับเรือ ADNOC หรือไม่
ข้อตกลงสันติภาพยังไร้ความหวัง
ความพยายามทำข้อตกลงยุติสงครามที่เคยมีความคืบหน้าในเดือนมิถุนายนกำลังล่มสลาย โดย Araqchi กล่าวว่า อิหร่านไม่ได้มีข้อตกลงหยุดยิงที่ต้องการขยายระยะเวลา แต่สิ่งที่เคยเกิดขึ้นคือ “การยุติสงคราม” ก่อนที่จะเข้าสู่สถานการณ์ใหม่
ขณะเดียวกัน การโจมตีของกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมนกลับมาเพิ่มขึ้น สร้างความกังวลว่าสงครามอาจขยายวงไปทั่วภูมิภาค
โดยรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติระบุว่า กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธพิสัยไกล 6 ลูกโจมตีท่าเรือโมคาในทะเลแดงเมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 4 ราย







