
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วง นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อดันบอนด์ยีลด์พุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบต่อเนื่อง หลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งสูงสุดรอบกว่าหนึ่งปี ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันสูง และความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายในแดนลบเมื่อวันอังคาร หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี จากความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
ดัชนีเอสแอนด์พี 500 และแนสแด็กปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่สาม หลังนักลงทุนทยอยขายทำกำไรจากการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงของตลาดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม ขณะเดียวกัน ตลาดเริ่มกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
แม้ว่าสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์จะปิดลดลง 0.73% แต่ยังคงยืนเหนือระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ท่ามกลางการจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก แทบไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่าได้ระงับแผนโจมตีทางทหารต่ออิหร่านที่กำหนดไว้ในวันอังคาร หลังเตหะรานยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐอาจจำเป็นต้องกลับมาใช้มาตรการทางทหารอีกครั้ง พร้อมกล่าวว่าอิหร่านกำลัง “ร้องขอข้อตกลง”
ด้านนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีความคืบหน้าอย่างมาก และทั้งสองฝ่ายต่างไม่ต้องการเห็นการกลับมาของปฏิบัติการทางทหาร
ในตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สาม แตะระดับ 4.687% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ก่อนชะลอลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4.66%
นักลงทุนยังเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยข้อมูลจาก CME Group ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 41.7% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม และเพิ่มโอกาส 15.7% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ย 0.50% จากเดิมเพียง 4.7% เมื่อสัปดาห์ก่อน
นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมเฟดที่จะเผยแพร่ในวันพุธ เพื่อประเมินท่าทีของคณะกรรมการนโยบายการเงินต่อแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะถัดไป
สำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีสำคัญ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 322.24 จุด หรือ 0.65% ปิดที่ 49,363.88 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 49.44 จุด หรือ 0.67% ปิดที่ 7,353.61 จุด และดัชนีแนสแด็กลดลง 220.02 จุด หรือ 0.84% ปิดที่ 25,870.71 จุด
ด้านตลาดน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังถ้อยแถลงของนายเจดี แวนซ์ ที่ระบุว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีความคืบหน้า และทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการให้สถานการณ์ทางทหารกลับมาปะทุอีกครั้ง
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ปิดลดลง 82 เซนต์ หรือ 0.73% ที่ระดับ 111.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ซึ่งสิ้นสุดสัญญาในวันอังคาร ลดลง 89 เซนต์ หรือ 0.82% ปิดที่ 107.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาทองคำปรับตัวลดลงมากกว่า 1% หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และความกังวลเงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงต่อไป
ราคาทองสปอตลดลง 1.4% อยู่ที่ 4,503.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และระหว่างวันร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนมิถุนายน ปิดลดลง 1% ที่ระดับ 4,511.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์







