
สงครามอิหร่านปะทุอีกระลอก ยิงมิสไซล์หลายพื้นที่ ดันราคาน้ำมันพุ่ง
ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียกลับมารุนแรงในวันพุธ หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายในภูมิภาค ขณะการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านยังไร้ความคืบหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐกลับมาร้อนแรงอีกครั้งในวันพุธ หลังเกิดการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนหลายจุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางภาวะชะงักงันของการเจรจาทางการทูตระหว่างกรุงวอชิงตันและกรุงเตหะราน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีจากความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและการขนส่งทางทะเล
มีรายงานการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน ที่สนามบินนานาชาติคูเวตทำให้มีผู้บาดเจ็บและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง
สำนักงานการบินพลเรือนของคูเวต กล่าวว่าได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดและเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินอื่นจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกมุ่งเป้าไปยังบาห์เรน คูเวต และเป้าหมายอื่นในภูมิภาค แต่ส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นหรือไม่สามารถโจมตีเป้าหมายได้สำเร็จ โดยขีปนาวุธ 2 ลูกที่ยิงไปยังคูเวตตกก่อนถึงเป้าหมายหรือแตกกลางอากาศ ขณะที่ขีปนาวุธอีก 3 ลูกที่มุ่งหน้าสู่บาห์เรนถูกระบบป้องกันทางอากาศสกัดไว้ได้
นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐยังระบุว่าสามารถยิงทำลายโดรนของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังเรือพาณิชย์ในน่านน้ำภูมิภาคและฐานกำลังสหรัฐในคูเวต รวมถึงได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีเกาะเคช์ม ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังเกิดความพยายามโจมตีจากฝ่ายอิหร่าน
ด้านสื่อทางการอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้เปิดฉากโจมตีฐานบัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐในบาห์เรน รวมถึงฐานทัพอากาศและเฮลิคอปเตอร์ในประเทศหนึ่งของภูมิภาค ด้วยขีปนาวุธและโดรน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐต่อหอคอยสื่อสารทางตอนใต้ของเกาะเคช์ม
อย่างไรก็ตาม สหรัฐยืนยันว่าการโจมตีทั้งหมดไม่ประสบความสำเร็จ และกองกำลังอเมริกันยังคงมีความพร้อมเต็มที่ในการตอบโต้สิ่งที่เรียกว่า “การรุกรานที่ไร้เหตุผลจากอิหร่าน”
การปะทะรอบล่าสุดเกิดขึ้นแม้ทั้งสองฝ่ายเคยประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการลงนามรับรองข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้สถานการณ์ยังคงเปราะบางและมีความเสี่ยงที่จะกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ
สื่ออิหร่านรายงานว่ากรุงเตหะรานไม่ได้ติดต่อกับสหรัฐมาหลายวันแล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าการเจรจายังคงดำเนินต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการหารือ
ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามได้ส่งสัญญาณเตือนว่า การคุกคามความมั่นคงของช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้กองทัพสหรัฐต้องเผชิญกับ “ราคาที่ต้องจ่ายอย่างหนัก” ซึ่งยิ่งเพิ่มความวิตกในตลาดพลังงานโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ผลกระทบของสงครามยังขยายไปถึงภาคการขนส่งระหว่างประเทศ เมื่อบริษัทเดินเรือรายใหญ่ของโลกอย่าง MSC เปิดเผยว่า เรือสินค้าลำหนึ่งถูกวัตถุปริศนาพุ่งชน 2 ครั้ง ขณะจอดอยู่ที่ท่าเรืออุมม์ กัสร์ ของอิรัก โดยอิหร่านอ้างว่าเป็นปฏิบัติการตอบโต้การโจมตีเรืออิหร่านในอ่าวโอมานโดยสหรัฐ
ด้านกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เตือนว่า วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภารกิจด้านมนุษยธรรมทั่วโลก เนื่องจากต้นทุนการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ทำให้การส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่วิกฤต เช่น ฉนวนกาซา เลบานอน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มาลี โซมาเลีย ซูดานใต้ และไนจีเรีย เผชิญอุปสรรคมากขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ทั้งอิหร่านและสหรัฐจะยังคงเปิดช่องทางการเจรจา แต่การปะทะที่เกิดขึ้นต่อเนื่องสะท้อนว่าความขัดแย้งยังอยู่ในภาวะเปราะบางอย่างยิ่ง และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดพลังงานและการค้าระหว่างประเทศ หากสถานการณ์บานปลายมากกว่านี้







