
งงทั้งโลก ! ฟีฟ่า ล้างใบแดง"บาโลกัน" - แบล็ตเตอร์สับทรัมป์แทรกแซง
เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตปธ.ฟีฟ่า จวกยับหลังมีการแฉว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจการเมืองกดดันฟีฟ่าให้ยกเลิกแบน ฟอลาลิน บาโลกัน ก่อนดวลเบลเยียมพรุ่งนี้ 7 ก.ค.69
เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่าคนปัจจุบันอย่างรุนแรง หลังเกิดกรณีอื้อฉาวระดับโลก
เมื่อ ฟอลาลิน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ได้รับการยกเว้นโทษแบนจากใบแดงอย่างกะทันหัน ท่ามกลางกระแสข่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ใช้อิทธิพลทางการเมืองต่อสายตรงเพื่อแทรกแซงบทลงโทษ
บาโลกัน โดนใบแดงไล่ออกในเกมที่สหรัฐฯ เอาชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 (ซึ่งเขาเป็นผู้ทำประตูเบิกร่องในเกมนั้น) ตามกฎแล้วเขาจะต้องโดนแบนอัตโนมัติ 1 นัด แต่ทว่าคณะกรรมการด้านวินัยของฟีฟ่ากลับงัด "บทบัญญัติข้อ 27" ออกมาใช้ โดยระงับโทษแบนชั่วคราวและให้คาดโทษเป็นเวลา 1 ปีแทน ทำให้เขาสามารถลงสนามช่วยทีมได้ทันทีในเกมนัดสำคัญ
เรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตเมื่อมีรายงานยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์สายตรงถึง จานนี อินฟานติโน เพื่อพูดคุยเรื่องนี้ ก่อนที่ทรัมป์จะโพสต์ข้อความแสดงความยินดีบนโซเชียลมีเดีย (Truth Social) ว่าฟีฟ่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องและพลิกคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรม
เสียงวิจารณ์จากแบล็ตเตอร์และอดีตนักเตะ
แบล็ตเตอร์ ได้โพสต์ข้อความอย่างดุเดือดผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า "ใบแดงไม่ได้ถูกยกเลิกด้วยโทรศัพท์ทางการเมือง แต่ต้องถูกยกเลิกด้วยกฎ พยานหลักฐาน และองค์กรอิสระ
หากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก้าวก่ายประธานฟีฟ่า และนักเตะรอดพ้นความผิดก่อนเกมรอบน็อคเอาท์ คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ: Quo vadis, FIFA? (ฟีฟ่ากำลังจะเดินไปทางไหน?) ฟุตบอลต้องไม่กลายเป็นสนามเด็กเล่นของอำนาจทางการเมือง"
การตัดสินใจครั้งนี้ยังสร้างความสั่นสะเทือนไปถึงคนในวงการลูกหนัง โดยอดีตนักฟุตบอลที่เกี่ยวข้องได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง:
รูดี การ์เซีย (อดีตนักเตะและผู้จัดการทีมชาติเบลเยียมชุดปัจจุบัน): ออกมาประชดประชันอย่างเจ็บแสบว่า
"ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ในสำนักงานของฟีฟ่า วันที่ 5 กรกฎาคม จะถือเป็นวันเอพริลฟูลส์เดย์ (วันโกหก) ของยุโรป" พร้อมชี้ว่านี่คือการตัดสินใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก สมาคมฟุตบอลเบลเยียมไม่ได้ออกมาปกป้องแค่ทีมตัวเอง แต่กำลังปกป้องความซื่อสัตย์และจริยธรรมของฟุตบอล
อเล็กซี ลาลาส (อดีตกองหลังทีมชาติสหรัฐอเมริกา): แม้จะเป็นเรื่องดีต่อทีมชาติของตนเอง แต่กลุ่มนักวิเคราะห์และอดีตนักเตะสหรัฐฯ หลายคนต่างก็แสดงความประหลาดใจกับท่าทีของฟีฟ่า ที่ยอมโอนอ่อนให้กับแรงกดดันภายนอก ซึ่งอาจสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ทำลายมาตรฐานการตัดสินที่เคยมีมา
กฎข้อห้ามของฟีฟ่า: เมื่อการเมืองแทรกแซงกีฬา
สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้ร้อนแรงยิ่งขึ้น คือการที่ ฟีฟ่า (FIFA) มีกฎหมายที่เข้มงวดและชัดเจนมาตลอดในเรื่อง "การห้ามรัฐบาลหรือการเมืองเข้ามาแทรกแซงสมาคมฟุตบอล" โดยที่ผ่านมา ฟีฟ่าเคยลงดาบแบนสมาคมฟุตบอลหลายแห่งทั่วโลกทันทีที่มีนักการเมืองเข้ามาก้าวก่ายการบริหารงาน
ตัวอย่างที่ชัดเจนและสะเทือนวงการที่สุดในอดีตคือกรณีของ ทีมชาติยูโกสลาเวีย ในปี 1992 ที่ถูกสั่งแบนจากการแข่งขันระดับนานาชาติ (รวมถึงศึกยูโร 1992)
เนื่องจากผลกระทบของสงครามกลางเมืองและการคว่ำบาตรทางการเมืองจากสหประชาชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฟีฟ่าและยูฟ่าเคยเข้มงวดกับเรื่องการเมืองและฟุตบอลมากเพียงใด การที่ฟีฟ่ายอมรับโทรศัพท์จากฝั่งการเมืองของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองและทำลายบรรทัดฐานความศักดิ์สิทธิ์ของกฎระเบียบ
โปรแกรม สหรัฐฯ ได้หอกตัวเก่งคัมแบ็คทันที
ผลจากการยกเลิกโทษแบนกะทันหัน ทำให้ ฟอลาลิน บาโลกัน ที่กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงและทำไปแล้ว 3 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ จะกลับมาเป็นกำลังหลักในแดนหน้าให้กับทัพพญาอินทรีทันที
การแข่งขัน: ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
แมตช์: สหรัฐอเมริกา พบ เบลเยียม
สนาม: Seattle Stadium (ซีแอตเทิล, รัฐวอชิงตัน)
เวลาแข่งขัน 7:00 น. เช้าวันอัคงารที่ 7 ก.ค.69







