
ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งแรง รับข่าวทรัมป์ยกเลิกโจมตีอิหร่าน ราคาน้ำมันลด
ตลาดหุ้นสหรัฐทะยานแรงที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน หลังทรัมป์ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน หนุนความหวังสันติภาพ ดันหุ้นเทคโนโลยีทะยาน น้ำมันร่วง ทองคำฟื้นตัว
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (12 มิ.ย.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านที่เตรียมไว้ ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเพิ่มความหวังต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสองประเทศในเร็ววัน
ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 แห่งของสหรัฐปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยถือเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐและอิหร่านตกลงหยุดยิงชั่วคราว
ทรัมป์เปิดเผยก่อนหน้าปฏิบัติการทางทหารเพียงไม่กี่ชั่วโมงว่า ได้สั่งยกเลิกการโจมตีอิหร่าน พร้อมระบุภายหลังที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐและอิหร่านอาจสามารถลงนามข้อตกลงสันติภาพได้ภายในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
ความคาดหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้งดังกล่าวช่วยกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาด หลังจากก่อนหน้านี้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลาง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,848.75 จุด เพิ่มขึ้น 929.97 จุด หรือ 1.86% ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 127.31 จุด หรือ 1.75% ปิดที่ 7,394.30 จุด และดัชนี Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 640.16 จุด หรือ 2.54% ปิดที่ 25,809.66 จุด
กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยดัชนี PHLX Semiconductor ทะยานขึ้นถึง 7.9% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ส่งผลให้ S&P 500 เพิ่มขึ้นชัดเจน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเข้าซื้อขายวันแรกของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสก์ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในตลาดหุ้นสหรัฐในวันถัดไป และถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับตลาด
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีปัจจัยกดดันจากเงินเฟ้อ หลังข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพฤษภาคมปรับตัวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อรายปีเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี
ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสหรัฐเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการชะลอตัวบางส่วนของตลาดแรงงาน
นักลงทุนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้ว่าตลาดยังประเมินว่ามีโอกาสเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้
ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังการยกเลิกปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐช่วยลดความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง และเพิ่มโอกาสในการยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.72 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ปิดที่ 87.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.32 ดอลลาร์ หรือ 2.6%
ส่วนตลาดทองคำกลับฟื้นตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยราคาทองสปอตปรับขึ้น 2% แตะระดับ 4,153.71 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะผลักดันเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูงลดลง แม้สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนสิงหาคมจะปิดลดลง 0.5% ที่ระดับ 4,114 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก็ตาม







