posttoday
ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งรับดีลสหรัฐ-อิหร่าน ดาวโจนส์ทำนิวไฮ ราคาน้ำมันดิ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งรับดีลสหรัฐ-อิหร่าน ดาวโจนส์ทำนิวไฮ ราคาน้ำมันดิ่ง

16 มิถุนายน 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐทะยานแรงหลังสหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นยุติสงคราม ราคาน้ำมันร่วง หนุนดาวโจนส์ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะราคาทองคำพุ่งต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกอย่างแข็งแกร่งในวันจันทร์ (16 มิ.ย.) โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเตรียมเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

 

ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ แม้ยังไม่ได้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดการเงินทั่วโลก

 

 

การปรับลดลงของราคาน้ำมันช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะสายการบินและธุรกิจเรือสำราญ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานเผชิญแรงขายจากแนวโน้มรายได้ที่อาจลดลง

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น เนื่องจากนักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นในการเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง หลังความกังวลเรื่องเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง

 

ดัชนีหลักทั้ง 3 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยฟื้นตัวจากแรงกดดันที่เกิดจากสงครามตะวันออกกลางและแรงขายในหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเคยฉุดตลาดให้ชะลอตัวในช่วงสัปดาห์ก่อน

 

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 123.80 จุด หรือ 1.67% ปิดที่ 7,555.26 จุด

ดัชนี Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 797.79 จุด หรือ 3.07% ปิดที่ 26,686.64 จุด

ส่วนดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 490.38 จุด หรือ 0.96% ปิดที่ 51,684.88 จุด ซึ่งถือเป็นระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

ตลาดจับตาเฟด หลังแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง

 

นักลงทุนจำนวนมากมองว่าการกลับมาของปริมาณน้ำมันจากตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่ลดลง อาจช่วยให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีพื้นที่มากขึ้นในการคงอัตราดอกเบี้ย โดยไม่จำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

 

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาในสัปดาห์นี้ คือการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันพุธ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ที่เข้ารับตำแหน่งแทนนายเจอโรม พาวเวลล์ เมื่อเดือนก่อน

 

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมสะท้อนว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่านได้ส่งผ่านมายังราคาสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคแล้ว

 

ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักสูงว่าคณะกรรมการเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมครั้งนี้ แต่ยังประเมินโอกาส 42% ที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในสิ้นปี

 

น้ำมันร่วงแรงสุดในรอบ 3 เดือน

 

ในตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมากกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

 

น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 83.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 3,036 บาท) ลดลง 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.76%

 

ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ปิดที่ 80.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,948 บาท) ลดลง 4.13 ดอลลาร์ หรือ 4.87%

 

การร่วงลงของราคาน้ำมันแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน สะท้อนมุมมองของตลาดว่าความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลกกำลังลดลงอย่างชัดเจน

 

ทองคำพุ่งต่อ รับคาดการณ์ดอกเบี้ยทรงตัว

 

แม้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะเริ่มคลี่คลาย แต่ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าการลดลงของราคาน้ำมันจะช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และลดโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

 

ราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 2.6% สู่ระดับ 4,327.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 157,950 บาท) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์

 

ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ปิดเพิ่มขึ้น 2.7% ที่ 4,351.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 158,820 บาท)

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์เผยสหรัฐ-อิหร่านลงนามข้อตกลงเบื้องต้น ยุติสงคราม

ทรัมป์เผยสหรัฐ-อิหร่านลงนามข้อตกลงเบื้องต้น ยุติสงคราม