
กสิกรฯ ชี้ต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 หดตัวน้อยกว่าคาดการณ์เดิม
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเพิ่มคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 สู่ 31.36 ล้านคน รับอานิสงส์ไฮซีซันและอีเวนต์ระดับโลก ท่ามกลางปัจจัยท้าทายจากเศรษฐกิจคู่ค้า
KEY
POINTS
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จะหดตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากมีปัจจัยบวกในช่วงปลายปีจากอีเวนต์ระดับโลกและต้นทุนการเดินทางที่ลดลง
- แม้แนวโน้มจะดีขึ้น แต่ไทยยังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงกับประเทศเพื่อนบ้าน และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในตลาดนักท่องเที่ยวสำคัญอย่างเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย
- รายได้จากการท่องเที่ยวยังคงแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มนักท่องเที่ยวใช้จ่ายสูง (High-Spender) ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 53% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ช่วยพยุงรายได้รวม
ทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 แม้จะยังอยู่ในสภาวะชะลอตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี
ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยสะท้อนภาพรวมตลาดที่ "หดตัวน้อยกว่าที่ประเมินไว้" โดยปัจจัยชี้วัดสำคัญมาจากพลวัตของตลาดต่างประเทศที่ผสมผสานทั้งแรงหนุนระยะสั้นและแรงกดดันเชิงโครงสร้าง
สัญญาณบวกปลายปี: อีเวนต์โลก-ไฮซีซัน หนุนตลาด
แม้ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะหดตัวลง 2.9% (YoY) จากผลกระทบด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีกลับมีแนวโน้มสดใสขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลัก
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลาย: หากการสู้รบในตะวันออกกลางไม่บานปลายจนถึงขั้นปิดน่านฟ้า กลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางจะกลับมาเดินทางตามปกติในช่วงไฮซีซัน
ต้นทุนการเดินทางลดลง: ราคาตั๋วเครื่องบินในหลายเส้นทางเริ่มปรับตัวลดลงจากช่วงต้นปี พร้อมกับการอัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดของสายการบินต่างๆ
อานิสงส์จาก Mega Events: การเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-WBG Annual Meetings 2026 และเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Tomorrowland Thailand รวมถึงเทศกาลปีใหม่ จะเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติ
ปัจจัยกดดัน: การแข่งขันเดือด-เศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัว
แม้จะมีแรงหนุนปลายปี แต่ตลอดทั้งปี 2569 ภาคการท่องเที่ยวไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยเปราะบางที่ทำให้ไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
เสียส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาค: นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยมีอัตราลดลงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่ยังคงมีอัตราการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียที่หันไปเลือกจุดหมายปลายทางอื่นมากขึ้น
พิษเศรษฐกิจกระทบตลาดระยะใกล้:
เกาหลีใต้: ปัญหาตลาดหุ้นกระทบความมั่งคั่ง ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศลดลง 5.9% และกระทบตลาดไทยที่พึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นอันดับ 5
อินโดนีเซีย: ค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง (อ่อนค่ากว่า 7% เมื่อเทียบกับเงินบาท) ทำให้ช่วง 7 เดือนแรกยอดนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียมาไทยร่วงลงถึง 23.2%
เที่ยวบินภูมิภาคหดตัว: แผนเที่ยวบินล่วงหน้า (ส.ค. - พ.ย. 2569) ปรับลดลง 2.1% โดยเฉพาะจากอินเดีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาดเอเชียแปซิฟิก
เทรนด์การใช้จ่าย: เน้นประสบการณ์ คุ้มค่า และกลุ่ม High-Spender
ในด้านเม็ดเงินรายได้ โครงสร้างพฤติกรรมการใช้จ่ายกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปขยับขึ้นมาอยู่ที่ 49,000 บาท (+2%)
กลุ่มนักท่องเที่ยวรายได้ปานกลางเริ่มปรับลดงบประมาณส่วนของฝากและของที่ระลึก และหันมาให้ความสนใจกับ การท่องเที่ยววิถีชุมชน (Community-Based Tourism) ที่มอบประสบการณ์ท้องถิ่นและคุ้มค่ากับงบประมาณ
ที่น่าสนใจคือ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ย (ส่วนใหญ่เป็นตลาดระยะไกลจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง รวมถึงออสเตรเลีย และจีน)
ปัจจุบันขยับสัดส่วนขึ้นมาครองตลาดถึง 53% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ที่มีสัดส่วนเพียง 30% ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยพยุงรายได้รวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้แตะระดับ 1.54 ล้านล้านบาทได้ในปีนี้







