
“ชวน” ชี้น้ำไม่ท่วมสนามบิน แต่ท่วมการบินไทย ลั่น กระทบภาพลักษณ์ประเทศ
“ชวน” อภิปรายสภา จี้รัฐบาลหารือการบินไทย ทบทวนงดรับสินค้าคลังสุวรรณภูมิ 1–6 ต.ค. ชี้แก้ปัญหาแบบหนีปัญหา กระทบความเชื่อมั่นประเทศ
KEY
POINTS
- ชวนวิจารณ์การบินไทยระงับรับสินค้าขาเข้าและขาออก ชี้กระทบชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของประเทศ
- เรียกร้องรัฐบาลเร่งหารือฝ่ายบริหารการบินไทย เพื่อทบทวนและยกเลิกคำสั่งก่อนมีผล
- สะท้อนเสียงผู้ประสบภัยลาดกระบัง–บางกะปิ รัฐแจ้งเตือนและรับมือช้า พร้อมจี้เร่งระบายน้ำก่อนเน่าเสีย
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายชวน หลีกภัย สส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี อภิปรายญัตติด่วนเรื่องอุทกภัยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหารือกับฝ่ายบริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อทบทวนประกาศระงับรับสินค้าขาเข้าและขาออก ณ คลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระหว่างวันที่ 1–6 ตุลาคม ซึ่งนายชวนเห็นว่าจะสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของประเทศไทย
นายชวนกล่าวเปรียบเทียบว่า น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้ท่วมสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินดอนเมือง แต่ “ท่วมบริษัท การบินไทย” พร้อมวิจารณ์แนวทางรับมือของบริษัทว่าเป็นการหลีกหนีปัญหา ทั้งที่ควรเร่งหาทางแก้ไขและรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น
“ทราบดีว่าการบินไทยมีปัญหาภายในและเจอปัญหาน้ำท่วมจนส่งผลกระทบต่อพนักงาน แต่การแก้ปัญหาในขณะนี้เป็นวิธีการแก้ปัญหาแบบหนีปัญหา ไม่สู้ปัญหา ไม่รับผิดชอบ” นายชวนกล่าว
นายชวนระบุว่า ประชาชน รวมถึงศิลปินและนักกีฬา ต่างพยายามสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมาโดยตลอด แต่การตัดสินใจระงับรับสินค้าครั้งนี้อาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นและเกียรติยศของประเทศในระดับสากล
นายชวนจึงเรียกร้องผ่านประธานสภาฯ ให้รัฐบาลเร่งพิจารณาเรื่องนี้ร่วมกับฝ่ายบริหารการบินไทย โดยระบุว่า แม้บริษัทจะไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจเต็มตัวแล้ว แต่กระทรวงการคลังยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ รัฐบาลจึงไม่ควรเพิกเฉย และยังมีเวลาทบทวนหรือยกเลิกคำสั่ง เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศ
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม นายชวนกล่าวถึงการลงพื้นที่เขตลาดกระบังและบางกะปิร่วมกับคณะพรรคประชาธิปัตย์ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนตรงกันว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนและรับมือช้า หากดำเนินการเร็วกว่านี้จะช่วยลดความเสียหายได้มาก
นายชวนยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาพื้นที่ที่มีน้ำขัง แม้ฝนหยุดตกแล้ว ก่อนที่น้ำจะเน่าเสียและกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค พร้อมระบุว่า จากการลงพื้นที่พบความช่วยเหลือหลักมาจากมูลนิธิภาคเอกชน เช่น ป่อเต็กตึ๊ง ขณะที่กำลังช่วยเหลือจากส่วนราชการยังมีน้อยมาก







