
ตลาดหุ้นสหรัฐบวกแรง เหตุเงินเฟ้อชะลอ หนุนตลาดรับงบแบงก์
S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวก หลังเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าคาดและผลประกอบการธนาคารแข็งแกร่ง แม้ตะวันออกกลางตึงเครียด ดันราคาน้ำมัน-ทองคำพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันอังคาร (15 ก.ค.) โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก หลังนักลงทุนตอบรับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ประกอบกับผลประกอบการไตรมาส 2 ของธนาคารขนาดใหญ่ที่ออกมาแข็งแกร่ง ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นในการลงทุน แม้ว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวโดดเด่นที่สุด จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี ขณะที่ Dow Jones Industrial Average ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์
เงินเฟ้อสหรัฐ ชะลอกว่าคาด หนุนความเชื่อมั่นตลาด
กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยมีปัจจัยหลักจากราคาพลังงานที่ปรับลดลง หลังเริ่มมีสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อเดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งได้กลับมารุนแรงอีกครั้งจากการสู้รบเพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระหว่างกัน และทำให้ราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับตัวสูงขึ้น จนเกิดความกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจกลับมาอีกระลอก
ด้าน เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้แถลงต่อรัฐสภาเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยย้ำถึงแนวทางของธนาคารกลางในการควบคุมแรงกดดันด้านราคาและรักษาเสถียรภาพเงินเฟ้อในระยะต่อไป
ตลาดคาด Fed คงดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคม
หลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ ตลาดการเงินประเมินว่ามีโอกาส 83.4% ที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นจาก 58.3% ในวันก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า Fed มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% อีกหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปี หากแรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาสูงขึ้น
ฤดูกาลประกาศงบเริ่มต้น ธนาคารใหญ่หนุนตลาด
การประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ เริ่มต้นอย่างแข็งแกร่ง โดยธนาคารรายใหญ่ 5 แห่งต่างรายงานกำไรดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด จากรายได้ธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์และการทำธุรกรรมควบรวมกิจการ (M&A) ที่เติบโต
Goldman Sachs พุ่งขึ้น 9% หลังรายงานกำไรสูงกว่าคาดอย่างมาก จากรายได้ธุรกิจวาณิชธนกิจที่ฟื้นตัวและรายได้จากการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางความผันผวนของตลาด
ขณะที่ JPMorgan Chase เพิ่มขึ้น 2.5% และ Bank of America ปรับขึ้น 1.9% หลังทั้งสองแห่งรายงานผลประกอบการสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาด
Dow Jones เพิ่มขึ้น 10.02 จุด (+0.02%) ปิดที่ 52,508.66 จุด
S&P 500 เพิ่มขึ้น 28.55 จุด (+0.38%) ปิดที่ 7,543.89 จุด
Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 233.83 จุด (+0.90%) ปิดที่ 26,107.01 จุด
น้ำมันพุ่งแตะสูงสุดในรอบ 1 เดือน
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นราว 2% แตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน หลังสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อการส่งออกน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันที่เคยรองรับการลำเลียงน้ำมันประมาณ 20% ของอุปทานโลก ก่อนเกิดสงคราม
น้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 84.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.43 ดอลลาร์ หรือ 1.7%
น้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 79.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.5%
แม้ราคาน้ำมันปรับขึ้น แต่ตลาดยังคงกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นเงินเฟ้อ ชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลงในระยะถัดไป
ทองคำทะยานกว่า 2% รับคาดการณ์ Fed ผ่อนคลายนโยบาย
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% หลังตัวเลขเงินเฟ้อที่อ่อนแอกว่าคาดช่วยหนุนความหวังว่า Fed อาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดน้อยลงในระยะต่อไป
ราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 1.6% อยู่ที่ 4,063.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) ปิดเพิ่มขึ้น 1.6% ที่ 4,069.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเศรษฐกิจโลก.







