
หลายปัจจัยกดดันตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ นักลงทุนกังวลตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงหลังยอดค้าปลีกอ่อนแอ ขณะที่ความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซกดดันตลาด ดันราคาน้ำมันพุ่งกว่า 1%
ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดวันศุกร์ (14 ส.ค.) ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนประเมินข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ประกอบกับความกังวลจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
S&P 500 ลดลง 0.17% ปิดที่ 7,785.76 จุด
ขณะที่ Nasdaq ลดลง 0.28% อยู่ที่ 26,729.16 จุด
และ Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.20% ปิดที่ 53,732.41 จุด
แรงกดดันสำคัญมาจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดย Applied Materials ร่วง 5.1% แม้บริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาสถัดไปสูงกว่าที่ตลาดคาด
เนื่องจากนักลงทุนมองว่าราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้สะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว โดยหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปีนี้จากความต้องการอุปกรณ์สำหรับศูนย์ข้อมูล AI
Broadcom ลดลง 5.9% และ Intel ลดลง 2% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับระดับราคาหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งอยู่ในระดับสูง
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมลดลงสวนทางกับการคาดการณ์ หลังเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิถุนายน สะท้อนสัญญาณการชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภค
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเพิ่มแรงกดดันต่อตลาด หลังการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกือบหยุดชะงัก หลังเรืออีก 2 ลำถูกโจมตี ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าสามารถคงมาตรการปิดกั้นทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านได้อย่างไม่มีกำหนด
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวอิหร่านระบุว่าการเจรจาเพื่อสานต่อข้อตกลงยุติสงครามกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้า
ความกังวลดังกล่าวผลักดันหุ้นกลุ่มพลังงานในดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.4% ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
อีกด้านหนึ่ง หุ้น Reddit พุ่งเกือบ 13% หลังได้รับเลือกให้เข้าร่วมดัชนี S&P 500 ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม โดยจะเข้ามาแทน AvalonBay
ตลาดน้ำมันพุ่งกว่า 1%
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลต่อการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าและความล่าช้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับอิหร่าน
น้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 88.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.45 ดอลลาร์ หรือ 1.67%
ขณะที่น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ปิดที่ 82.40 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.42%
ตลอดสัปดาห์ Brent มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 6% และ WTI เพิ่มขึ้น 5.4%
ทองคำได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่า
ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 4,379.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 0.9% ในสัปดาห์นี้ โดยได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ สอดคล้องกับการคาดการณ์ และเพิ่มน้ำหนักต่อแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ปิดเพิ่มขึ้น 0.4% ที่ 4,437.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์







