
ตลาดหุ้นสหรัฐคึก S&P 500 ปิดนิวไฮ รับคาดการณ์เฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย
S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับข้อมูลเงินเฟ้อผู้ผลิตสหรัฐฯ ชะลอตัว หนุนความหวังเฟดคงดอกเบี้ยเดือน ก.ย. หุ้นเทคโนโลยีหนุนตลาดหุ้นสหรัฐบวก
ดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิป ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ที่ไม่ร้อนแรงเกินคาด ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
หุ้น Sandisk ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ พุ่งขึ้น 13.7% ขณะที่ Micron Technology เพิ่มขึ้น 4.2% ด้าน Microsoft ปรับตัวขึ้นเกือบ 1% และ Meta Platforms เพิ่มขึ้น 2.8%
ส่วนหุ้น CoreWeave บริษัทคลาวด์ที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ลดลง 1.3% หลังจากพุ่งขึ้น 19% ในวันก่อนหน้า จากการที่บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์งบลงทุนประจำปี
แนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทขนาดใหญ่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึง Microsoft และ Amazon ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการใช้จ่ายมหาศาลเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลรองรับการเติบโตของ AI
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.65% ปิดที่ 7,798.99 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับปิดสูงสุดครั้งก่อนเมื่อวันศุกร์
ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.81% ปิดที่ 26,803.03 จุด
และ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 0.13% ปิดที่ 53,839.99 จุด
หุ้น 7 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มบริการสื่อสารที่เพิ่มขึ้น 1.56% ตามด้วยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 1.34%
นับตั้งแต่ต้นปี 2026 ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นประมาณ 14% ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้นราว 15%
น้ำมันร่วงกว่า 2% หลังสต็อกสหรัฐฯ พุ่ง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมากกว่า 2% ในวันเดียวกัน หลังจากปรับขึ้นต่อเนื่องตลอด 1 สัปดาห์ โดยนักลงทุนหันมาให้ความสำคัญกับสัญญาณอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกที่อ่อนแอลง รวมถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมากของสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดลดลง 1.91 ดอลลาร์ หรือ 2.15% ที่ 87.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยุติการปรับขึ้นต่อเนื่อง 6 วัน ขณะที่น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 2.02 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 81.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากปรับขึ้นมา 5 วันติดต่อกัน
ราคาน้ำมันเคยร่วงมากกว่า 3.5% ระหว่างการซื้อขาย หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของ Saudi Aramco ในเมืองจาซานด้วยโดรน ซึ่งจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานในตลาดน้ำมันโลกที่อยู่ในภาวะตึงตัว
ทองคำร่วงกว่า 1% นักลงทุนขายทำกำไร
ราคาทองคำปรับตัวลดลงมากกว่า 1% หลังนักลงทุนขายทำกำไร จากราคาที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดลดความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนหน้า
ราคาทองสปอตลดลง 1.2% อยู่ที่ 4,354.58 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากระหว่างวันขึ้นไปแตะ 4,449.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน
ด้านสัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง 1.1% ปิดที่ 4,420.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์







