
สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ หลังเฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตกในช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม หลังเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ Apache ถูกยิงตกในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความหวังสันติภาพที่ริบหรี่
สหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ Apache ของกองทัพสหรัฐถูกยิงตกในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความหวังในการฟื้นฟูความสัมพันธ์และบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสองประเทศเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ABC News ว่า “พวกเขายิงเฮลิคอปเตอร์ของเรา และเรากำลังตอบโต้ในขณะนี้” พร้อมย้ำว่าการตอบสนองของสหรัฐจะต้อง “รุนแรงและทรงพลัง” สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า เกาะเคชม์ (Qeshm) ซึ่งตั้งอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี ขณะที่มีการยืนยันการตกกระทบของวัตถุโจมตีในเมืองซิริก (Sirik) และมีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นในหลายพื้นที่ทางตะวันออกของจังหวัดฮอร์โมซกัน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าลูกเรือทั้งสองนายบนเฮลิคอปเตอร์ Apache ปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่าอากาศยานลำดังกล่าวถูกโจมตีโดยโดรนโจมตีแบบใช้ครั้งเดียวของอิหร่าน
ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงเฮลิคอปเตอร์โดยตรง แต่เตือนว่าการปรากฏตัวของกองกำลังต่างชาติในภูมิภาคเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุปะทะหรือความผิดพลาดทางทหาร พร้อมระบุว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการถอนกำลังออกจากพื้นที่
ในเวลาต่อมา สื่อทางการอิหร่านอ้างแหล่งข่าวทางทหารที่ยืนยันว่า อิหร่านไม่ได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในช่องแคบฮอร์มุซตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่เตือนว่าจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดหากเผชิญการกระทำที่เป็นปรปักษ์เพิ่มเติม
แม้ทรัมป์จะให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ว่าเหตุการณ์ดังกล่าว “ไม่ใช่เรื่องใหญ่” และย้ำว่านักบินปลอดภัยดี แต่เหตุการณ์นี้มีแนวโน้มจะเพิ่มแรงกดดันต่อความพยายามของนานาชาติในการผลักดันข้อตกลงยุติสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวประสบเหตุขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนใกล้ชายฝั่งประเทศโอมานในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่โดรนผิวน้ำไร้คนขับของกองทัพเรือสหรัฐจะเข้าช่วยเหลือลูกเรือทั้งสองนายได้ภายในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยทั้งคู่มีอาการปลอดภัยและอยู่ในภาวะคงที่
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคยังคงตึงเครียด เมื่ออิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีเมืองท่าประวัติศาสตร์ไทร์ (Tyre) ทางตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย ถือเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การสู้รบรอบใหม่ในเลบานอนปะทุขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม หลังกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ยิงจรวดโจมตีอิสราเอล
ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับเฮซบอลเลาะห์ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามของสหรัฐในการขยายข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างอิหร่านและอิสราเอลให้กลายเป็นข้อตกลงสันติภาพระยะยาว
ด้านอิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่า การบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐขึ้นอยู่กับการยุติการสู้รบในเลบานอนด้วย ขณะที่อิสราเอลยืนกรานว่าปฏิบัติการทางทหารต่อเฮซบอลเลาะห์เป็นประเด็นแยกต่างหากจากการเจรจาระหว่างวอชิงตันและเตหะราน
นอกจากนี้ อิหร่านยังคงจำกัดการเดินเรือส่วนใหญ่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของปริมาณการค้าพลังงานโลก ขณะที่สหรัฐตอบโต้ด้วยมาตรการปิดกั้นท่าเรือสำคัญของอิหร่าน
นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ เปิดเผยว่าปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มฟื้นตัวอย่างมาก แต่ยอมรับว่าอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าระบบขนส่งพลังงานจะกลับสู่ภาวะปกติหลังสงครามสิ้นสุดลง
สำหรับเงื่อนไขสำคัญของการเจรจา สหรัฐยังคงยืนกรานว่าอิหร่านต้องไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ขณะที่อิหร่านเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัด และรับรองอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของตน ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาจุดร่วมได้ในขณะนี้







