posttoday
งงทั้งโลก ! ฟีฟ่า ล้างใบแดง"บาโลกัน" - แบล็ตเตอร์สับทรัมป์แทรกแซง

งงทั้งโลก ! ฟีฟ่า ล้างใบแดง"บาโลกัน" - แบล็ตเตอร์สับทรัมป์แทรกแซง

06 กรกฎาคม 2569

เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตปธ.ฟีฟ่า จวกยับหลังมีการแฉว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจการเมืองกดดันฟีฟ่าให้ยกเลิกแบน ฟอลาลิน บาโลกัน ก่อนดวลเบลเยียมพรุ่งนี้ 7 ก.ค.69

เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่าคนปัจจุบันอย่างรุนแรง หลังเกิดกรณีอื้อฉาวระดับโลก 

เมื่อ ฟอลาลิน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ได้รับการยกเว้นโทษแบนจากใบแดงอย่างกะทันหัน ท่ามกลางกระแสข่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ใช้อิทธิพลทางการเมืองต่อสายตรงเพื่อแทรกแซงบทลงโทษ
 

บาโลกัน โดนใบแดงไล่ออกในเกมที่สหรัฐฯ เอาชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 (ซึ่งเขาเป็นผู้ทำประตูเบิกร่องในเกมนั้น) ตามกฎแล้วเขาจะต้องโดนแบนอัตโนมัติ 1 นัด แต่ทว่าคณะกรรมการด้านวินัยของฟีฟ่ากลับงัด "บทบัญญัติข้อ 27" ออกมาใช้ โดยระงับโทษแบนชั่วคราวและให้คาดโทษเป็นเวลา 1 ปีแทน ทำให้เขาสามารถลงสนามช่วยทีมได้ทันทีในเกมนัดสำคัญ

เรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตเมื่อมีรายงานยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์สายตรงถึง จานนี อินฟานติโน เพื่อพูดคุยเรื่องนี้ ก่อนที่ทรัมป์จะโพสต์ข้อความแสดงความยินดีบนโซเชียลมีเดีย (Truth Social) ว่าฟีฟ่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องและพลิกคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรม

เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่า

เสียงวิจารณ์จากแบล็ตเตอร์และอดีตนักเตะ

แบล็ตเตอร์ ได้โพสต์ข้อความอย่างดุเดือดผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า "ใบแดงไม่ได้ถูกยกเลิกด้วยโทรศัพท์ทางการเมือง แต่ต้องถูกยกเลิกด้วยกฎ พยานหลักฐาน และองค์กรอิสระ 

หากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก้าวก่ายประธานฟีฟ่า และนักเตะรอดพ้นความผิดก่อนเกมรอบน็อคเอาท์ คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ: Quo vadis, FIFA? (ฟีฟ่ากำลังจะเดินไปทางไหน?) ฟุตบอลต้องไม่กลายเป็นสนามเด็กเล่นของอำนาจทางการเมือง"

การตัดสินใจครั้งนี้ยังสร้างความสั่นสะเทือนไปถึงคนในวงการลูกหนัง โดยอดีตนักฟุตบอลที่เกี่ยวข้องได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง:

รูดี การ์เซีย (อดีตนักเตะและผู้จัดการทีมชาติเบลเยียมชุดปัจจุบัน): ออกมาประชดประชันอย่างเจ็บแสบว่า 

"ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ในสำนักงานของฟีฟ่า วันที่ 5 กรกฎาคม จะถือเป็นวันเอพริลฟูลส์เดย์ (วันโกหก) ของยุโรป" พร้อมชี้ว่านี่คือการตัดสินใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก สมาคมฟุตบอลเบลเยียมไม่ได้ออกมาปกป้องแค่ทีมตัวเอง แต่กำลังปกป้องความซื่อสัตย์และจริยธรรมของฟุตบอล
 

อเล็กซี ลาลาส (อดีตกองหลังทีมชาติสหรัฐอเมริกา): แม้จะเป็นเรื่องดีต่อทีมชาติของตนเอง แต่กลุ่มนักวิเคราะห์และอดีตนักเตะสหรัฐฯ หลายคนต่างก็แสดงความประหลาดใจกับท่าทีของฟีฟ่า ที่ยอมโอนอ่อนให้กับแรงกดดันภายนอก ซึ่งอาจสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ทำลายมาตรฐานการตัดสินที่เคยมีมา

กฎข้อห้ามของฟีฟ่า: เมื่อการเมืองแทรกแซงกีฬา

สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้ร้อนแรงยิ่งขึ้น คือการที่ ฟีฟ่า (FIFA) มีกฎหมายที่เข้มงวดและชัดเจนมาตลอดในเรื่อง "การห้ามรัฐบาลหรือการเมืองเข้ามาแทรกแซงสมาคมฟุตบอล" โดยที่ผ่านมา ฟีฟ่าเคยลงดาบแบนสมาคมฟุตบอลหลายแห่งทั่วโลกทันทีที่มีนักการเมืองเข้ามาก้าวก่ายการบริหารงาน

ตัวอย่างที่ชัดเจนและสะเทือนวงการที่สุดในอดีตคือกรณีของ ทีมชาติยูโกสลาเวีย ในปี 1992 ที่ถูกสั่งแบนจากการแข่งขันระดับนานาชาติ (รวมถึงศึกยูโร 1992) 

เนื่องจากผลกระทบของสงครามกลางเมืองและการคว่ำบาตรทางการเมืองจากสหประชาชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฟีฟ่าและยูฟ่าเคยเข้มงวดกับเรื่องการเมืองและฟุตบอลมากเพียงใด การที่ฟีฟ่ายอมรับโทรศัพท์จากฝั่งการเมืองของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองและทำลายบรรทัดฐานความศักดิ์สิทธิ์ของกฎระเบียบ

โปรแกรม สหรัฐฯ ได้หอกตัวเก่งคัมแบ็คทันที

ผลจากการยกเลิกโทษแบนกะทันหัน ทำให้ ฟอลาลิน บาโลกัน ที่กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงและทำไปแล้ว 3 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ จะกลับมาเป็นกำลังหลักในแดนหน้าให้กับทัพพญาอินทรีทันที

การแข่งขัน: ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

แมตช์: สหรัฐอเมริกา พบ เบลเยียม

สนาม: Seattle Stadium (ซีแอตเทิล, รัฐวอชิงตัน)

เวลาแข่งขัน 7:00 น.  เช้าวันอัคงารที่ 7 ก.ค.69
 

ข่าวล่าสุด

งงทั้งโลก ! ฟีฟ่า ล้างใบแดง"บาโลกัน" - แบล็ตเตอร์สับทรัมป์แทรกแซง

งงทั้งโลก ! ฟีฟ่า ล้างใบแดง"บาโลกัน" - แบล็ตเตอร์สับทรัมป์แทรกแซง